ไวรัสนิปาห์ (Nipah virus หรือ NiV) คืออะไร รู้ไว้ ป้องกันได้ ไม่ต้องตื่นตระหนก เป็นเชื้อไวรัสชนิดหนึ่งที่ติดต่อจากสัตว์สู่คน

ไวรัสนิปาห์คืออะไร รู้ไว้ ป้องกันได้ ไม่ต้องตื่นตระหนก
1. ไวรัสนิปาห์คืออะไร?
ไวรัสนิปาห์ (Nipah virus หรือ NiV) เป็นเชื้อไวรัสชนิดหนึ่งที่ติดต่อจากสัตว์สู่คน และในบางกรณีสามารถติดต่อจากคนสู่คนได้เชื้อนี้เป็นโรคติดเชื้ออุบัติใหม่ที่พบในช่วงไม่กี่สิบปีที่ผ่านมา และยังมีการระบาดเป็นระยะ ๆ ในบางประเทศ
จุดสำคัญคือ ไวรัสนิปาห์เป็นโรคที่ก่ออาการรุนแรง โดยเฉพาะที่ปอดและสมอง ทำให้มีอัตราการเสียชีวิตค่อนข้างสูงองค์การอนามัยโลกจึงจัดให้เป็นโรคที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ เพราะมีโอกาสก่อการระบาดใหญ่ได้หากควบคุมไม่ดี

2. ไวรัสนี้มาจากไหน?
แหล่งรังโรคตามธรรมชาติที่สำคัญที่สุดคือ ค้างคาวกินผลไม้ ค้างคาวสามารถมีเชื้อไวรัสอยู่ในตัวโดยไม่แสดงอาการป่วย และปล่อยเชื้อออกมากับน้ำลาย ปัสสาวะ และมูลสัตว์อื่นบางชนิด เช่น หมู สุนัข แมว ม้า อาจรับเชื้อจากค้างคาวและแพร่ต่อให้คนได้
3. พบครั้งแรกและการระบาดที่ผ่านมา
พบการระบาดครั้งแรกในปี 1998–1999 ที่ประเทศมาเลเซียและสิงคโปร์เริ่มจากการติดเชื้อในหมู แล้วลามมาสู่คนในฟาร์มหลังจากนั้นพบการระบาดซ้ำหลายครั้ง โดยเฉพาะในประเทศ บังกลาเทศ
อินเดีย บางพื้นที่มีการระบาดเกือบทุกปี แสดงว่าเชื้อยังคงอยู่ในธรรมชาติและสามารถกลับมาได้เรื่อย ๆ ตลอดกว่า 25 ปีที่ผ่านมา มีผู้ติดเชื้อหลายร้อยราย และเสียชีวิตมากกว่าครึ่งหนึ่งของผู้ป่วยทั้งหมด
4. คนติดเชื้อได้อย่างไร?
หลัก ๆ มี 3 ทาง
1) จากสัตว์สู่คน : สัมผัสค้างคาวหรือสัตว์ที่ติดเชื้อ สัมผัสน้ำลาย ปัสสาวะ หรือเลือดของสัตว์
2) จากอาหารปนเปื้อน: กินผลไม้ที่ค้างคาวกัดกินแล้ว กินอาหารหรือเครื่องดื่มที่ปนเปื้อนสารคัดหลั่งค้างคาว
3) จากคนสู่คน: พบได้แต่ไม่ง่าย มักเกิดจากการใกล้ชิดมาก ๆ เช่น ดูแลผู้ป่วย หรือสัมผัสสารคัดหลั่ง
5. อาการของโรค
หลังติดเชื้อประมาณ 4–14 วัน ช่วงแรกจะคล้ายไข้หวัด เช่น ไข้ ปวดหัว อ่อนเพลีย ไอ เจ็บคอ
บางรายอาการจะรุนแรงขึ้นเป็น
⚠ หายใจลำบาก
⚠ สมองอักเสบ ทำให้ซึม สับสน ชัก หรือหมดสติ
อัตราการเสียชีวิตโดยเฉลี่ยอยู่ประมาณ 40–75%
6. สถานการณ์ปัจจุบัน
ช่วงปีที่ผ่านมาและต้นปีนี้ มีรายงานผู้ป่วยในอินเดียหลายระลอก โดยเฉพาะบางรัฐที่เคยมีการระบาดมาก่อนขณะนี้ประเทศไทยยังไม่พบผู้ป่วย แต่กระทรวงสาธารณสุขได้เพิ่มการเฝ้าระวังและคัดกรองผู้เดินทางจากพื้นที่เสี่ยงความเสี่ยงสำหรับคนทั่วไปในไทยยังถือว่าต่ำ
เทียบกับโควิด-19 หลายคนกังวลว่าจะเหมือนโควิดหรือไม่
การติดต่อ
- โควิด: แพร่ทางอากาศง่ายมากแค่ใกล้กันก็เสี่ยง
- นิปาห์: ต้องสัมผัสใกล้ชิดจริงๆ หรือกินอาหารปนเปื้อน - นิปาห์ติดต่อยากกว่าโควิดมาก
- การอยู่ในอากาศ
- นิปาห์อยู่ในอากาศได้นานน้อย
- ถูกทำลายง่ายด้วยสบู่ แดด และน้ำยาฆ่าเชื้อ
- ไม่อึดเหมือนไวรัสโควิด - โอกาสติด: สำหรับคนทั่วไปที่ใช้ชีวิตปกติ โอกาสติดต่ำมาก
7. การรักษาในปัจจุบัน
ตอนนี้ยังไม่มียารักษาเฉพาะสำหรับไวรัสนิปาห์การรักษาหลักคือดูแลประคับประคองให้ออกซิเจนรักษาภาวะแทรกซ้อนในโรงพยาบาล มียาบางชนิดกำลังอยู่ระหว่างการวิจัย แต่ยังไม่ใช่มาตรฐาน8. วัคซีนมีไหม?
ขณะนี้ยังไม่มีวัคซีนที่ใช้กับประชาชนทั่วไปแต่มีวัคซีนที่กำลังทดลองในมนุษย์ โดยนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยออกซฟอร์ด และหลายสถาบันทั่วโลก
9. การป้องกันที่ดีที่สุด
• ล้างมือบ่อย ๆ
• ล้างผลไม้ให้สะอาด ปอกเปลือก
• ไม่กินผลไม้มีรอยกัดหรือหล่นพื้น
• เลี่ยงสัมผัสสัตว์ป่วยหรือค้างคาว
• ใส่หน้ากากเมื่อใกล้ชิดคนป่วย
แม้นิปาห์จะไม่แพร่ทางอากาศง่ายเหมือนโควิด แต่หน้ากากช่วยป้องกันสารคัดหลั่งได้ดี
สรุป
ไวรัสนิปาห์เป็นโรครุนแรงที่มาจากค้างคาวผลไม้ มีการระบาดเป็นระยะในบางประเทศ แต่ติดต่อยากกว่าโควิดมากในชีวิตประจำวันความเสี่ยงต่ำ หากรักษาสุขอนามัย กินอาหารสะอาด และหลีกเลี่ยงการสัมผัสสัตว์ป่วย ไม่ต้องตื่นตระหนก แต่ควรรู้จักป้องกันตัวเอง


