ไวรัสฮันตา (Hantavirus): รู้ทัน เข้าใจ ป้องกันได้ ไม่ต้องตื่นตระหนก

ไวรัสฮันตา (Hantavirus) : รู้ทัน ป้องกันได้ ไม่ต้องตื่นตระหนก
ในช่วงที่ผ่านมา มีกระแสข่าวเกี่ยวกับกลุ่มคลัสเตอร์ผู้ติดเชื้อ "ไวรัสฮันตา" (Hantavirus) บนเรือสำราญในต่างประเทศ ทำให้หลายคนเริ่มกังวล แม้ว่ารายงานจากองค์การอนามัยโลก (WHO) จะพบผู้เสียชีวิตบนเรือสำราญแอตแลนติก 3 ราย แต่สำหรับประเทศไทยในปัจจุบัน ยังไม่พบผู้ติดเชื้อและความเสี่ยงยังอยู่ในระดับต่ำ
อย่างไรก็ตาม การ "รู้ทัน" และ "เข้าใจ" เพื่อเตรียมพร้อมป้องกันย่อมดีที่สุด โรงพยาบาลเซเปี้ยนซ์จึงรวบรวมข้อมูลที่คุณควรรู้มาฝากดังนี้ครับ
ไวรัสฮันตา คืออะไร?
ไวรัสฮันตา เป็นไวรัสชนิด RNA ที่อาศัยอยู่ในสัตว์ฟันแทะ โดยเฉพาะ "หนู"
- หนูที่เป็นพาหะจะไม่แสดงอาการป่วย แต่จะปล่อยเชื้อออกมาทางปัสสาวะ มูล และน้ำลาย
- ปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนและยาต้านไวรัสเฉพาะทาง
โดยความรุนแรงของโรคจะแบ่งเป็น 2 กลุ่มอาการหลักตามภูมิภาค ได้แก่:
1. กลุ่มอาการทางปอด (HCPS): มักพบในแถบอเมริกา มีอาการปอดบวมน้ำ หายใจลำบาก และมีอัตราเสียชีวิตสูงถึง 30-50%2. กลุ่มอาการไข้เลือดออกและไตวาย (HFRS): มักพบในแถบเอเชียและยุโรป ทำให้เกิดไตวายเฉียบพลัน ปัสสาวะลดลง มีอัตราเสียชีวิตประมาณ 1-15%
4 ช่องทางการติดต่อที่ต้องระวัง
เราสามารถได้รับเชื้อไวรัสฮันตาผ่านทางหลักๆ ดังนี้:
- การสูดดม (ช่องทางหลัก): สูดดมฝุ่นละอองที่ปนเปื้อนปัสสาวะหรือมูลหนู
- การสัมผัส: สัมผัสเชื้อผ่านบาดแผล หรือเยื่อบุตาและจมูก
- อาหารและน้ำ: ดื่มกินสิ่งที่ปนเปื้อนสารคัดหลั่งของหนู
- จากคนสู่คน: พบน้อยมาก (เฉพาะสายพันธุ์ Andes เท่านั้น)
อาการของโรคมักจะค่อยๆ รุนแรงขึ้น โดยแบ่งเป็น 2 ระยะ:
1. ระยะแรก (1-8 สัปดาห์หลังรับเชื้อ)
จะมีอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่ทั่วไป เช่น มีไข้สูง, ปวดศีรษะ, ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ, อ่อนเพลีย, คลื่นไส้อาเจียน หรือปวดท้อง
2. ระยะรุนแรง (ต้องพบแพทย์ทันที!)
หากเริ่มมีอาการดังต่อไปนี้ ห้ามชะล่าใจเด็ดขาด:
- หอบเหนื่อย หายใจลำบาก
- ปัสสาวะน้อยลง
- มีจุดเลือดออกตามตัว
- ความดันโลหิตต่ำ
เพื่อลดความเสี่ยงจากการเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรค เราควรดูแลสุขอนามัยในที่พักอาศัยดังนี้:
- กันหนูเข้าบ้าน: ปิดช่องโหว่ตามผนังและเก็บขยะให้มิดชิด
- เก็บอาหารให้ปลอดภัย: ใส่ภาชนะที่ปิดสนิทเสมอ
- เลี่ยงการกวาดหรือดูดฝุ่น: ในพื้นที่ที่มีมูลหนู ให้ใช้ "ผ้าเปียกเช็ด" เพื่อลดการฟุ้งกระจายของเชื้อ
- ฉีดน้ำยาฆ่าเชื้อ: ก่อนทำความสะอาดบริเวณที่สงสัยว่ามีหนูอาศัยอยู่
- สวมอุปกรณ์ป้องกัน: ใส่หน้ากากอนามัยและถุงมือทุกครั้งที่ทำความสะอาด
เมื่อไหร่ควรมาพบแพทย์?
หากคุณมีไข้ และมีประวัติสัมผัสหนูในช่วง 8 สัปดาห์ที่ผ่านมา หรือเพิ่งเดินทางกลับจากพื้นที่เสี่ยง โดยเฉพาะถ้ามีอาการหายใจลำบากหรือปัสสาวะน้อยลง ควรรีบมาโรงพยาบาลทันที และแจ้งประวัติความเสี่ยงให้แพทย์ทราบอย่างละเอียดครับ

ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม:
โทร: 02-111-3703
เว็บไซต์: www.sapienspainhospital.com
Facebook: Sapiens Hospital โรงพยาบาลเซเปี้ยนซ์


