แชร์

ไขมันในเลือดสูง ภัยเงียบที่หลายคนมองข้าม ทั้งที่อาจนำไปสู่หัวใจวายและอัมพฤกษ์ได้

อัพเดทล่าสุด: 25 มิ.ย. 2026
เซเปี้ยนซ์, sapiens, ไขมัน, เบาหวาน

ไขมันในเลือดสูง ภัยเงียบที่หลายคนมองข้าม เสี่ยงหัวใจวายและอัมพฤกษ์โดยไม่รู้ตัว


หลายคนให้ความสำคัญกับโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง แต่กลับมองข้ามภาวะ ไขมันในเลือดสูง เพราะคิดว่าเป็นเพียงตัวเลขในผลตรวจสุขภาพที่ยังไม่ส่งผลต่อร่างกาย ความจริงแล้ว ไขมันในเลือดสูง เป็นหนึ่งในปัจจัยเสี่ยงสำคัญของโรคหัวใจและหลอดเลือด ซึ่งเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้น ๆ ของคนทั่วโลก สิ่งที่น่ากังวลคือ ผู้ป่วยส่วนใหญ่มักไม่มีอาการผิดปกติใด ๆ เลย แม้ระดับไขมันจะสูงมานานหลายปี จนกระทั่งเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรง เช่น

  • หลอดเลือดหัวใจตีบ
  • กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด
  • โรคหลอดเลือดสมอง
  • อัมพฤกษ์ อัมพาต
  • โรคหลอดเลือดส่วนปลาย

ด้วยเหตุนี้ แพทย์ทั่วโลกจึงเรียกภาวะนี้ว่า “Silent Risk” หรือ ความเสี่ยงเงียบที่สะสมอยู่ทุกวัน

ไขมันในเลือดคืออะไร?
ไขมันเป็นสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกาย มีบทบาทในการสร้างเซลล์ สร้างฮอร์โมน และเป็นแหล่งพลังงานสำรอง อย่างไรก็ตาม หากมีไขมันบางชนิดในกระแสเลือดมากเกินไป โดยเฉพาะ LDL Cholesterol หรือที่เรียกว่า “ไขมันเลว” จะเกิดการสะสมบริเวณผนังหลอดเลือด

เมื่อเวลาผ่านไป ไขมันเหล่านี้จะรวมตัวกับเซลล์อักเสบและแคลเซียม เกิดเป็นคราบไขมัน (Atherosclerotic Plaque) ทำให้หลอดเลือดตีบ แข็ง และเพิ่มความเสี่ยงต่อการอุดตันในที่สุด

ไขมันในเลือดมีอะไรบ้าง?

  • LDL Cholesterol (ไขมันเลว) 
    LDL เป็นตัวการสำคัญที่สุดที่ทำให้เกิดโรคหลอดเลือดหัวใจและหลอดเลือดสมอง ยิ่งระดับ LDL สูง ความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือดยิ่งเพิ่มขึ้น ปัจจุบันมีหลักฐานทางการแพทย์ชัดเจนว่า “Lower is Better” ยิ่งลด LDL ได้มาก ความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือดยิ่งลดลง

  • HDL Cholesterol (ไขมันดี)
    HDL ทำหน้าที่นำคอเลสเตอรอลส่วนเกินกลับไปกำจัดที่ตับ ผู้ที่มีระดับ HDL ต่ำ มักมีความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือดสูงขึ้น

  • Triglycerides (ไตรกลีเซอไรด์)
    เป็นไขมันที่ร่างกายใช้เก็บพลังงาน หากมีระดับสูงมาก อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะตับอ่อนอักเสบเฉียบพลัน และมักพบร่วมกับ
    - โรคอ้วน
    - เบาหวาน
    - ไขมันพอกตับ
    - ภาวะดื้อต่ออินซูลิน
  • Total Cholesterol
    เป็นผลรวมของไขมันหลายชนิดในเลือด อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันแพทย์ให้ความสำคัญกับค่า LDL มากกว่าการดูค่า Total Cholesterol เพียงอย่างเดียว

ไขมันในเลือดสูงมีอาการหรือไม่?
คำตอบคือ “ส่วนใหญ่ไม่มีอาการ” นี่คือเหตุผลสำคัญที่ทำให้โรคนี้อันตราย ผู้ป่วยจำนวนมากมีค่า LDL สูงต่อเนื่องนาน 10-20 ปี โดยไม่รู้ตัว ไม่มีอาการเจ็บป่วยหรือความผิดปกติใด ๆ จนกระทั่งเกิดภาวะรุนแรง เช่น

  • เจ็บหน้าอก
  • หัวใจวาย
  • อัมพฤกษ์ 
  • อัมพาต
    จึงพบว่าหลอดเลือดมีการตีบสะสมมานานแล้ว

ทำไมไขมันในเลือดสูงจึงอันตราย?
ลองนึกถึงท่อน้ำที่มีตะกรันเกาะสะสมอยู่เรื่อย ๆ ช่วงแรกน้ำยังไหลได้ตามปกติ แต่เมื่อเวลาผ่านไปท่อจะค่อย ๆ แคบลงจนเกิดการอุดตัน หลอดเลือดของเราก็เช่นเดียวกัน LDL ที่สูงเรื้อรังจะสะสมในผนังหลอดเลือดทีละน้อย โดยไม่มีสัญญาณเตือน จนกระทั่งหลอดเลือดตีบมาก หรือคราบไขมันแตกออกจนเกิดลิ่มเลือดอุดตันเฉียบพลัน

ไขมันในเลือดสูงเสี่ยงเกิดโรคอะไรบ้าง?
1. โรคหลอดเลือดหัวใจ เป็นภาวะแทรกซ้อนที่พบบ่อยที่สุด อาการที่อาจพบ ได้แก่

  • แน่นหน้าอก
  • เหนื่อยง่าย
  • เจ็บหน้าอกเวลาออกแรง
    หากหลอดเลือดอุดตันเฉียบพลัน อาจเกิดภาวะหัวใจวาย (Heart Attack) ได้

2. โรคหลอดเลือดสมอง ไขมันในเลือดสูงเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดสมองตีบ อาการสำคัญ ได้แก่

  • หน้าเบี้ยว
  • แขนขาอ่อนแรง
  • พูดไม่ชัด
  • สูญเสียการทรงตัว

3. โรคหลอดเลือดส่วนปลาย อาจมีอาการ

  • ปวดน่องเวลาเดิน
  • เดินได้ระยะสั้นลง
  • เท้าเย็น
  • แผลหายช้า

4. ไขมันพอกตับ พบได้บ่อยในผู้ที่มี

  • อ้วนลงพุง
  • เบาหวาน
  • ไตรกลีเซอไรด์สูง

ค่าไขมันในเลือดเท่าไรจึงถือว่าสูง?
LDL Cholesterol

  • คนทั่วไป: ควรต่ำกว่า 100 mg/dL
  • กลุ่มเสี่ยงสูง เช่น เบาหวาน โรคหัวใจ หรือโรคหลอดเลือดสมอง อาจต้องควบคุมให้ต่ำกว่านี้

Triglycerides ปกติ: ต่ำกว่า 150 mg/dL

HDL Cholesterol

  • ผู้ชาย: มากกว่า 40 mg/dL
  • ผู้หญิง: มากกว่า 50 mg/dL

ทั้งนี้ เป้าหมายที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับระดับความเสี่ยงของแต่ละบุคคล ควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินอย่างเหมาะสม

อาหารที่ทำให้ไขมันในเลือดสูง อาหารที่ควรหลีกเลี่ยงหรือรับประทานให้น้อยลง ได้แก่ อาหารทอด, ฟาสต์ฟู้ด, เบเกอรี่, เนยและครีม, เนื้อสัตว์ติดมัน, หนังสัตว์, ไส้กรอก, อาหารแปรรูป รวมถึง น้ำอัดลม, ชานม, เครื่องดื่มหวาน, ขนมหวาน ซึ่งส่งผลต่อระดับไตรกลีเซอไรด์และภาวะดื้อต่ออินซูลิน

คนผอมเป็นไขมันในเลือดสูงได้หรือไม่?
คำตอบคือ ได้ หลายคนเข้าใจผิดว่าคนผอมจะไม่มีปัญหาไขมันในเลือดสูง แต่ในความเป็นจริง บางคนมีพันธุกรรมที่ทำให้ระดับ LDL สูงตั้งแต่อายุน้อย เช่น ภาวะ Familial Hypercholesterolemia หรือมีไขมันสะสมในช่องท้องแม้น้ำหนักตัวจะไม่มาก ดังนั้น การมีรูปร่างผอมไม่ได้หมายความว่าค่าไขมันจะปกติเสมอไป

ไขมันในเลือดสูงต้องกินยาทุกคนหรือไม่? ไม่จำเป็น การรักษาขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น

  • อายุ
  • ระดับ LDL
  • โรคเบาหวาน
  • ความดันโลหิตสูง
  • การสูบบุหรี่
  • ประวัติโรคหัวใจและหลอดเลือด

บางรายสามารถเริ่มจากการปรับพฤติกรรม

  • ควบคุมอาหาร
  • ออกกำลังกาย
  • ลดน้ำหนัก

แต่ในผู้ที่มีความเสี่ยงสูง แพทย์อาจพิจารณาให้ยากลุ่ม Statin เพื่อช่วยลดความเสี่ยงหัวใจวายและโรคหลอดเลือดสมองในระยะยาว

วิธีลดไขมันในเลือดอย่างได้ผล

  • ลดอาหารที่มีไขมันอิ่มตัวสูง เช่น หนังไก่ หมูสามชั้น เนย และครีม
  • เพิ่มใยอาหารจากผัก ผลไม้ ธัญพืชไม่ขัดสี และถั่ว
  • ออกกำลังกายอย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์
  • ควบคุมน้ำหนักและลดรอบเอว
  • งดสูบบุหรี่
  • จำกัดการดื่มแอลกอฮอล์ โดยเฉพาะผู้ที่มีไตรกลีเซอไรด์สูง

เมื่อไรควรตรวจไขมันในเลือด? ควรเข้ารับการตรวจหาก

  • อายุ 20 ปีขึ้นไป
  • มีคนในครอบครัวเป็นโรคหัวใจ
  • เป็นเบาหวาน
  • มีความดันโลหิตสูง
  • สูบบุหรี่
  • น้ำหนักเกินหรืออ้วนลงพุง
  • มีไขมันพอกตับ

แม้ไม่มีอาการผิดปกติ ก็ควรตรวจสุขภาพเป็นประจำ เพราะไขมันในเลือดสูงมักไม่แสดงอาการจนกว่าจะเกิดภาวะแทรกซ้อน ไขมันในเลือดสูงเป็นโรคที่พบได้บ่อยและมักไม่มีอาการ แต่สามารถเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง และโรคหลอดเลือดทั่วร่างกายได้อย่างชัดเจน

ข่าวดีคือ ภาวะนี้สามารถตรวจพบได้ง่าย และสามารถลดความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพผ่านการปรับพฤติกรรม การออกกำลังกาย การควบคุมน้ำหนัก และการรักษาที่เหมาะสม การตรวจเลือดเพียงครั้งเดียวในวันนี้ อาจช่วยป้องกันโรคหัวใจหรือโรคหลอดเลือดสมองในอนาคตได้

โรงพยาบาลเซเปี้ยนซ์ พร้อมดูแลสุขภาพหัวใจ หลอดเลือด และการป้องกันโรคเรื้อรัง เพื่อให้คุณมีสุขภาพดีและใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจในทุกช่วงวัย


บทความที่เกี่ยวข้อง
ผู้ชายกำลังปวดคอ
ปวดคอ ทำไง เกิดจากอะไร? วิธีแก้ปวดคอแบบง่าย ๆ ที่คุณทำได้เอง พร้อมคำแนะนำว่าเมื่อไหร่ควรไปพบแพทย์ เพื่อรักษาอาการให้ตรงจุด
13 ก.พ. 2025
ยาสเตียรอยด์
สเตียรอยด์มีหลายรูปแบบ ทั้งกิน ทา และฉีด โดยแต่ละแบบมีผลข้างเคียงต่างกัน สำหรับเซเปี้ยนซ์ การฉีดสเตียรอยด์ใช้เฉพาะในกรณีรักษา เช่น การอักเสบในไขข้อ หรือจุดอักเสบเล็ก ๆ ที่ไม่กระจายตัวเท่านั้น เพื่อความปลอดภัยและประสิทธิภาพในการรักษา
25 มี.ค. 2025
Spinal Cord Stimulation, SCS, การกระตุ้นไขสันหลังด้วยไฟฟ้า, เซเปี้ยนซ์, sapienspainhospital, sapiens
นวัตกรรมการรักษาความปวดเรื้อรังที่ช่วยควบคุมอาการได้อย่างยั่งยืน ด้วยเทคโนโลยีการกระตุ้นไฟฟ้าบริเวณไขสันหลัง เพื่อคืนคุณภาพชีวิตและความสุขในการเคลื่อนไหวอีกครั้ง
8 ต.ค. 2025
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy