Fibromyalgia โรคที่ไม่ได้คิดไปเอง - เมื่อระบบประสาทไวต่อความเจ็บปวดมากกว่าปกติ
อัพเดทล่าสุด: 14 ก.ย. 2026

Fibromyalgia: โรคที่ไม่ได้คิดไปเอง - เมื่อระบบประสาทไวต่อความเจ็บปวดมากกว่าปกติ
Fibromyalgia: A Central Sensitization and Nociplastic Pain Approach
"หมอคะ ตรวจเลือดก็ปกติ MRI ก็ไม่เจออะไร แล้วทำไมยังปวดอยู่?" นี่เป็นหนึ่งในคำถามที่พบบ่อยที่สุดจากผู้ป่วยโรค Fibromyalgia จนทำให้หลายคนรู้สึกสับสน ท้อแท้ หรือถูกคนรอบข้างเข้าใจผิดว่าคิดไปเองหรือเครียดเกินไป
ในอดีต วงการแพทย์เคยจัดให้โรคนี้เป็นปัญหาทางจิตใจเป็นหลักเนื่องจากตรวจไม่พบพยาธิสภาพทางกายวิภาคที่ชัดเจน ทว่าในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา หลักฐานทางวิทยาศาสตร์และ Headache & Pain Medicine ยุคใหม่ระบุแน่ชัดว่า Fibromyalgia เป็นโรคทางระบบประสาทที่เกิดจากความผิดปกติในการประมวลผลความปวดของสมองและไขสันหลังจริง ไม่ใช่เรื่องที่คิดไปเอง
Q&A: Fibromyalgia คืออะไร และระบาดวิทยา
Fibromyalgia คืออะไร?
ปัจจุบันจัดอยู่ในกลุ่มอาการความปวดที่เรียกว่า Nociplastic Pain ซึ่งหมายถึงอาการปวดที่เกิดจากความผิดปกติของการประมวลผลสัญญาณกระแสประสาทส่วนกลาง (Nervous system dysregulation) มากกว่าการอักเสบหรือการบาดเจ็บทางเนื้อเยื่อโดยตรง โดยแสดงออกผ่านกลุ่มอาการสำคัญ ได้แก่:
พบได้ประมาณ 2-4% ของประชากรทั่วโลก โดยสถิติมักตรวจพบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชายประมาณ 2-4 เท่า และมักเริ่มแสดงอาการในช่วงวัยทำงาน ทว่าในปัจจุบันเชื่อว่าตัวเลขในผู้ชายอาจต่ำกว่าความเป็นจริงเนื่องจากได้รับการวินิจฉัยตกหล่น
กลุ่มอาการทางคลินิกและรอยโรคคาบเกี่ยว
ปัจจุบันเชื่อว่าโรคนี้เกิดจากหลายปัจจัยร่วมกัน (Multifactorial) โดยมีกลไกหลักทางระบบประสาทดังนี้:
ไม่มีวิธีตรวจยืนยันโดยตรง แล้วทำไมยังต้องเจาะเลือดหรือทำ MRI?
แม้จะไม่มีการตรวจเลือดหรือภาพถ่ายทางรังสีวิทยาใดที่ใช้ยืนยันโรค Fibromyalgia ได้โดยตรง แต่การตรวจเพิ่มเติมนับว่ามีความสำคัญมากในทางคลินิก เพื่อสืบค้นและตัดปัจจัยอื่นที่อาจเลียนแบบโรคออกไป (Rule out) เช่น ภาวะขาดวิตามินดี, โรคต่อมไทรอยด์ทำงานผิดปกติ, โรคโลหิตจาง, หรือโรคระบบประสาทและข้ออักเสบอัตตภูมิอื่น ๆ
ผล MRI ปกติหรือผิดปกติ เล่าเรื่องความปวดได้ทั้งหมดไหม?
ไม่เสมอไป ผู้ป่วย Fibromyalgia หลายรายอาจตรวจเจอหมอนรองกระดูกคอหรือหลังเสื่อมจากภาพ MRI จริง แต่รอยโรคที่พบไม่สามารถอธิบายอาการปวดกระจายตัวรุนแรงทั่วร่างกายได้ ในทางกลับกัน บางราย MRI ปรากฏความเสื่อมมากแต่กลับไม่ค่อยปวด
ยอดหลักการแพทย์ระงับปวดระบุว่า: "เราไม่ได้รักษาภาพถ่าย MRI แต่เรากำลังรักษาผู้ป่วยที่อยู่ตรงหน้า" ผลตรวจปกติไม่ได้แปลว่าอาการปวดของผู้ป่วยไม่สอดคล้องกับความจริง
แนวทางการรักษาร่วมคู่วิถีองค์รวม (Multidisciplinary Management)
เนื่องจากตัวโรคเกิดจากระบบประมวลผลส่วนกลาง จึงไม่มีหัตถการหรือการผ่าตัดใดที่สามารถรักษาโรค Fibromyalgia ได้โดยตรง แต่สามารถควบคุมอาการให้สงบและคืนคุณภาพชีวิตได้ด้วยการผสมผสานวิธีรักษา:
1. การรักษาด้วยยา (Pharmacotherapy)
เอกสารอ้างอิง (References)
Häuser W, Ablin J, Fitzcharles MA, Littlejohn G, Luciano JV, Usui C, et al. Fibromyalgia. Nature Reviews Disease Primers. 2015;1:15022. doi:10.1038/nrdp.2015.22.
Clauw DJ. Fibromyalgia: A Clinical Review. JAMA. 2014;311(15):1547-1555. doi:10.1001/jama.2014.3266.
Fitzcharles MA, Cohen SP, Clauw DJ, Littlejohn G, Usui C, Häuser W. Nociplastic pain: towards an understanding of prevalent pain conditions. Lancet. 2021;397(10289):2098-2110.
Wolfe F, Clauw DJ, Fitzcharles MA, Goldenberg DL, Häuser W, Katz RL, et al. 2016 Revisions to the 2010/2011 Fibromyalgia Diagnostic Criteria. Seminars in Arthritis and Rheumatism. 2016;46(3):319-329.
Macfarlane GJ, Kronisch C, Dean LE, Atzeni F, Häuser W, Fluß E, et al. EULAR revised recommendations for the management of fibromyalgia. Annals of the Rheumatic Diseases. 2017;76(2):318-328. doi:10.1136/annrheumdis-2016-209724.
Häuser W, Perrot S, Sommer C, Shir Y, Fitzcharles MA. Diagnostic confounders of chronic widespread pain: not always fibromyalgia. Pain Reports. 2017;2(3):e598.
Häuser W, Sarzi-Puttini P, Fitzcharles MA. Fibromyalgia syndrome: under-, over- and misdiagnosis. Clinical and Experimental Rheumatology. 2019;37 Suppl 116(1):90-97.
Bidonde J, Busch AJ, Schachter CL, Webber SC, Musselman KE, Overend TJ, et al. Aerobic exercise training for adults with fibromyalgia. Cochrane Database of Systematic Reviews. 2017;6:CD012700.
Busch AJ, Webber SC, Richards RS, Bidonde J, Schachter CL, Schafer LA, et al. Resistance exercise training for fibromyalgia. Cochrane Database of Systematic Reviews. 2013;12:CD010884.
Zhu CE, Yu B, Zhang W, Chen WH, Qi Q, Miao Y. Effectiveness of transcranial magnetic stimulation in fibromyalgia: a systematic review and meta-analysis. The Clinical Journal of Pain. 2021;37(5):385-394.
Brummett CM, Urquhart AG, Hassett AL, Tsodikov A, Hallstrom BR, Wood NI, et al. Characteristics of fibromyalgia independently predict poorer long-term analgesic outcomes following total knee and hip arthroplasty. Arthritis & Rheumatology. 2015;67(5):1386-1394.
International Association for the Study of Pain. IASP Terminology: Nociplastic Pain. International Association for the Study of Pain; updated terminology.
Fibromyalgia: A Central Sensitization and Nociplastic Pain Approach
"หมอคะ ตรวจเลือดก็ปกติ MRI ก็ไม่เจออะไร แล้วทำไมยังปวดอยู่?" นี่เป็นหนึ่งในคำถามที่พบบ่อยที่สุดจากผู้ป่วยโรค Fibromyalgia จนทำให้หลายคนรู้สึกสับสน ท้อแท้ หรือถูกคนรอบข้างเข้าใจผิดว่าคิดไปเองหรือเครียดเกินไป
ในอดีต วงการแพทย์เคยจัดให้โรคนี้เป็นปัญหาทางจิตใจเป็นหลักเนื่องจากตรวจไม่พบพยาธิสภาพทางกายวิภาคที่ชัดเจน ทว่าในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา หลักฐานทางวิทยาศาสตร์และ Headache & Pain Medicine ยุคใหม่ระบุแน่ชัดว่า Fibromyalgia เป็นโรคทางระบบประสาทที่เกิดจากความผิดปกติในการประมวลผลความปวดของสมองและไขสันหลังจริง ไม่ใช่เรื่องที่คิดไปเอง
Q&A: Fibromyalgia คืออะไร และระบาดวิทยา
Fibromyalgia คืออะไร?
ปัจจุบันจัดอยู่ในกลุ่มอาการความปวดที่เรียกว่า Nociplastic Pain ซึ่งหมายถึงอาการปวดที่เกิดจากความผิดปกติของการประมวลผลสัญญาณกระแสประสาทส่วนกลาง (Nervous system dysregulation) มากกว่าการอักเสบหรือการบาดเจ็บทางเนื้อเยื่อโดยตรง โดยแสดงออกผ่านกลุ่มอาการสำคัญ ได้แก่:
- มีอาการปวดกระจายทั่วร่างกายเรื้อรัง
- อ่อนเพลียเรื้อรัง เหนื่อยตลอดเวลาแม้มิได้ทำงานหนัก
- นอนหลับไม่มีคุณภาพ หลับไม่ลึก ตื่นบ่อย นอนครบชั่วโมงแต่ตื่นมาไม่สดชื่น
- ภาวะ Brain Fog (สมองตื้อ, ขี้ลืม, สมาธิและความจำลดลง, คิดช้าลง)
- มักพบภาวะวิตกกังวลหรือซึมเศร้าร่วมด้วยได้บ่อย
พบได้ประมาณ 2-4% ของประชากรทั่วโลก โดยสถิติมักตรวจพบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชายประมาณ 2-4 เท่า และมักเริ่มแสดงอาการในช่วงวัยทำงาน ทว่าในปัจจุบันเชื่อว่าตัวเลขในผู้ชายอาจต่ำกว่าความเป็นจริงเนื่องจากได้รับการวินิจฉัยตกหล่น
กลุ่มอาการทางคลินิกและรอยโรคคาบเกี่ยว
- รูปแบบและตำแหน่งความปวด: มักมีอาการปวดทั่วร่างกาย โดยเฉพาะบริเวณ คอ, บ่า, สะบัก, หลัง, เอว, สะโพก และแขนขา ในทางปฏิบัติ ผู้ป่วยจำนวนมากมักมาพบแพทย์ด้วยอาการปวดคอหรือหลังเรื้อรัง และมักถูกวินิจฉัยคลาดเคลื่อนเป็นโรคออฟฟิศซินโดรม (Office Syndrome) หรือโรคกระดูกสันหลังเสื่อมอยู่เป็นเวลานาน
- ภาวะไวเกินต่อความปวด (Pain Sensitivity): ผู้ป่วยจะมีภาวะ Hyperalgesia (ความไวต่อความปวดมากกว่าคนทั่วไป) และ Allodynia (สิ่งกระตุ้นปกติที่ไม่ควรเจ็บกลับทำให้ปวดรุนแรง) เช่น แค่การกดหรือสัมผัสผิวหนังเบา ๆ, การนั่งหรือยืนนาน, การสวมเสื้อผ้าที่รัดแน่น หรือแม้แต่การเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ ก็สามารถจุดชนวนให้โรคกำเริบ (Flare-up) ได้
- โรคและภาวะที่มักพบร่วม (Comorbidities): มักพบร่วมกับโรคปวดเรื้อรังระบบอื่น ๆ ได้แก่ Migraine, Irritable Bowel Syndrome (IBS), Chronic Pelvic Pain, Interstitial Cystitis, Temporomandibular Disorder (TMD), Chronic Fatigue Syndrome (ME/CFS), และกลุ่มอาการ Long COVID นอกจากนี้ยังสามารถพบร่วมในผู้ป่วยโรคภูมิคุ้มกันทำลายตนเอง เช่น รูมาตอยด์ (Rheumatoid Arthritis), ลูปัส (Lupus), หรือกลุ่มอาการโจเกรน (Sjögren Syndrome) แม้ว่าตัวโรค Fibromyalgia เองจะไม่ใช่โรคภูมิคุ้มกันผิดปกติโดยตรงก็ตาม
ปัจจุบันเชื่อว่าโรคนี้เกิดจากหลายปัจจัยร่วมกัน (Multifactorial) โดยมีกลไกหลักทางระบบประสาทดังนี้:
- Central Sensitization (กลไกที่สำคัญที่สุด): สมองและไขสันหลังมีการแปรสภาพจนไวต่อสัญญาณปวดมากผิดปกติ เปรียบเสมือนปุ่มเปิดวอลุ่มความปวดของร่างกายที่ถูกหมุนจนดังเกินไปตลอดเวลา
- ความผิดปกติของสารสื่อประสาท: ตรวจพบความแปรปรวนของระดับสารสื่อประสาทสำคัญ ได้แก่ Serotonin, Norepinephrine, และ Dopamine ซึ่งทำหน้าที่หลักในการควบคุมระบบความปวด อารมณ์ และการนอนหลับ
- พันธุกรรมและความเครียด: มักพบประวัติคนในครอบครัวมีภาวะปวดเรื้อรังร่วมด้วย ร่วมกับประวัติการมีความเครียดเรื้อรัง การอดนอน หรือความผิดปกติของการนอนลึกที่ส่งผลให้การหลั่ง Growth Hormone ลดลง
- ปัจจัยจุดชนวน (Triggers): ในบางราย โรคเริ่มถูกเปิดสวิตช์ทำงานตามหลังการติดเชื้อไวรัส (เช่น หลังเป็น COVID-19), อุบัติเหตุรุนแรง หรือผ่านการผ่าตัดใหญ่
ไม่มีวิธีตรวจยืนยันโดยตรง แล้วทำไมยังต้องเจาะเลือดหรือทำ MRI?
แม้จะไม่มีการตรวจเลือดหรือภาพถ่ายทางรังสีวิทยาใดที่ใช้ยืนยันโรค Fibromyalgia ได้โดยตรง แต่การตรวจเพิ่มเติมนับว่ามีความสำคัญมากในทางคลินิก เพื่อสืบค้นและตัดปัจจัยอื่นที่อาจเลียนแบบโรคออกไป (Rule out) เช่น ภาวะขาดวิตามินดี, โรคต่อมไทรอยด์ทำงานผิดปกติ, โรคโลหิตจาง, หรือโรคระบบประสาทและข้ออักเสบอัตตภูมิอื่น ๆ
ผล MRI ปกติหรือผิดปกติ เล่าเรื่องความปวดได้ทั้งหมดไหม?
ไม่เสมอไป ผู้ป่วย Fibromyalgia หลายรายอาจตรวจเจอหมอนรองกระดูกคอหรือหลังเสื่อมจากภาพ MRI จริง แต่รอยโรคที่พบไม่สามารถอธิบายอาการปวดกระจายตัวรุนแรงทั่วร่างกายได้ ในทางกลับกัน บางราย MRI ปรากฏความเสื่อมมากแต่กลับไม่ค่อยปวด
ยอดหลักการแพทย์ระงับปวดระบุว่า: "เราไม่ได้รักษาภาพถ่าย MRI แต่เรากำลังรักษาผู้ป่วยที่อยู่ตรงหน้า" ผลตรวจปกติไม่ได้แปลว่าอาการปวดของผู้ป่วยไม่สอดคล้องกับความจริง
แนวทางการรักษาร่วมคู่วิถีองค์รวม (Multidisciplinary Management)
เนื่องจากตัวโรคเกิดจากระบบประมวลผลส่วนกลาง จึงไม่มีหัตถการหรือการผ่าตัดใดที่สามารถรักษาโรค Fibromyalgia ได้โดยตรง แต่สามารถควบคุมอาการให้สงบและคืนคุณภาพชีวิตได้ด้วยการผสมผสานวิธีรักษา:
1. การรักษาด้วยยา (Pharmacotherapy)
- ยาหลักทางคลินิก: ยาลดปวดเส้นประสาทและปรับสารสื่อประสาท ได้แก่ Gabapentin, Pregabalin, Amitriptyline, และ Duloxetine ช่วยลดสัญญาณปวดและปรับคุณภาพการนอนหลับ
- ประสบการณ์การใช้ยา Mirogabalin: ในทางปฏิบัติ พบว่าผู้ป่วยจำนวนไม่น้อยไม่สามารถทนต่อผลข้างเคียงของยา Pregabalin ในขนาดสูง (300-450 mg/วัน) ได้ เนื่องจากมีอาการง่วงนอน เวียนศีรษะ หรือสมองตื้อรุนแรง การเปลี่ยนมาใช้ยากลุ่มใหม่อย่าง Mirogabalin พบว่าผู้ป่วยบางรายสามารถทนต่อยาได้ดีกว่า ทำให้แพทย์สามารถปรับขนาดยาได้เหมาะสมและควบคุมโรคได้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
2. การออกกำลังกาย: ยาที่มีประสิทธิภาพสูงสุด
การออกกำลังกายแบบแอโรบิก (Aerobic Exercise) มีหลักฐานเชิงประจักษ์รองรับดีที่สุดในการรักษาโรคนี้ เช่น การเดินเร็ว, ว่ายน้ำ, เดินในน้ำ หรือปั่น จักรยาน ช่วยลดความเหนื่อยล้า (Fatigue) ปรับคุณภาพการนอนหลับ และลดความปวดในระยะยาวได้
ข้อควรระวัง: ต้องเริ่มอย่างค่อยเป็นค่อยไป กิจกรรมระดับเบาก่อน หากหักโหมหนักเกินไปในระยะแรกจะกระตุ้นให้อาการกำเริบรุนแรงจนผู้ป่วยล้มเลิกการออกกำลังกายไปทั้งหมด
3. กายภาพบำบัดและการปรับพฤติกรรม (Non-pharmacological)
- กายภาพบำบัด (Physical Therapy): เน้นย้ำว่าไม่ได้ทำเพื่อรักษาตัวกล้ามเนื้อโดยตรง แต่ทำเพื่อสลายวงจรการหลีกเลี่ยงการเคลื่อนไหวเพราะกลัวความปวด (Kinesiophobia) ซึ่งหากไม่ขยับจะยิ่งทำให้กล้ามเนื้ออ่อนแรง เพลียง่าย และปวดรุนแรงขึ้น ช่วยให้ผู้ป่วยกลับมาเคลื่อนไหวได้อย่างมั่นใจและเพิ่มสมรรถภาพทางกาย
- CBT (Cognitive Behavioral Therapy): การบำบัดทางจิตวิทยาปรับความคิดและพฤติกรรมเพื่อลดความวิตกกังวล และช่วยให้ผู้ป่วยทำความเข้าใจความเชื่อมโยงระหว่างความปวด ความเครียด และการนอนหลับเพื่อรับมือกับโรคระยะยาวได้ดีขึ้น
- Sleep Optimization: ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการนอนและดูแลสุขอนามัยการนอน (Sleep Hygiene) อย่างเข้มงวด สามารถลดทั้งความปวด ความเหนื่อยล้า และภาวะ Brain Fog ได้อย่างมีนัยสำคัญ
- บทบาทของหัตถการเฉพาะจุด: การฉีดยาหรือบล็อกเส้นประสาท (เช่น ESI, Facet block, SI joint block, TPI) จะพิจารณาทำเพื่อลดความปวดจากโรคร่วมทางโครงสร้างที่เกิดร่วมด้วยเท่านั้น เมื่อบล็อกระงับปวดเฉพาะจุดสำเร็จ จะช่วยเปิดโอกาสให้คนไข้สามารถนอนหลับและทำกายภาพบำบัดฟื้นฟูตัวโรคหลักได้ดีขึ้น
- ข้อควรระวังขั้นสูงก่อนการผ่าตัด: Fibromyalgia ไม่ใช่ข้อบ่งชี้ในการผ่าตัด งานวิจัยหลายฉบับเตือนว่า ผู้ป่วยที่มีภาวะ Fibromyalgia หรือ Central Sensitization ร่วมด้วย มีแนวโน้มที่จะยังคงมีอาการปวดหลงเหลืออยู่หลังการผ่าตัดมากกว่าคนทั่วไป แม้ว่าศัลยแพทย์จะสามารถผ่าตัดแก้ไขความผิดปกติทางโครงสร้างได้ประสบความสำเร็จสมบูรณ์แบบแล้วก็ตาม (พบหลักฐานเด่นชัดทั้งในการผ่าตัดกระดูกสันหลัง, ผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม และข้อสะโพกเทียม) ดังนั้น การประเมินภาวะ Nociplastic pain ก่อนผ่าตัดจึงมีความสำคัญยิ่งเพื่อคาดการณ์และปรับความคาดหวังต่อผลการรักษาหลังผ่าตัดอย่างเหมาะสม
- TMS (Transcranial Magnetic Stimulation): การใช้สนามแม่เหล็กกระตุ้นสมองส่วนที่ทำหน้าที่รับรู้ความปวดและควบคุมอารมณ์เพื่อลดปวดและลดภาวะซึมเศร้า
- VNS (Vagus Nerve Stimulation): การกระตุ้นเส้นประสาทวากัสเพื่อปรับสมดุลระบบประสาทอัตโนมัติและลดการตอบสนองต่อความเครียด (หมายเหตุ: ทั้งสองเทคโนโลยียังอยู่ระหว่างการศึกษาเพิ่มเติมและยังไม่จัดเป็นมาตรฐานหลักในปัจจุบัน)

เอกสารอ้างอิง (References)
Häuser W, Ablin J, Fitzcharles MA, Littlejohn G, Luciano JV, Usui C, et al. Fibromyalgia. Nature Reviews Disease Primers. 2015;1:15022. doi:10.1038/nrdp.2015.22.
Clauw DJ. Fibromyalgia: A Clinical Review. JAMA. 2014;311(15):1547-1555. doi:10.1001/jama.2014.3266.
Fitzcharles MA, Cohen SP, Clauw DJ, Littlejohn G, Usui C, Häuser W. Nociplastic pain: towards an understanding of prevalent pain conditions. Lancet. 2021;397(10289):2098-2110.
Wolfe F, Clauw DJ, Fitzcharles MA, Goldenberg DL, Häuser W, Katz RL, et al. 2016 Revisions to the 2010/2011 Fibromyalgia Diagnostic Criteria. Seminars in Arthritis and Rheumatism. 2016;46(3):319-329.
Macfarlane GJ, Kronisch C, Dean LE, Atzeni F, Häuser W, Fluß E, et al. EULAR revised recommendations for the management of fibromyalgia. Annals of the Rheumatic Diseases. 2017;76(2):318-328. doi:10.1136/annrheumdis-2016-209724.
Häuser W, Perrot S, Sommer C, Shir Y, Fitzcharles MA. Diagnostic confounders of chronic widespread pain: not always fibromyalgia. Pain Reports. 2017;2(3):e598.
Häuser W, Sarzi-Puttini P, Fitzcharles MA. Fibromyalgia syndrome: under-, over- and misdiagnosis. Clinical and Experimental Rheumatology. 2019;37 Suppl 116(1):90-97.
Bidonde J, Busch AJ, Schachter CL, Webber SC, Musselman KE, Overend TJ, et al. Aerobic exercise training for adults with fibromyalgia. Cochrane Database of Systematic Reviews. 2017;6:CD012700.
Busch AJ, Webber SC, Richards RS, Bidonde J, Schachter CL, Schafer LA, et al. Resistance exercise training for fibromyalgia. Cochrane Database of Systematic Reviews. 2013;12:CD010884.
Zhu CE, Yu B, Zhang W, Chen WH, Qi Q, Miao Y. Effectiveness of transcranial magnetic stimulation in fibromyalgia: a systematic review and meta-analysis. The Clinical Journal of Pain. 2021;37(5):385-394.
Brummett CM, Urquhart AG, Hassett AL, Tsodikov A, Hallstrom BR, Wood NI, et al. Characteristics of fibromyalgia independently predict poorer long-term analgesic outcomes following total knee and hip arthroplasty. Arthritis & Rheumatology. 2015;67(5):1386-1394.
International Association for the Study of Pain. IASP Terminology: Nociplastic Pain. International Association for the Study of Pain; updated terminology.
บทความที่เกี่ยวข้อง
คุณยายอายุ 90 กว่า ลุกหลานอยากให้รักษาความเจ็บปวดไหล่ ปวดหลัง ปวดต้นคอ โดยมองหาคุณหมอที่ใช่ ที่เข้าใจคนสูงอายุอย่างแท้จริง
28 เม.ย. 2026
การฉีดสเตียรอยด์เข้าช่องโพรงกระดูกสันหลัง ช่วยบรรเทาอาการปวดจากโรคกระดูกสันหลังอย่างไร? รู้จักกลไกการทำงาน, ผู้ที่เหมาะสม, ข้อควรระวัง และการเตรียมตัวก่อนฉีดยา
27 พ.ค. 2025
เรื่องราวของ ชาวฝรั่งเศส ที่สิ้นหวังการรักษาไปแล้ว จากอุบัติเหตุหลายปีก่อน ต้องนั่งรถเข็น เจ็บปวดในการขยับตัว และเหมือนไฟช็อต ก่อนหน้านี้ เขามีทางเลือก แค่ ทน หรือ เสพติดยาระงับปวด ไปเรื่อยๆ และเข้าข่าย "คนพิการ"
1 พ.ค. 2026


