แชร์

โรคงูสวัด (Shingles) ภัยเงียบจากเชื้อไวรัสที่ซ่อนในร่างกาย อาการ วิธีรักษา และการป้องกัน

อัพเดทล่าสุด: 9 ก.ค. 2026
งูสวัด, เซเปี้ยนซ์, sapiens

โรคงูสวัด (Shingles) ภัยเงียบจากเชื้อไวรัสที่ซ่อนในร่างกาย อาการ วิธีรักษา และการป้องกัน

เคยไหม? อยู่ๆ ก็มีอาการปวดแสบปวดร้อนตามผิวหนัง มีผื่นแดงและตุ่มน้ำใสขึ้นล้อมรอบลำตัว หลายคนอาจคิดว่าเป็นแค่โรคผิวหนังทั่วไป แต่แท้จริงแล้วนี่คือสัญญาณเตือนของ "โรคงูสวัด" (Shingles) โรคที่สร้างความทรมานจากอาการปวดเส้นประสาท และอาจทั้งความเจ็บปวดไว้อย่างยาวนานหากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที

1. โรคงูสวัด เกิดจากเชื้ออะไร?
โรคงูสวัด เกิดจากเชื้อไวรัสชนิดเดียวกันกับโรคอีสุกอีใส นั่นคือ ไวรัสวาริเซลลา ซอสเตอร์ (Varicella Zoster Virus: VZV) เมื่อเราหายจากโรคอีสุกอีใสแล้ว เชื้อไวรัสนี้จะไม่ยอมซ้ำเติมหายไปจากร่างกาย แต่จะเข้าไป "ซ่อนตัว" อยู่ในปมประสาทอย่างสงบ จนกระทั่งวันใดที่ร่างกายของเราอ่อนแอ ภูมิคุ้มกันตก เครียด จัด หรืออายุมากขึ้น เชื้อไวรัสนี้ก็จะแว้งกลับมาเจริญเติบโตอีกครั้งและวิ่งไปตามเส้นประสาท เกิดเป็นผื่นงูสวัดนั่นเอง

2. สังเกต อาการงูสวัด เป็นอย่างไร?
อาการของโรคงูสวัดมักเกิดขึ้นเฉพาะที่ (ตามแนวเส้นประสาทที่เชื้อซ่อนอยู่) โดยแบ่งออกเป็น 3 ระยะหลักๆ ดังนี้:

  • ระยะแรก (ก่อนผื่นขึ้น): มีอาการปวดแสบปวดร้อน เจ็บจี๊ดๆ คล้ายไฟช็อต หรือคันยิบๆ บริเวณผิวหนัง บางรายอาจมีไข้ต่ำๆ อ่อนเพลีย หรือปวดศีรษะร่วมด้วย
  • ระยะผื่นและตุ่มน้ำ: หลังจากปวดได้ 2-3 วัน จะเริ่มมีผื่นแดงขึ้น แล้วกลายเป็นตุ่มน้ำใสเรียงตัวเป็นกลุ่มตามแนวเส้นประสาท (มักขึ้นเพียงข้างใดข้างหนึ่งของร่างกาย เช่น รอบเอว รอบอก หรือใบหน้า) ต่อมาตุ่มน้ำจะเริ่มขุ่นและแตกออกเป็นสะเก็ด
  • ระยะสมานแผล: แผลจะตกสะเก็ดและค่อยๆ หายไปในเวลาประมาณ 2-4 สัปดาห์

⚠️ ข้อควรระวัง: หากงูสวัดขึ้นบริเวณ ใบหน้า หรือ ใกล้ดวงตา ควรรีบพบแพทย์ทันที เพราะอาจเสี่ยงต่อการตาบอดหรือตาอักเสบขั้นรุนแรงได้

3. เป็นงูสวัดต้องทำอย่างไร? (การดูแลรักษาและการปฏิบัติตัว)
หากคุณสงสัยว่ากำลังเป็นงูสวัด "สิ่งสำคัญที่สุดคือการพบแพทย์ภายใน 72 ชั่วโมงแรก" หลังเริ่มมีผื่นขึ้น เพื่อรับยาต้านไวรัส ซึ่งจะช่วยลดความรุนแรงของโรคและช่วยให้แผลหายเร็วขึ้น

ข้อควรปฏิบัติเมื่อเป็นงูสวัด:

  • ห้ามแกะเกา: หลีกเลี่ยงการแกะหรือเจาะตุ่มน้ำ เพราะอาจทำให้ติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อนและเกิดแผลเป็นได้
  • รักษาความสะอาด: อาบน้ำทำความสะอาดผิวหนังด้วยสบู่อ่อนๆ และซับให้แห้ง
  • ประคบเย็น: สามารถใช้ผ้าชุบน้ำเย็นบิดหมาดๆ ประคบบริเวณตุ่มน้ำเพื่อลดอาการแสบร้อน
  • สวมเสื้อผ้าหลวมๆ: เพื่อลดการเสียดสีกับผื่น
  • แยกสิ่งของเครื่องใช้: เนื่องจากน้ำในตุ่มใสสามารถแพร่เชื้ออีสุกอีใสให้แก่ผู้ที่ยังไม่เคยเป็นหรือผู้ที่ภูมิคุ้มกันต่ำได้
4. ภาวะแทรกซ้อนที่น่ากลัว: อาการปวดเส้นประสาท (PHN)
ความน่ากลัวของงูสวัดไม่ใช่แค่ผื่น แต่คือ อาการปวดตามแนวเส้นประสาทหลังเป็นงูสวัด (Postherpetic Neuralgia: PHN) ซึ่งเป็นภาวะแทรกซ้อนที่พบบ่อยในผู้สูงอายุ โดยผู้ป่วยจะมีอาการปวดแสบปวดร้อนหรือเสียวแปลบๆ บริเวณที่เคยเป็นผื่น แม้ว่าแผลจะหายสนิทแล้วก็ตาม และอาการปวดนี้อาจยาวนานเป็นเดือนหรือเป็นปี ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตอย่างมาก

5. วิธีป้องกันที่ดีที่สุด: วัคซีนงูสวัด
ในปัจจุบัน เราสามารถป้องกันโรคงูสวัดและลดความรุนแรงของภาวะแทรกซ้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วย "การฉีดวัคซีนงูสวัด" (Shingles Vaccine)
  • ใครที่ควรฉีด? ผู้ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป หรือผู้ที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไปที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง/ต่ำ
  • ประสิทธิภาพ: วัคซีนงูสวัดชนิดใหม่ (Recombinant Zoster Vaccine) มีประสิทธิภาพในการป้องกันโรคงูสวัดและลดอาการปวดเส้นประสาท (PHN) ได้สูงถึงกว่า 90%


ปกป้องและดูแลครบวงจรเรื่องโรคงูสวัด ที่โรงพยาบาลเซเปี้ยนซ์ (Sapience Hospital)

เพราะเราเข้าใจดีว่าโรคงูสวัดและอาการปวดปลายประสาท (PHN) ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของคุณและคนที่คุณรักมากแค่ไหน โรงพยาบาลเซเปี้ยนซ์ พร้อมให้บริการดูแลรักษาอย่างครบวงจร โดยทีมแพทย์เฉพาะทางและเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ทันสมัย:

  • ศูนย์วัคซีนเชิงรุก: บริการฉีดวัคซีนป้องกันโรคงูสวัดชนิดใหม่ (Recombinant Zoster Vaccine) ที่มีประสิทธิภาพสูงในการเสริมภูมิคุ้มกันและลดความเสี่ยงจากการเกิดโรค
  • ศูนย์รักษาความปวดเฉพาะทาง (Pain Management Center): สำหรับผู้ป่วยที่มีอาการปวดทรมานจากเส้นประสาทอักเสบ ทั้งในระยะเฉียบพลันและระยะเรื้อรังหลังเป็นงูสวัด เรามีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการรักษาความปวดคอยดูแลอย่างใกล้ชิด เพื่อวางแผนการรักษาที่ตรงจุด ช่วยให้คุณกลับไปใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขและไร้ความเจ็บปวด
อย่าปล่อยให้ความเจ็บปวดบั่นทอนความสุขในชีวิต ปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่โรงพยาบาลเซเปี้ยนซ์วันนี้

ปรึกษาแพทย์เฉพาะทางเพื่อรับการวินิจฉัยหรือจองคิวฉีดวัคซีนงูสวัดวันนี้
02-111-3703


บทความที่เกี่ยวข้อง
ผู้หญิงปวดหลังช่วงประจำเดือน
การมีซีสต์ในรังไข่สามารถเป็นสาเหตุของอาการปวดหลังช่วงมีประจำเดือนได้ โดยมักเกิดจากการที่ซีสต์กดทับอวัยวะในช่องท้อง การรักษาและการปรับพฤติกรรมสามารถช่วยบรรเทาอาการได้
3 เม.ย. 2025
คุณสิรโรจน์ คนไข้ รีวิว 8 ปี
8 ปีแห่งความสิ้นหวัง จากอุบัติเหตุหกล้มที่ไม่คิดว่าส่งผลใดๆ กลายเป็นความเจ็บปวดทรมาน ปวดหลังไฟเผา จนแทบติดเตียง นอนไม่ได้ ทำงานไม่ได้ ทำการสแกน MRI ก็ไม่เจอสาเหตุใดๆ ได้รับเพียงคำแนะนำให้แค่ ทานยา ภาวนา
20 เม.ย. 2026
ปวดเข่าจากข้อเสื่อมมีวิธีรักษาหลากหลาย ตั้งแต่การฉีดยา ไปจนถึงการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่า
ปวดเข่าจากข้อเสื่อมมีวิธีรักษาหลากหลาย ตั้งแต่การฉีดยา Hyaluronic Acid, PRP, สเต็มเซลล์, RFA ไปจนถึงการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่า ต้องรักษาแบบไหนถึงเหมาะสม
27 พ.ค. 2025
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy