แชร์

ปวดหลังเรื้อรังหลังผ่าตัดกระดูกสันหลัง (Persistent Spinal Pain Syndrome Type 2: PSPS Type 2)

อัพเดทล่าสุด: 14 ก.ย. 2026
ปวด, ปวดหลัง, ปวดเรื้อรัง, เซเปี้ยนซ์
ภาวะปวดเรื้อรังหลังผ่าตัดกระดูกสันหลัง (Persistent Spinal Pain Syndrome Type 2: PSPS Type 2)

Persistent Spinal Pain Syndrome Type 2 (PSPS Type 2) / Failed Back Surgery Syndrome (FBSS)
หลายคนเชื่อว่า “ผ่าตัดหลังแล้วต้องหาย” แต่ในความเป็นจริง ผู้ป่วยบางส่วนยังคงมีอาการปวดต่อเนื่องหลังผ่าตัด หรือบางรายอาการดีขึ้นช่วงแรกแล้วกลับมาปวดอีกครั้งในภายหลัง ภาวะนี้เดิมเรียกว่า Failed Back Surgery Syndrome (FBSS) หรือ “ภาวะการผ่าตัดหลังล้มเหลว

ปัจจุบัน แพทย์หลายสาขาเปลี่ยนมาใช้ชื่อใหม่ว่า Persistent Spinal Pain Syndrome Type 2 (PSPS Type 2) เพื่ออธิบายอาการปวดเรื้อรังหลังการผ่าตัดกระดูกสันหลัง โดยไม่ได้หมายความว่าการผ่าตัด “ผิดพลาด” หรือ “ล้มเหลว” เสมอไป เนื่องจากอาการปวดอาจเกิดได้จากหลายสาเหตุร่วมกัน ทั้งจากเส้นประสาท ข้อต่อ กล้ามเนื้อ หรือระบบประสาทที่ไวต่อความปวดมากผิดปกติ

Q&A: ระบาดวิทยาและอัตราการเกิดในหัตถการแต่ละแบบ

ภาวะนี้พบได้บ่อยแค่ไหน?

แม้เทคโนโลยีการผ่าตัดกระดูกสันหลังจะพัฒนาขึ้นมาก แต่ยังไม่มีการผ่าตัดแบบใดที่รับประกันผลได้ 100% มีรายงานว่าผู้ป่วยประมาณ 10-40% อาจยังมีอาการปวดต่อเนื่องหลังผ่าตัด โดยค่าเฉลี่ยในกลุ่มผ่าตัดกระดูกสันหลังส่วนเอวมักอยู่ที่ประมาณ 20% อัตราการเกิดส่วนใหญ่ขึ้นอยู่กับ ชนิดของการผ่าตัด, ความซับซ้อนและระดับของรอยโรคเดิม, ระยะเวลาที่ปวดเรื้อรังก่อนผ่าตัด, โรคประจำตัว, ตลอดจนภาวะทางอารมณ์และการนอนหลับของผู้ป่วย

การผ่าตัดแต่ละแบบมีโอกาสเกิดปัญหาต่างกันไหม?
  • การผ่าตัดหมอนรองกระดูกแบบแผลเล็ก (Microdiscectomy / MIS Spine Surgery): ได้ผลดีมากในผู้ป่วยปวดร้าวลงขาจากหมอนรองกระดูกกดทับเส้นประสาทชัดเจน ทว่ายังคงพบผู้ป่วยประมาณ 10-20% ที่มีอาการปวดต่อเนื่องหรือกลับมาเป็นซ้ำ ซึ่งส่วนหนึ่งเกิดจากหมอนรองกระดูกเคลื่อนซ้ำ (Recurrent disc herniation) หรือเส้นประสาทเกิดภาวะไวต่อความปวดค้างอยู่

  • การผ่าตัดเชื่อมข้อกระดูกสันหลัง (Spinal Fusion Surgery): มักใช้ในรายที่กระดูกสันหลังไม่มั่นคง หรือเสื่อมรูปหลายระดับ หัตถการนี้มีความซับซ้อนสูง และมีโอกาสพบอาการปวดเรื้อรังหลังผ่าตัดได้สูงถึง 20-40% โดยเฉพาะในกลุ่มที่ผ่าตัดหลายระดับ หรือเคยผ่าตัดหลังมาก่อน
Q&A: ทำไมผ่าตัดแล้วถึงยังปวด? (6 สาเหตุหลักทางคลินิก)
  1. ต้นเหตุของอาการปวดเดิมไม่ได้มาจากจุดที่ผ่าตัดเพียงอย่างเดียว: ก่อนผ่าตัดอาจพบหมอนรองกระดูกเคลื่อนชัดเจน แต่คนไข้อาจมีแหล่งกำเนิดอาการปวดอื่นร่วมด้วย เช่น ข้อต่อกระดูกสันหลัง (Facet Joint), ข้อต่อกระเบนเหน็บ (Sacroiliac Joint), หรือกล้ามเนื้อและพังผืด เมื่อแก้ไขเฉพาะจุดทางรังสีวิทยา แหล่งกำเนิดปวดที่เหลือจึงยังทำงานอยู่
  2. หมอนรองกระดูกเคลื่อนซ้ำ หรือการกดทับเส้นประสาทหลงเหลือ: อาจเกิดหมอนรองกระดูกเคลื่อนซ้ำในตำแหน่งเดิมหรือตำแหน่งใหม่ได้ โดยเฉพาะหากมีอาการปวดกลับมาเร็วภายในไม่กี่เดือนหลังผ่าตัด
  3. พังผืดหลังผ่าตัด (Scar Tissue / Epidural Fibrosis): หลังผ่าตัดร่างกายจะสร้างพังผืดตามธรรมชาติ แต่ในบางราย พังผืดหนาตัวเกินไปจนยึดรั้งหรือระคายเคืองรากประสาท ผู้ป่วยกลุ่มนี้มักมีอาการดีขึ้นชัดเจนในช่วงแรกหลังผ่าตัด แล้วค่อย ๆ กลับมาปวดร้าว ชา หรือแสบร้อนอีกครั้งภายใน 1-3 เดือน
  4. ข้อต่อกระดูกสันหลังและข้อต่อกระเบนเหน็บรับแรงมากขึ้น: หลังการผ่าตัดโดยเฉพาะแบบเชื่อมข้อ (Fusion) ข้อต่อระดับข้างเคียงจะต้องรับแรงบิดและแรงกดมากขึ้น นำไปสู่การเสื่อมของข้อต่อระดับข้างเคียง (Adjacent Segment Disease) และปวดหลังเรื้อรัง
  5. กระดูกเชื่อมไม่ติด หรืออุปกรณ์มีปัญหา: เกิดภาวะกระดูกเชื่อมไม่ติด (Pseudarthrosis) อุปกรณ์สกรูหลวม เหล็กหัก หรืออุปกรณ์เคลื่อนตัว
  6. ระบบประสาทไวต่อความปวดมากผิดปกติ (Central Sensitization): ในผู้ป่วยที่ทนปวดมานานก่อนผ่าตัด ระบบประสาทส่วนกลางจะจดจำและขยายสัญญาณปวดค้างไว้ แม้โครงสร้างจะถูกแก้ไขแล้ว ก็ยังคงมีอาการปวดแสบร้อน ปวดหลายตำแหน่ง ไวต่อการสัมผัส นอนไม่หลับ วิตกกังวล หรือซึมเศร้าเด่นชัด
การสืบค้นและการวินิจฉัยเพื่อแยกแยะโรค
สิ่งสำคัญที่สุดในภาวะ PSPS Type 2 คือการค้นหา "ตัวกำเนิดความปวดที่แท้จริง (Pain Generator)" แพทย์จะประเมินผ่านประวัติ ลักษณะอาการ ตรวจระบบประสาท การเดิน ทรงตัว ตรวจไฟฟ้ากล้ามเนื้อ (EMG/NCS) และภาพถ่ายรังสี X-ray, MRI, CT scan

ในรายที่โครงสร้างไม่ชัดเจน แพทย์ระงับปวดจะใช้ การฉีดยาชาเฉพาะจุดเพื่อพิสูจน์ทราบต้นเหตุ (Diagnostic Block) เช่น:
  • Medial Branch Block / Facet Block: ทดสอบข้อต่อกระดูกสันหลัง (มักทำหลังผ่าตัดแบบ Fusion)
  • Sacroiliac Joint Injection: ทดสอบข้อต่อกระเบนเหน็บ ในคนไข้ที่ปวดสะโพก ก้น หรือหลังส่วนล่างด้านข้าง
  • Selective Nerve Root Block (SNRB): ทดสอบความจำเพาะของรากประสาท
แนวทางการรักษาตามหลัก Headache & Pain Medicine ยุคใหม่
ปัจจุบันแนวคิดการรักษาไม่ได้มุ่งเป้าไปที่ "การผ่าตัดซ้ำเสมอไป" แต่เน้นการรักษาแบบจำเพาะบุคคลคู่วิถีองค์รวม:

1. การรักษาด้วยยา (Pharmacotherapy)
  • ยาลดปวดเส้นประสาท (Gabapentin, Pregabalin, Mirogabalin)
  • ยาต้านซึมเศร้ากลุ่มปรับสารสื่อประสาทลดปวด (Duloxetine, Amitriptyline, Nortriptyline)
  • ข้อควรระวัง: สำหรับยากลุ่ม Opioids ควรใช้ระยะสั้นและจำกัดอย่างมาก เพราะการใช้ระยะยาวนอกจากจะดื้อยา ท้องผูก และง่วงซึมแล้ว ยายังสามารถเหนี่ยวนำให้เกิดภาวะไวต่อความปวดมากขึ้น (Opioid-induced hyperalgesia)
2. หัตถการระงับปวดและสลายพังผืด (Interventional Pain Management)
  • Epidural Steroid Injection (ESI): ฉีดสเตียรอยด์ลดอักเสบรากประสาท เหมาะกับรายที่ปวดร้าวลงแขนหรือขา
  • Radiofrequency Ablation (RFA): ใช้คลื่นวิทยุความถี่สูงจี้ทำลายเส้นประสาทรับความรู้สึกของข้อต่อ เพื่อตัดสัญญาณปวด ผลการรักษายาวนานหลายเดือนถึงมากกว่า 1 ปี
  • Epidural Adhesiolysis (Racz / Balloon): ใช้สายสวนพิเศษหรือบอลลูนสอดเข้าช่องก้นกบเพื่อสลายพังผืด (Epidural fibrosis) ที่ดึงรั้งเส้นประสาทหลังผ่าตัดโดยตรง ช่วยให้ยากระจายตัวได้ดีและกลับมาใช้ชีวิตประจำวันได้นานหลายเดือนถึง 1 ปี
3. นวัตกรรมปรับสัญญาณประสาทขั้นสูง (Advanced Neuromodulation)
  • Spinal Cord Stimulation (SCS): การฝังเครื่องกระตุ้นไฟฟ้าขนาดเล็กที่ไขสันหลังเพื่อปล่อยกระแสไฟฟ้าไปบดบังทับสัญญาณปวด เหมาะอย่างยิ่งกับอาการปวดเรื้อรังหลังผ่าตัดที่มีลักษณะปวดแบบเส้นประสาทส่วนปลายเสียหาย (Neuropathic pain) ปัจจุบันมีเทคโนโลยีระดับสูง เช่น High-frequency (10-kHz), Burst, DTM, หรือ Closed-loop stimulation
  • Intrathecal Drug Delivery (Pain Pump): การฝังปั๊มจ่ายยาเข้าสู่ช่องน้ำไขสันหลังโดยตรง สำหรับกลุ่มผู้ป่วยที่ปวดรุนแรงวิกฤตและดื้อต่อการรักษาทุกรูปแบบ
4. ฟื้นฟูสมรรถภาพและการดูแลจิตใจ
  • กายภาพบำบัดฟื้นฟู: เน้นการเคลื่อนไหวสร้างความมั่นคงกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัว (Core Stabilization), Posture correction, McKenzie exercise, Pilates และการยืดเหยียดเส้นประสาท (Nerve mobilization)
  • จิตวิทยาความปวด: รักษาผ่านกระบวนการ CBT, Relaxation training หรือการเจริญสติ (Mindfulness) เพื่อปรับสมดุลคลื่นสมอง ลดภาวะนอนไม่หลับ วิตกกังวล และซึมเศร้า
Q&A: จำเป็นต้องผ่าตัดซ้ำหรือไม่?
ไม่ใช่ทุกคนที่ปวดหลังผ่าตัดจะต้องผ่าตัดซ้ำ การผ่าตัดแก้ไขรอบใหม่ควรพิจารณาเฉพาะเมื่อตรวจพบปัญหาทางโครงสร้าง (Structural lesion) ชัดเจนและตรงกับอาการเท่านั้น เช่น เส้นประสาทถูกกดทับซ้ำรุนแรง, ข้อกระดูกไม่มั่นคง, กระดูกเชื่อมไม่ติด, หรือเหล็กหลวม สกรูหัก อุปกรณ์เคลื่อนตัว

หากไม่พบต้นเหตุทางโครงสร้างที่แน่ชัด การดื้อดึงผ่าตัดซ้ำบ่อยครั้งไม่เพียงแต่ไม่ช่วยลดปวด แต่อาจทำให้เกิดพังผืดใหม่และการแปรสภาพของระบบประสาทส่วนกลาง ส่งผลให้อาการปวดมีความซับซ้อนและรักษายากขึ้นกว่าเดิมมาก



เอกสารอ้างอิง (References)
Cho JH, Lee JH, Song KS, et al. Failed back surgery syndrome-terminology, etiology, prevention, evaluation, and management: a narrative review. Yeungnam University Journal of Medicine. 2024.
Patel K, Upadhyayula S. Failed Back Surgery Syndrome. StatPearls Publishing. Updated 2024.
Thomson S. Failed back surgery syndrome - definition, epidemiology and demographics. British Journal of Pain. 2013;7(1):56-59.
Prevalence of Chronic Pain After Spinal Surgery: A Systematic Review and Meta-analysis. Cureus. 2023.
International Association for the Study of Pain (IASP). Classification of chronic pain after spinal surgery.
Goldstein CL, et al. Perioperative outcomes and adverse events of minimally invasive versus open posterior lumbar fusion: meta-analysis and systematic review. Journal of Neurosurgery: Spine. 2016.
Qu J, et al. Comparison of minimally invasive versus open transforaminal lumbar interbody fusion in degenerative lumbar diseases: a meta-analysis. European Spine Journal. 2015.
Harrop JS, et al. Adjacent segment degeneration after lumbar fusion: a review of clinical, biomechanical, and radiologic studies. American Journal of Orthopedics. 2008.
Witkam RL, Buckens CFM, Van Goethem J, Henssen D. The current role and future directions of imaging in failed back surgery syndrome patients: an educational review. Insights into Imaging. 2022.
Woolf CJ. Central sensitization: implications for the diagnosis and treatment of pain. Pain. 2011.
Nijs J, et al. Treatment of central sensitization in patients with chronic pain. Pain Physician. 2014.
Manchikanti L, et al. Effectiveness of percutaneous adhesiolysis in post lumbar surgery syndrome. Pain Physician. 2021.
Kapural L, et al. Novel 10-kHz High-frequency Therapy (HF10 Therapy) Is Superior to Traditional Low-frequency Spinal Cord Stimulation for the Treatment of Chronic Back and Leg Pain. Anesthesiology. 2015.
Deer TR, et al. A systematic literature review of spinal cord stimulation complications. Pain Medicine. 2014.
Kumar K, Taylor RS, Jacques L, et al. Spinal cord stimulation versus conventional medical management for neuropathic pain. Pain. 2007.
North RB, et al. Spinal cord stimulation versus repeated lumbosacral spine surgery for chronic pain. Neurosurgery. 2005.

บทความที่เกี่ยวข้อง
หมอกำลังเตรียมการฉีดสเตียรอยด์
การฉีดสเตียรอยด์เข้าช่องโพรงกระดูกสันหลัง ช่วยบรรเทาอาการปวดจากโรคกระดูกสันหลังอย่างไร? รู้จักกลไกการทำงาน, ผู้ที่เหมาะสม, ข้อควรระวัง และการเตรียมตัวก่อนฉีดยา
27 พ.ค. 2025
Spinal Cord Stimulation, SCS, การกระตุ้นไขสันหลังด้วยไฟฟ้า, เซเปี้ยนซ์, sapienspainhospital, sapiens
นวัตกรรมการรักษาความปวดเรื้อรังที่ช่วยควบคุมอาการได้อย่างยั่งยืน ด้วยเทคโนโลยีการกระตุ้นไฟฟ้าบริเวณไขสันหลัง เพื่อคืนคุณภาพชีวิตและความสุขในการเคลื่อนไหวอีกครั้ง
8 ต.ค. 2025
ปวด, ปลายประสาท, ปวดรื้อรัง, เซเปี้ยนซ์
ปวดเรื้อรังทั่วร่างแต่ตรวจไม่เจออะไร? ทำความเข้าใจ Fibromyalgia โรคระบบประสาทไวเกินจริงที่ไม่ได้คิดไปเอง พร้อมแนวทางรักษาตรงจุด
14 ก.ย. 2026
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy