แชร์

หมอนรองกระดูกกดทับเส้นประสาท รักษาแบบไม่ต้องผ่าตัด

อัพเดทล่าสุด: 18 เม.ย. 2025
ปวดหลังจากหมอนรองกระดูกกดทับเส้นประสาท

      ความเจ็บปวดเรื้อรังสามารถทำลายคุณภาพชีวิตได้อย่างสิ้นเชิง แต่วิธีที่เรามักใช้จัดการกับมันเช่นใช้ยาระงับปวดกลุ่มโอปิออยด์ กลับนำไปสู่ปัญหาที่อันตรายยิ่งกว่า มีผู้คนหลายคนตกอยู่ในวงจรอันตรายของการเสพติดสารระงับปวด แต่ในปัจจุบันมีวิธีการที่ปลอดภัยกว่า เป็นการรักษาแบบไม่ใช้ยาที่จัดการกับต้นเหตุของความเจ็บปวดโดยตรง ไม่ใช่เพียงแค่บรรเทาอาการ วันนี้เรามาทำความเข้าใจอันตรายของการเสพติดสารระงับปวดและมาดูทางเลือกที่ดีกว่าสำหรับการใช้ชีวิตที่ปราศจากความเจ็บปวดและการเสพติด

มารู้จักภาวะหมอนรองกระดูกกดทับเส้นประสาทคืออะไร

      หมอนรองกระดูกทำหน้าที่เป็นตัวรองรับแรงกระแทกและช่วยให้กระดูกสันหลังเคลื่อนไหวได้อย่างราบรื่น หมอนรองกระดูกมีลักษณะคล้ายเจลลี่ที่อยู่ระหว่างกระดูกสันหลังแต่ละข้อ ภาวะหมอนรองกระดูกกดทับเส้นประสาทเป็นภาวะที่หมอนรองกระดูกซึ่งอยู่ระหว่างกระดูกสันหลังเคลื่อนตัวหรือยื่นออกมา การเคลื่อนตัวนี้สามารถกดทับเส้นประสาทที่อยู่ใกล้เคียง ทำให้เกิดอาการปวด ชา กล้ามเนื้ออ่อนแรง หรืออาการอื่นๆ ตามแนวเส้นประสาทที่ถูกกดทับ

 

สาเหตุของภาวะหมอนรองกระดูกกดทับเส้นประสาท

  • อายุ : เมื่ออายุมากขึ้น หมอนรองกระดูกจะสูญเสียน้ำและมีความยืดหยุ่นน้อยลง ทำให้เสี่ยงต่อการฉีกขาดหรือเคลื่อนตัวได้ง่ายขึ้น

  • ท่าทางที่ไม่ถูกต้อง : การนั่งหรือยกของด้วยท่าทางที่ไม่ถูกต้องอาจเพิ่มแรงกดดันต่อหมอนรองกระดูก

  • การบาดเจ็บ : การได้รับอุบัติเหตุหรือการบาดเจ็บที่รุนแรงอาจทำให้หมอนรองกระดูกเคลื่อนตัวได้

  • การไอหรือจามอย่างรุนแรง : แรงดันที่เพิ่มขึ้นจากการไอหรือจามอย่างรุนแรงอาจทำให้หมอนรองกระดูกเคลื่อนตัวได้

  • ปัจจัยทางพันธุกรรม : ความผิดปกติทางพันธุกรรมบางอย่างอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะหมอนรองกระดูกกดทับเส้นประสาท

  • การสูบบุหรี่ : การสูบบุหรี่อาจทำให้การไหลเวียนโลหิตไปยังหมอนรองกระดูกลดลง ทำให้หมอนรองกระดูกเสื่อมสภาพเร็วขึ้น

  • น้ำหนักเกิน : น้ำหนักที่มากเกินไปจะเพิ่มแรงกดดันต่อหมอนรองกระดูก

  • การขับรถเป็นเวลานาน : การสั่นสะเทือนและการอยู่ในท่าเดิมเป็นเวลานานอาจทำให้หมอนรองกระดูกเสื่อมสภาพได้


อาการของภาวะหมอนรองกระดูกกดทับเส้นประสาท

      อาการของภาวะหมอนรองกระดูกกดทับเส้นประสาทมีความหลากหลายและสามารถแสดงออกได้แตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการ เช่น ตำแหน่งของหมอนรองกระดูกที่เคลื่อนตัว ระดับความรุนแรงของการกดทับเส้นประสาท และสภาพร่างกายโดยรวมของผู้ป่วย อาการเหล่านี้อาจเกิดขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไปหรือเกิดขึ้นอย่างฉับพลัน และอาจมีลักษณะเป็นๆ หายๆ หรือต่อเนื่อง

  • ปวดหลัง : อาการปวดหลังเป็นอาการที่พบได้บ่อยในผู้ป่วยที่มีภาวะหมอนรองกระดูกกดทับเส้นประสาท ความรู้สึกปวดอาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล บางคนอาจรู้สึกปวดเมื่อยๆ ตื้อๆ ในบริเวณหลังส่วนล่าง ในขณะที่บางคนอาจรู้สึกปวดแปลบคล้ายเข็มแทง หรือมีอาการปวดแสบร้อน

  • ปวดร้าวลงขา : อาการปวดร้าวลงขา หรือที่เรียกว่า Sciatica เป็นอาการที่จำเพาะต่อการกดทับเส้นประสาท Sciatic Nerve ซึ่งเป็นเส้นประสาทที่ยาวที่สุดในร่างกาย อาการปวดมักเริ่มต้นจากบริเวณหลังส่วนล่าง และแผ่กระจายลงไปยังด้านหลังของต้นขา น่อง และอาจลงไปถึงเท้าและนิ้วเท้า ลักษณะของอาการปวดอาจเป็นแบบปวดแสบร้อน ปวดแปลบ หรือปวดเหมือนถูกไฟฟ้าช็อต

  • กล้ามเนื้ออ่อนแรง : การกดทับเส้นประสาทอาจส่งผลกระทบต่อการทำงานของกล้ามเนื้อที่ควบคุมโดยเส้นประสาทนั้นๆ ทำให้เกิดอาการอ่อนแรงในกล้ามเนื้อ อาการอ่อนแรงอาจเกิดขึ้นที่ขา เท้า หรือนิ้วเท้า ทำให้ผู้ป่วยรู้สึกว่าขาไม่มีแรง เดินลำบาก หรือยกเท้าไม่ขึ้น ในบางกรณี อาการอ่อนแรงอาจรุนแรงจนส่งผลกระทบต่อการทำกิจกรรมในชีวิตประจำวัน

  • ชาหรือรู้สึกเสียวซ่า : อาการชาหรือรู้สึกเสียวซ่า เป็นความรู้สึกผิดปกติที่เกิดขึ้นเนื่องจากการรบกวนการส่งสัญญาณประสาท อาการนี้อาจเกิดขึ้นได้ในบริเวณต่างๆ ที่เส้นประสาทถูกกดทับ เช่น ขา เท้า นิ้วเท้า หรือบริเวณฝ่าเท้า ผู้มีอาการอาจรู้สึกเหมือนมีอะไรมาสัมผัสเบาๆ ผิวหนัง หรือรู้สึกเหมือนมีมดไต่

  • อาการแย่ลงเมื่อเคลื่อนไหว : อาการปวดและอาการอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับภาวะหมอนรองกระดูกกดทับเส้นประสาท มักมีแนวโน้มที่จะแย่ลงเมื่อมีการเคลื่อนไหวบางท่าทาง หรืออยู่ในท่าเดิมเป็นเวลานานๆ ตัวอย่างเช่น อาการปวดอาจแย่ลงเมื่อไอ จาม เบ่ง ถ่าย นั่ง ยืน เดิน หรือก้มตัว

  • การเปลี่ยนแปลงในการควบคุมการขับถ่าย : ในกรณีที่รุนแรง ภาวะหมอนรองกระดูกกดทับเส้นประสาทอาจส่งผลกระทบต่อเส้นประสาทที่ควบคุมการทำงานของกระเพาะปัสสาวะและลำไส้ ทำให้เกิดปัญหาในการควบคุมการขับถ่ายปัสสาวะหรืออุจจาระ ผู้ป่วยอาจมีอาการปัสสาวะเล็ด กลั้นปัสสาวะไม่อยู่ หรือมีปัญหาในการควบคุมการขับถ่ายอุจจาระ


ทางเลือกใหม่ในการรักษา Epidural Adhesiolysis

      Epidural Adhesiolysis เป็นทางเลือกที่มีประสิทธิภาพสำหรับผู้ป่วยที่มีอาการปวดจากการกดทับเส้นประสาทโดยเฉพาะในรายที่ไม่ตอบสนองต่อการรักษาแบบอนุรักษ์นิยมหรือไม่สามารถเข้ารับการผ่าตัดได้ การรักษานี้มีข้อได้เปรียบคือเป็นการรักษาแบบไม่ต้องผ่าตัด มีระยะเวลาพักฟื้นสั้น และสามารถทำซ้ำได้หากจำเป็น

 

กลุ่มที่เหมาะสมสำหรับการรักษาด้วย Epidural Adhesiolysis

  • Failed Back Surgery Syndrome (FBSS) : อาการปวดที่ยังคงอยู่หรือกลับมาใหม่หลังการผ่าตัดกระดูกสันหลัง

  • Epidural Fibrosis : การเกิดพังผืดรอบรากประสาทหลังการผ่าตัด

  • Spinal Stenosis : ภาวะโพรงกระดูกสันหลังตีบแคบ ทำให้เกิดการกดทับเส้นประสาท

  • Herniated Disc with Radiculopathy : หมอนรองกระดูกกดทับเส้นประสาท ที่ไม่ตอบสนองต่อการรักษาแบบอนุรักษ์นิยม

  • Chronic Radicular Pain : อาการปวดร้าวลงขาจากเส้นประสาทถูกกดทับ

  • ผู้ที่ไม่สามารถเข้ารับการผ่าตัดได้ : เช่น ผู้สูงอายุหรือผู้ที่มีภาวะแทรกซ้อนจากการผ่าตัด

 

จุดเด่นของการรักษาโดยวิธี Epidural Adhesiolysis

  • การบรรเทาอาการปวดระยะสั้น : ผู้ป่วยประมาณ 70-90% รายงานว่ามีอาการปวดลดลงอย่างมีนัยสำคัญภายในสัปดาห์แรกหลังการรักษา


  • ผลลัพธ์ระยะกลาง : ประมาณ 40-60% ของผู้ป่วยยังคงมีอาการปวดลดลงที่ 3-6 เดือนหลังการรักษา


  • ผลลัพธ์ระยะยาว : ประมาณ 30-40% ของผู้ป่วยยังคงมีอาการปวดลดลงที่ 12 เดือน โดยบางรายอาจต้องทำการรักษาซ้ำเพื่อรักษาผลลัพธ์


  • การฟื้นฟูการทำงาน : ผู้ป่วยประมาณ 50-60% รายงานว่าสามารถกลับไปทำงานหรือทำกิจกรรมประจำวันได้ดีขึ้นหลังการรักษา

สรุป

      ท้ายสุดแล้วการไม่มีโรคใดๆ รากฐานสำคัญของคุณภาพชีวิตที่ใครๆ ก็ต้องการมากที่สุด ดังนั้นหากวันนี้คุณยังไม่มีอาการหมอนรองกระดูกกดทับเส้นประสาท ก็อยากจะให้คุณใส่ใจดูแลตัวเองให้ดี ทำได้ง่ายๆ กินดี ออกกำลังกายเสมอให้กล้ามเนื้อแกนกลางลำตัวแข็งแรง ใส่ใจท่าทางในชีวิตประจำวันให้ถูกท่า ถูกทาง และอย่าลืมรักษาน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์เหมาะสม น้ำหนักที่มากเกินไปเพิ่มแรงกดทับต่อกระดูกสันหลังและหมอนรองกระดูกโดยตรง

บทความโดย พญ. นาตยา อุดมศักดิ์
ผู้นำทีมแพทย์ ผู้นำนวัตกรรมรักษาความปวดระดับครบวงจร มาตรฐานนานาชาติ ให้แก่คนไทย และในภูมิภาค ประสบการณ์กว่า 17 ปี ผ่านการร่วมงานกับ โรงพยาบาลชั้นน้ำมาแล้ว


บทความที่เกี่ยวข้อง
เอ็นหัวไหล่ฉีก shoulder rotator cuff tear
เคยรู้สึกปวดไหล่เวลายกแขนหรือขยับตัวบ้างไหม? อาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณของ "เอ็นไหล่ฉีกขาด" ซึ่งเกิดจากการบาดเจ็บหรือการเสื่อมสภาพของเส้นเอ็นรอบ ๆ ข้อไหล่ ส่งผลให้เราใช้แขนยกของ หรือทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้ยากขึ้น รักษาอย่างไร ต้องผ่าตัดหรือไม่ เซเปี้ยนซ์ มีคำตอบ
14 ก.ค. 2025
ปวดแขนขาหลอนหลังการตัดขา เรื่องจริงหรือแค่ความรู้สึก
ปวดแขนขาหลอนหลังการตัดขา เรื่องจริงหรือแค่ความรู้สึก อาการปวดหลอนที่แขนขา หรือ Phantom Limb Pain (PLP)อาการนี้มักพบในผู้ที่เคยตัดแขนหรือขา ซึ่งเกิดได้จากอุบัติเหตุ การผ่าตัด หรือโรคบางชนิด ผู้ป่วยอาจรู้สึกปวดแสบ ปวดร้อน ปวดจี๊ด หรือปวดบีบรัด แม้ว่าจะไม่มีอวัยวะนั้นอยู่แล้ว
27 มี.ค. 2025
ปวดซับซ้อน
การรักษาโรคปวดซับซ้อนเฉพาะที่ เป็นภาวะปวดเรื้อรังที่พบได้น้อยแต่มีผลกระทบต่อผู้ป่วยอย่างมาก โดยมักเกิดขึ้นหลังจากการบาดเจ็บหรือการผ่าตัดประมาณ 4-6 สัปดาห์ อาการปวดมักรุนแรงเกินกว่าที่คาดจากการบาดเจ็บ
27 มี.ค. 2025
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy