แชร์

เด็กมีอาการปวดขาหรือปวดเข่าจากการเจริญเติบโตหรือจากการบาดเจ็บกันแน่?

อัพเดทล่าสุด: 14 ก.ค. 2026
เซเปี้ยนซ์, sapiens, กุมารเวช, เด็ก, โต, สูง, เจ็บ, กีฬา
เด็กปวดขา ปวดเข่า จากการโตหรือจากการบาดเจ็บ

เสียงลูกบ่นว่า “ปวดขา” หรือ “ปวดเข่า” เป็นเรื่องที่พ่อแม่หลายคนเคยเจอ บางคืนลูกตื่นขึ้นมาร้องไห้เพราะปวดน่อง บางวันกลับจากโรงเรียนแล้วบอกว่าเจ็บเข่าเวลาเดินขึ้นบันได หรือบางครั้งหลังเล่นกีฬา ลูกเริ่มเดินกะเผลกจนพ่อแม่ไม่แน่ใจว่าเป็นแค่ “ปวดจากการโต” หรือมีการบาดเจ็บที่ควรพาไปตรวจ

คำถามนี้สำคัญ เพราะอาการปวดขาในเด็กมีได้ตั้งแต่ภาวะที่ไม่อันตราย เช่น growing pains หรือ benign nocturnal limb pains ไปจนถึงการบาดเจ็บจากกีฬา เส้นเอ็นอักเสบ กระดูกอ่อนบริเวณจุดเกาะเอ็นอักเสบ กระดูกหักเล็ก ๆ ข้ออักเสบ การติดเชื้อ หรือโรคอื่นที่ต้องได้รับการรักษาเร็ว สิ่งที่แพทย์อยากให้พ่อแม่จำคือ

เด็กปวดขาไม่ควรดูจากคำว่าโตอย่างเดียว” แต่ต้องดูเวลาเกิดอาการ ตำแหน่งปวด ข้างที่ปวด การเดิน การบวมแดง ไข้ และผลกระทบต่อกิจกรรมของเด็กประกอบกัน 


Growing pains คืออะไร
   Growing pains เป็นชื่อที่ใช้กันมานานสำหรับอาการปวดขาในเด็กที่มักเกิดช่วงเย็นหรือกลางคืน อาการมักเป็นๆ หายๆ และเด็กมักกลับมาเดิน เล่น และใช้ชีวิตได้ปกติในตอนเช้า แหล่งข้อมูลของ NHS ระบุว่าgrowing pains มักพบในเด็กอายุประมาณ 3–12 ปี มักปวดแบบเมื่อยหรือตุบ ๆ ที่ขาทั้งสองข้าง และมักเกิดตอนเย็นหรือกลางคืนแล้วหายไปตอนเช้า

แม้ชื่อจะฟังเหมือนเกิดจาก “กระดูกกำลังโต” แต่ปัจจุบันยังไม่มีหลักฐานชัดเจนว่าอาการนี้เกิดจากการยืดตัวของกระดูกโดยตรง บางแนวคิดมองว่าอาจเกี่ยวข้องกับความล้าของกล้ามเนื้อหลังการเล่นหรือใช้ขามากในระหว่างวัน แต่สาเหตุจริงอาจมีหลายปัจจัยร่วมกัน Raising Children Network อธิบายว่า growing pains ไม่ได้เกิดจากการโตโดยตรง และในเด็กส่วนใหญ่ไม่พบความผิดปกติชัดเจนเมื่อตรวจร่างกาย 



ลักษณะที่เข้ากับปวดจากการโต
   อาการที่เข้ากับ growing pains มักเป็นปวดลึก ๆ หรือปวดเมื่อยบริเวณต้นขา น่อง หน้าแข้ง หรือหลังเข่า โดยมักเป็นสองข้าง ไม่จำเป็นต้องปวดพร้อมกันทุกครั้ง แต่ลักษณะมักไม่จำกัดอยู่ที่ข้อเดียว ไม่บวม ไม่แดง ไม่ร้อนไม่มีไข้ และไม่มีประวัติอุบัติเหตุชัดเจน เด็กอาจร้องไห้ตอนกลางคืน แต่เมื่อเช้ามักหายดี เดินได้ปกติ ไม่มีอาการกะเผลก และไปโรงเรียนหรือเล่นได้ตามปกติ

บทความทบทวนทางวิชาการใน BMJ ระบุว่า growing pains เป็นกลุ่มอาการปวดที่ไม่ใช่การอักเสบ และเป็นสาเหตุที่พบบ่อยของอาการปวดกล้ามเนื้อและกระดูกในเด็ก โดยรายงานความชุกแตกต่างกันมากในแต่ละการศึกษา ตั้งแต่ประมาณ 3–37% เนื่องจากเกณฑ์วินิจฉัยและวิธีศึกษาต่างกัน

ลักษณะสำคัญอีกอย่างคือเด็กควรมีการตรวจร่างกายปกติ หากตรวจพบข้อบวม จุดกดเจ็บเฉพาะที่ชัดเจนกล้ามเนื้อลีบ ขยับข้อได้น้อยลง เดินผิดปกติ หรือปวดที่ตำแหน่งเดิมซ้ ๆ ทุกครั้ง ต้องระวังว่าอาจไม่ใช่ growing pains ธรรมดา Pediatric Orthopaedic Society of North America ระบุว่า growing pains เป็น diagnosis of exclusion หมายความว่าต้องแน่ใจว่าไม่มีโรคอื่นที่อธิบายอาการได้ก่อน โดยเฉพาะเมื่ออาการไม่เข้ารูปแบบทั่วไป

ปวดแบบไหนไม่น่าใช่ปวดจากการโต
   ถ้าเด็กปวดขาข้างเดียวชัดเจน ปวดตำแหน่งเดิมซ้ำๆ ปวดตอนกลางวัน ปวดมากขึ้นเรื่อยๆ ปวดจนไม่ยอมเดิน
เดินกะเผลก มีข้อบวม แดง ร้อน กดเจ็บ มีไข้ น้ำหนักลด อ่อนเพลียผิดปกติ ตื่นกลางคืนเพราะปวดรุนแรงต่อเนื่อง หรืออาการยังอยู่ตอนเช้า ควรพามาพบแพทย์ เพราะลักษณะเหล่านี้ไม่ใช่ภาพคลาสสิกของ growing pains

Better Health Victoria แนะนำให้พบแพทย์หากเด็กมีอาการปวดรุนแรง ปวดเฉพาะข้างเดียว ปวดยังอยู่ตอนกลางวัน มีไข้ เบื่ออาหาร ผื่น บวม แดง กดเจ็บ หรือเดินกะเผลก เพราะอาจมีสาเหตุอื่นที่ควรตรวจ 

เด็กที่เดินกะเผลกหรือไม่ยอมลงน้ำหนักต้องระวังเป็นพิเศษ Royal Children’s Hospital Melbourne ระบุว่าเด็กที่ limping หรือ non-weight bearing จำเป็นต้องประเมินอย่างเป็นระบบ และถ้าขยับข้อได้น้อยลงมากควรคิดถึงโรคสำคัญ เช่น septic arthritis หรือการอักเสบติดเชื้อในข้อ ซึ่งต้องรักษาเร็ว 

ปวดเข่าในเด็ก อาจไม่ใช่ปวดจากการโต
    อาการปวดเข่าในเด็กและวัยรุ่นพบได้บ่อย โดยเฉพาะเด็กที่เล่นกีฬา วิ่ง กระโดด เตะฟุตบอล บาสเกตบอล ยิมนาสติก แบดมินตัน หรือกิจกรรมที่ต้องเปลี่ยนทิศทางเร็ว ปวดเข่าจากการโตแบบ growing pains มักไม่อยู่ ที่ข้อเข่าเฉพาะจุดและไม่ทำให้เดินกะเผลก แต่ถ้าปวดตรงหน้าเข่า ใต้สะบ้า ข้างเข่า หรือเจ็บเวลาเล่นกีฬา ควรคิดถึงการใช้งานมากเกินไปหรือการบาดเจ็บ

Osgood-Schlatter disease เป็นสาเหตุที่พบบ่อยของอาการปวดเข่าในวัยรุ่นที่กำลังโตและเล่นกีฬา เกิดบริเวณใต้เข่าตรงจุดที่เอ็นสะบ้ายึดกับกระดูกหน้าแข้ง เด็กมักเจ็บตอนวิ่ง กระโดด คุกเข่า หรือขึ้นลงบันได และอาจคลำได้เป็นปุ่มนูนใต้เข่า AAOS อธิบายว่า Osgood-Schlatter disease เป็นการระคายเคืองบริเวณใต้เข่า ซึ่งเป็นจุดเกาะของ patellar tendon บนกระดูก tibia และพบได้บ่อยในวัยรุ่นที่กำลังเจริญเติบโต 

อีกภาวะหนึ่งคือ adolescent anterior knee pain หรือ patellofemoral pain ซึ่งมักปวดหน้าเข่าหรือรอบสะบ้าโดยเฉพาะเวลานั่งงอเข่านาน ขึ้นลงบันได ย่อตัว วิ่ง หรือกระโดด AAOS ระบุว่าอาการปวดเข่าด้านหน้าในวัยรุ่นมักสัมพันธ์กับ overuse หรือรูปแบบการฝึกซ้อมที่ขาดการยืดเหยียดและเสริมกำลังที่เหมาะสม และส่วนใหญ่ดีขึ้นได้ด้วยการพัก ปรับกิจกรรม และออกกำลังกายเสริมกล้ามเนื้ออย่างถูกต้อง

บาดเจ็บจากกีฬา ดูอย่างไร
   ถ้ามีประวัติล้ม บิดเข่า วิ่งแล้วสะดุด กระแทก หรือได้ยินเสียง “ป๊อบ” ตามด้วยปวด บวม เดินลำบาก หรือเข่ารู้สึกหลวม ควรคิดถึงการบาดเจ็บของเอ็น กล้ามเนื้อ กระดูกอ่อน หรือกระดูก เด็กบางคนอาจบอกประวัติไม่ชัดโดยเฉพาะเด็กเล็ก แต่พ่อแม่มักสังเกตได้จากท่าเดิน การเลี่ยงใช้ขาข้างหนึ่ง หรือไม่ยอมเล่นเหมือนเดิม

การดูแลเบื้องต้นหลังบาดเจ็บควรให้เด็กหยุดกิจกรรมที่ทำให้ปวด พักบริเวณที่เจ็บ ประคบเย็นในช่วง 24–48 ชั่วโมงแรก หลีกเลี่ยงการนวดแรง ๆ ในช่วงแรก และถ้าเดินลงน้ำหนักไม่ได้ควรพบแพทย์ Royal Children’s Hospital Melbourne แนะนำหลักการดูแล sprain เช่น พักบริเวณบาดเจ็บ ประคบเย็น 10–15 นาที และใช้อุปกรณ์ช่วยเดินหากเด็กเดินลำบาก 

อย่างไรก็ตาม ถ้ามีบวมมากผิดปกติ ปวดรุนแรง รูปร่างขาผิดรูป ชา อ่อนแรง เท้าเย็น สีผิวผิดปกติ เดินไม่ได้หรือปวดมากขึ้นเรื่อย ๆ ไม่ควรรอดูอาการ เพราะอาจมีกระดูกหัก ข้อเคลื่อน หรือการบาดเจ็บที่ต้องตรวจภาพถ่ายรังสี


เด็กปวดสะโพกแต่บอกว่าปวดเข่าได้
    ประเด็นหนึ่งที่พ่อแม่มักไม่รู้คือ เด็กบางคนมีโรคที่สะโพก แต่บอกว่าปวดเข่าหรือปวดต้นขาได้ เพราะเส้น
ประสาทรับความรู้สึกบางส่วนส่งต่ออาการปวดลงมาที่เข่า โดยเฉพาะวัยรุ่นที่มีน้ำหนักตัวมากหรือกำลังโต หากมีอาการเดินกะเผลก ปวดสะโพก ปวดต้นขา หรือปวดเข่าข้างเดียวเรื้อรัง ควรให้แพทย์ประเมินสะโพกร่วมด้วย 

Royal Children’s Hospital Melbourne guideline สำหรับเด็กเดินกะเผลกแนะนำให้ตรวจประเมินข้อต่อเหนือและใต้ตำแหน่งที่เด็กบอกว่าปวด รวมถึงประเมินการเดิน ช่วงการเคลื่อนไหวของข้อ และระบบประสาท เพราะตำแหน่งที่เด็กบอกปวดอาจไม่ใช่ตำแหน่งของโรคจริงเสมอไป

โรคข้ออักเสบหรือติดเชื้อ ต้องไม่พลาด
    เด็กที่ปวดข้อร่วมกับข้อบวม แดง ร้อน ขยับไม่ได้ ไข้สูง หรือไม่ยอมเดิน ต้องประเมินเรื่องข้ออักเสบติดเชื้อกระดูกอักเสบ หรือโรคข้ออักเสบอื่น ๆ โดยเร็ว การติดเชื้อในข้อเป็นภาวะที่ต้องรักษาเร่งด่วน เพราะหากปล่อยไว้สามารถทำลายข้อได้

RCH guideline เรื่อง acutely swollen joint ระบุว่าการประเมินข้อบวมเฉียบพลันในเด็กควรดูไข้ สภาพทั่วไป ตรวจข้อแบบดู คล ขยับ เปรียบเทียบสองข้าง และประเมินการเดิน ระบบประสาท รวมถึงความเป็นไปได้ของการติดเชื้อหรือโรคอักเสบอื่นๆ 

ในทางปฏิบัติ ถ้าเด็กมีไข้ร่วมกับปวดขา ไม่ยอมลงน้ำหนัก หรือข้อบวมร้อน แพทย์อาจต้องตรวจเลือด เอกซเรย์ultrasound หรือส่งต่อฉุกเฉินตามความรุนแรง ไม่ควรสรุปว่าเป็นปวดจากการโต เพราะ growing pains ไม่ควรทำให้มีไข้ ข้อบวม หรือเดินไม่ได้

อาการปวดกลางคืนที่ต้องตีความให้ถูก
    หลายคนเข้าใจว่า “ปวดตอนกลางคืน” เท่ากับ growing pains เสมอ ซึ่งไม่ถูกทั้งหมด Growing pains มักเกิดตอนเย็นหรือกลางคืนจริง แต่ควรหายตอนเช้า ไม่มีอาการกะเผลก และเด็กต้องดูแข็งแรงดีระหว่างวัน หากปวดกลางคืนแบบรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ปวดเฉพาะที่เดิมทุกคืน ปวดจนตื่นบ่อย น้ำหนักลด ซีด อ่อนเพลีย หรือมีไข้ร่วมด้วย ควรตรวจหาสาเหตุอื่น

บทความของ AAFP เรื่องสัญญาณของมะเร็งในเด็กระบุว่าอาการปวดกระดูกที่เกิดตอนกลางคืน ปลุกเด็กตื่นและเป็นต่อเนื่องหรือเป็น ๆ หาย ๆ อาจเป็นหนึ่งในสัญญาณเริ่มต้นของโรคร้ายบางชนิด แม้จะพบไม่บ่อย แต่ไม่ควรมองข้ามเมื่อมีอาการผิดปกติอื่นร่วมด้วย 

ตรวจอะไรบ้างเมื่อเด็กปวดขาหรือปวดเข่า
    การตรวจที่สำคัญที่สุดคือประวัติและการตรวจร่างกาย แพทย์จะถามว่าเริ่มปวดเมื่อไร ปวดตำแหน่งไหน ปวดข้างเดียวหรือสองข้าง ปวดเวลาใด ปวดหลังเล่นกีฬาหรือไม่ มีอุบัติเหตุไหม เดินกะเผลกไหม มีไข้ บวม แดง น้ำหนักลด หรือป่วยอื่นร่วมด้วยหรือไม่ รวมถึงถามเรื่องกีฬา รองเท้า พื้นสนาม การฝึกซ้อม และกิจกรรมที่เพิ่มขึ้น
เร็วเกินไป

การตรวจร่างกายจะดูท่าเดิน ความยาวขา ช่วงการเคลื่อนไหวของสะโพก เข่า ข้อเท้า จุดกดเจ็บ บวม ร้อนกล้ามเนื้อ ระบบประสาท และการลงน้ำหนัก หากอาการเข้ากับ growing pains ชัดเจน ตรวจร่างกายปกติ และไม่มี red flags มักไม่จำเป็นต้องเอกซเรย์หรือตรวจเลือดทันที แต่ถ้ามีอาการผิดปกติ แพทย์อาจพิจารณาเอกซเรย์ ตรวจเลือด ESR/CRP, CBC, ultrasound, MRI หรือส่งต่อกุมารศัลยกรรมกระดูกตามข้อบ่งชี้

การรักษา growing pains
    ถ้าอาการเข้าได้กับ growing pains และแพทย์ตรวจแล้วไม่พบสัญญาณอันตราย การดูแลมักเป็นการประคับ
ประคอง เช่น นวดเบา ๆ ประคบอุ่น ยืดกล้ามเนื้อเบา ๆ ก่อนนอน ให้เด็กพักผ่อนเพียงพอ และใช้ยาแก้ปวดที่เหมาะกับอายุและน้ำหนักเมื่อจำเป็นตามคำแนะนำแพทย์ NHS แนะนำว่าการนวดขา การใช้แผ่นประคบอุ่นและยาแก้ปวดที่เหมาะสมอาจช่วยบรรเทา growing pains ได้ 

พ่อแม่ควรอธิบายให้เด็กเข้าใจว่าอาการนี้ไม่ใช่ความผิดของเด็ก และไม่ใช่สัญญาณว่าเด็กกำลังเป็นโรคร้ายเสมอไป แต่ในขณะเดียวกันควรจดบันทึกเวลา ตำแหน่ง ความถี่ และสิ่งกระตุ้น เพื่อดูว่าอาการยังคงเป็นรูปแบบเดิมหรือเริ่มเปลี่ยนไปในทางที่น่ากังวล

การรักษาอาการปวดเข่าจากการใช้งานมากเกินไป

    ถ้าเป็น Osgood-Schlatter, patellofemoral pain หรือ overuse injury การรักษามักไม่ใช่การหยุดกีฬาไปตลอด แต่เป็นการปรับกิจกรรมให้เหมาะสม ลดกิจกรรมที่กระตุ้นปวดชั่วคราว เพิ่มการยืดเหยียดกล้ามเนื้อต้นขาและน่อง เสริมกำลังกล้ามเนื้อสะโพกและต้นขา ปรับรองเท้า พื้นสนาม และค่อย ๆ กลับสู่กีฬาเมื่ออาการดีขึ้น

AAOS ระบุว่า adolescent anterior knee pain ส่วนใหญ่ดีขึ้นด้วยมาตรการง่าย ๆ เช่น พัก ยาแก้ปวดตามความเหมาะสม และโปรแกรม strengthening exercises เพื่อให้เด็กกลับไปเล่นกีฬาได้อย่างปลอดภัย

ในเด็กนักกีฬา ปัญหาสำคัญคือการฝืนเล่นทั้งที่ปวด เพราะเด็กกลัวเสียตำแหน่งในทีม หรือไม่อยากหยุดซ้อมหากปล่อยให้ปวดเรื้อรัง อาจทำให้การเคลื่อนไหวผิดรูป กล้ามเนื้ออ่อนแรง และใช้เวลาฟื้นตัวนานกว่าเดิม การพบแพทย์หรือนักกายภาพบำบัดจึงช่วยให้ วางแผนกลับสู่กีฬาอย่างปลอดภัยมากกว่าการห้ามเล่นแบบไม่มีแนวทาง

เมื่อไรควรรีบพาเด็กมาพบแพทย์
   ควรพาเด็กมาพบแพทย์ทันทีหากเด็กเดินไม่ได้ ไม่ยอมลงน้ำหนัก ข้อบวมแดงร้อน ปวดรุนแรงหลังอุบัติเหตุ ขาผิดรูป มีไข้ร่วมกับปวดข้อ ซึม ปวดเฉพาะที่มากขึ้นเรื่อย ๆ ปวดกลางคืนต่อเนื่องจนตื่นบ่อย น้ำหนักลด ซีดอ่อนเพลีย หรือมีอาการชาหรืออ่อนแรงร่วมด้วย

ควรนัดตรวจในเวลาไม่นานหากเด็กปวดข้างเดียวซ้ ๆ ปวดตำแหน่งเดิม ปวดตอนกลางวัน ปวดหลังเล่นกีฬาเรื้อรัง ปวดเข่าจนขึ้นลงบันไดลำบาก เดินกะเผลก แม้ไม่มีไข้ หรืออาการไม่ดีขึ้นหลังพักและดูแลเบื้องต้น 1–2สัปดาห์ เพราะอาจต้องประเมินเรื่อง overuse injury, growth plate injury,
biomechanical problem หรือโรค
ข้อและกระดูกอื่น


คำถามที่พ่อแม่ถามบ่อย
  • ลูกปวดขาตอนกลางคืนบ่อย แต่ตอนเช้าปกติ ต้องกังวลไหม 
    ถ้าเป็นสองข้าง ปวดแบบเมื่อย ๆ ไม่บวม ไม่แดง ไม่มีไข้ ไม่เดินกะเผลก และตอนเช้าหายดี เล่นได้ตามปกติอาจเข้าได้กับ growing pains แต่ควรสังเกตรูปแบบต่อเนื่อง หากปวดข้างเดียว ปวดตำแหน่งเดิม หรือเริ่มมีอาการตอนกลางวัน ควรพามาตรวจ
  • ปวดเข่าจากโตกับ Osgood-Schlatter ต่างกันอย่างไร 
    Growing pains มักเป็นอาการปวดขาแบบกว้าง ๆ ตอนเย็นหรือกลางคืน และหายตอนเช้า ส่วน Osgood Schlatter มักปวดเฉพาะบริเวณใต้เข่า เจ็บตอนวิ่ง กระโดด คุกเข่า หรือเล่นกีฬา และอาจคลำได้ปุ่มนูนใต้เข่าจึงควรประเมินต่างกัน

  • เด็กปวดขาหลังเล่นกีฬา ต้องหยุดเล่นนานแค่ไหน 
    ขึ้นกับสาเหตุและความรุนแรง ถ้าเป็นกล้ามเนื้อล้าอาจพักไม่นาน แต่ถ้าเป็น overuse injury ต้องลดกิจกรรมที่กระตุ้นปวดจนควบคุมอาการได้ แล้วค่อยกลับไปเล่นแบบค่อยเป็นค่อยไป หากเดินกะเผลก ปวดมาก หรือบวมควรให้แพทย์ตรวจ

  • ต้องเอกซเรย์ทุกครั้งไหม 
    ไม่จำเป็นเสมอไป หากอาการเข้าได้กับ growing pains ชัดเจนและตรวจร่างกายปกติ อาจไม่ต้องเอกซเรย์ แต่ถ้ามีอุบัติเหตุ ปวดเฉพาะจุด เดินไม่ได้ ข้อบวม ปวดข้างเดียวเรื้อรัง หรือมี red flags แพทย์อาจพิจารณาเอกซเรย์หรือการตรวจอื่นตามความเหมาะสม
    เด็กปวดขา ปวดเข่า อาจเป็นได้ตั้งแต่ growing pains ที่ไม่อันตราย ไปจนถึงการบาดเจ็บจากกีฬา ข้ออักเสบติดเชื้อ หรือโรคกระดูกที่ต้องตรวจเพิ่มเติม ลักษณะที่พออุ่นใจได้คือปวดสองข้างตอนเย็นหรือกลางคืน หายตอนเช้า เดินปกติ ไม่มีบวมแดง ไม่มีไข้ และเด็กยังเล่นได้ดี แต่ถ้าปวดข้างเดียว ปวดตำแหน่งเดิม เดินกะเผลกข้อบวม มีไข้ ปวดกลางวัน หรือปวดมากขึ้นเรื่อย ๆ ไม่ควรเรียกว่าเป็นปวดจากการโตโดยไม่ตรวจ

การดูแลที่ดีคือฟังอาการเด็กอย่างจริงจัง สังเกตการเดิน ดูตำแหน่งปวด ดูผลกระทบต่อกิจกรรม และพามาพบแพทย์เมื่อมีสัญญาณผิดปกติ เพราะการแยกให้ได้ตั้งแต่ต้นว่าเป็น growing pains, overuse injury หรือการบาดเจ็บจริง จะช่วยให้เด็กกลับไปเล่น เรียน และเคลื่อนไหวได้อย่างมั่นใจและปลอดภัย

หากเด็กเดินไม่ได้ ปวดรุนแรง ข้อบวมแดงร้อน มีไข้ ปวดข้างเดียวต่อเนื่อง ปวดกลางคืนรุนแรง น้ำหนักลด หรืออาการแย่ลง
เร็ว ควรพาเด็กมาพบแพทย์โดยเร็ว

Sapiens Hospital
Move Better:Live Better
โทร. 02-111-3703

เอกสารอ้างอิง
NHS. Growing pains. Uziel Y, Hashkes PJ. Growing pains in children. Pediatric Rheumatology. 
Royal Children’s Hospital Melbourne. The limping or non-weight bearing child. 
Royal Children’s Hospital Melbourne. The acutely swollen joint.
American Academy of Orthopaedic Surgeons. Osgood-Schlatter Disease. 
American Academy of Orthopaedic Surgeons. Adolescent Anterior Knee Pain. 
American Academy of Family Physicians. Signs and Symptoms of Childhood Cancer. 

บทความที่เกี่ยวข้อง
เซเปี้ยนซ์, sapiens, กุมารเวช, เด็ก, ท้องเสีย
สัญญาณเริ่มต้นที่พ่อแม่สังเกตได้คือ เด็กกระหายน้ำมากกว่าปกติ ดื่มน้ำหรือดูดนมถี่ขึ้น ปากและลิ้นแห้งน้ำลายน้อย ร้องไห้แล้วน้ำตาน้อยลง ปัสสาวะน้อยลง สีปัสสาวะเข้มขึ้น หรือผ้าอ้อมแห้งนานกว่าปกติ
10 ก.ค. 2026
เซเปี้ยนซ์, sapiens, กุมารเวช, เด็ก, ;วันซีน, นักเรียน, ภูมิแพ้
ภูมิแพ้จมูก เป็นโรคที่พบบ่อยในเด็ก เกิดจากเยื่อบุจมูกมีการอักเสบเมื่อสัมผัสสารก่อภูมิแพ้ เช่น ไรฝุ่น ฝุ่นบ้าน ขนสัตว์ เกสรดอกไม้ เชื้อรา หรือมลพิษในอากาศ อาการคลาสสิกคือ คัดจมูก น้ำมูกใส จาม คันจมูก และคันตา
10 ก.ค. 2026
เซเปี้ยนซ์, sapiens, กุมารเวช, เด็ก, ไข้, สูง,ไอ,เรื้อรัง
อาการ "ไอ" ในเด็กไม่ได้แปลว่าเป็นหอบหืดเสมอไป แต่อาจมาจากโรคภูมิแพ้หรือสาเหตุอื่นที่คุณคาดไม่ถึง ร่วมเจาะลึกวิธีเช็กอาการ "ไอเรื้อรัง" พร้อม 6 สิ่งกระตุ้นในบ้านที่พ่อแม่มักมองข้ามเพื่อสุขภาพที่ดีของลูกน้อย
10 ก.ค. 2026
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy