แชร์

ปวดท้องน้อยเรื้อรัง ไม่ใช่แค่เรื่องมดลูกเสมอไป

อัพเดทล่าสุด: 10 ก.ค. 2026
ปวดท้อง, ประจำเดือน, เซเปี้ยนซ์, sapiens,  อายุรกรรม

ปวดท้องน้อยเรื้อรัง ไม่ใช่แค่เรื่องมดลูกเสมอไป

ปวดท้องน้อยเรื้อรังในผู้หญิง อาจเกิดจากอวัยวะใดได้บ้าง 
   ผู้หญิงหลายคนเคยมีอาการปวดท้องน้อยเป็นครั้งคราว เช่น ปวดช่วงมีประจำเดือน ปวดจากท้องอืด หรือปวดจากปัสสาวะอักเสบ แต่ถ้าอาการปวดเป็นซ้ ๆ ต่อเนื่องหลายเดือน ปวดจนรบกวนการทำงาน การนอน การมีเพศสัมพันธ์ หรือการใช้ชีวิตประจำวัน อาการนี้ไม่ควรถูกมองว่าเป็นเรื่องธรรมดา

ในทางการแพทย์ “ปวดอุ้งเชิงกรานเรื้อรัง” หรือ chronic pelvic pain มักหมายถึงอาการปวดบริเวณท้องน้อยหรืออุ้งเชิงกรานที่เป็นต่อเนื่องหรือเป็นซ้ำเป็นเวลาหลายเดือน โดย American Family Physician 2025 ระบุว่าchronic pelvic pain ในผู้หญิงมักนิยามว่าเป็นอาการปวดอย่างน้อย 6 เดือน และพบได้มากถึงประมาณ 26% ในผู้ที่มีอวัยวะสืบพันธุ์หญิง 

สิ่งที่ทำให้โรคนี้ซับซ้อนคือ ท้องน้อยเป็นบริเวณที่มีอวัยวะหลายระบบอยู่ใกล้กันมาก มดลูก รังไข่ ท่อนำไข่กระเพาะปัสสาวะ ลำไส้ กล้ามเนื้อ เส้นประสาท กระดูกเชิงกราน สะโพก และกระดูกสันหลังส่วนล่าง ล้วนสามารถส่งสัญญาณปวดมาที่ตำแหน่งใกล้เคียงกันได้ บางคนจึงปวดท้องน้อยจากโรคทางนรีเวช บางคนปวดจากลำไส้ บางคนปวดจากกระเพาะปัสสาวะ และบางคนมีหลายสาเหตุซ้อนกัน

ACOG ระบุว่า chronic pelvic pain ไม่ได้อธิบายได้จากโรคทางนรีเวชอย่างเดียวเสมอไป แต่อาจเกี่ยวข้องกับระบบนรีเวช ทางเดินปัสสาวะ ทางเดินอาหาร และระบบอื่นร่วมกัน การประเมินจึงควรครอบคลุมมากกว่าการดูมดลูกและรังไข่เพียงอย่างเดียว

อวัยวะนรีเวช: มดลูก รังไข่ ท่อนำไข่ และเยื่อบุโพรงมดลูก

เมื่อผู้หญิงมีอาการปวดท้องน้อยเรื้อรัง หลายคนจะนึกถึงโรคทางนรีเวชก่อน ซึ่งเป็นเรื่องสมเหตุสมผล เพราะ มดลูก รังไข่ และท่อนำไข่อยู่ในบริเวณอุ้งเชิงกรานโดยตรง

สาเหตุสำคัญกลุ่มหนึ่งคือ endometriosis หรือเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ ภาวะนี้เกิดจากเนื้อเยื่อคล้ายเยื่อบุโพรงมดลูกไปอยู่ผิดตำแหน่ง เช่น รังไข่ เยื่อบุช่องท้อง ลำไส้ กระเพาะปัสสาวะ หรือบริเวณหลังมดลูก ทำให้เกิดการอักเสบเรื้อรัง พังผืด และอาการปวดได้หลายรูปแบบ ผู้ป่วยบางรายปวดประจำเดือนมากขึ้นเรื่อยๆ บางรายปวดท้องน้อยเรื้อรัง บางรายเจ็บลึกขณะมีเพศสัมพันธ์ หรือปวดเวลาถ่ายอุจจาระและปัสสาวะในช่วงมีประจำเดือน NICE ระบุว่า endometriosis อาจทำให้เกิดอาการปวดอุ้งเชิงกราน ปวดประจำเดือน เจ็บขณะมีเพศสัมพันธ์ ปวดเวลาถ่ายอุจจาระหรือปัสสาวะ และมีปัญหาภาวะเจริญพันธุ์ได้

อีกสาเหตุหนึ่งคือ adenomyosis หรือภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกแทรกเข้าไปในกล้ามเนื้อมดลูก ผู้ป่วยมักมีปวดประจำเดือนมาก ประจำเดือนมามาก มดลูกโต หรือปวดหน่วงท้องน้อยเรื้อรัง ภาวะนี้พบได้บ่อยในวัย 35 ปีขึ้นไป แต่ไม่จำกัดเฉพาะวัยนั้น และมักต้องใช้อัลตราซาวด์หรือ MRI ในบางกรณีเพื่อช่วยประเมิน

เนื้องอกมดลูกหรือ myoma ก็เป็นอีกสาเหตุที่ทำให้ปวดท้องน้อยได้ โดยเฉพาะก้อนที่มีขนาดใหญ่ ก้อนที่ทำให้มดลูกโตมาก หรือก้อนที่ทำให้มีประจำเดือนมามากจนซีด อย่างไรก็ตาม เนื้องอกมดลูกจำนวนมากไม่มีอาการและตรวจพบโดยบังเอิญ ดังนั้นการพบก้อนไม่ได้แปลว่าเป็นสาเหตุของอาการปวดเสมอไป ต้องดูตำแหน่งขนาด ลักษณะอาการ และผลตรวจประกอบกัน

รังไข่และท่อนำไข่ก็เป็นแหล่งปวดที่สำคัญ ถุงน้ำรังไข่บางชนิด เช่น endometrioma หรือช็อกโกแลตซีสต์ อาจสัมพันธ์กับปวดประจำเดือนรุนแรงและปวดเรื้อรัง ส่วนถุงน้ำรังไข่ที่แตกหรือรังไข่บิดขั้วมักทำให้ปวดเฉียบพลันมากกว่าเรื้อรัง แต่ผู้ที่มีถุงน้ำขนาดใหญ่หรือเป็นซ้ำอาจมีอาการหน่วงหรือปวดข้างเดียวเป็นระยะได้

การติดเชื้อในอุ้งเชิงกรานหรือ pelvic inflammatory disease อาจทำให้ปวดท้องน้อย ตกขาวผิดปกติ มีไข้เจ็บขณะมีเพศสัมพันธ์ หรือเลือดออกผิดปกติ หากรักษาไม่เหมาะสมอาจเกิดพังผืด ปวดเรื้อรัง หรือมีผลต่อภาวะเจริญพันธุ์ในอนาคตได้

กระเพาะปัสสาวะและทางเดินปัสสาวะ: ปวดที่เหมือนปวดนรีเวชได้มาก
    อวัยวะที่มักถูกมองข้ามในผู้หญิงที่ปวดท้องน้อยเรื้อรังคือกระเพาะปัสสาวะ ผู้ป่วยบางคนไม่ได้มีอาการปัสสาวะแสบขัดชัดเจน แต่มีปวดหน่วงเหนือหัวหน่าว ปวดมากขึ้นเมื่อกลั้นปัสสาวะ และดีขึ้นบางส่วนหลังปัสสาวะอาการแบบนี้อาจชวนให้นึกถึง bladder pain syndrome หรือ interstitial cystitis

บางคนมีปัสสาวะบ่อย ปัสสาวะกลางคืน หรือรู้สึกปวดปัสสาวะตลอดเวลา แต่ตรวจปัสสาวะไม่พบการติดเชื้อชัดเจน กลุ่มนี้ควรได้รับการประเมินด้านทางเดินปัสสาวะ ไม่ควรถูกสรุปว่าเป็นมดลูกหรือรังไข่เสมอไปการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะซ้ นิ่วในท่อไต นิ่วในกระเพาะปัสสาวะ หรือความผิดปกติของกระเพาะปัสสาวะบางชนิดก็อาจทำให้ปวดท้องน้อยหรือปวดร้าวลงขาหนีบได้ หากมีเลือดปนในปัสสาวะ ปวดบีบเป็นพักๆ ปวดร้าวลงหลังหรือขาหนีบ หรือมีไข้ร่วมด้วย ควรตรวจปัสสาวะและประเมินทางเดินปัสสาวะเพิ่มเติม

ลำไส้: สาเหตุที่พบได้บ่อยและมักซ้อนกับอาการปวดอุ้งเชิงกราน

  ลำไส้ใหญ่อยู่ใกล้มดลูกและรังไข่มาก อาการจากลำไส้จึงมักถูกเข้าใจผิดว่าเป็นปวดนรีเวช โดยเฉพาะถ้าปวดท้องน้อยร่วมกับท้องผูก ท้องเสีย ท้องอืด หรือปวดสัมพันธ์กับการถ่ายอุจจาระโรคลำไส้แปรปรวนหรือ irritable bowel syndrome เป็นหนึ่งในสาเหตุที่พบได้บ่อย ผู้ป่วยมักปวดท้องเป็นๆ หายๆ ร่วมกับถ่ายเหลว ท้องผูก หรือถ่ายไม่สุด อาการอาจมากขึ้นเวลามีความเครียด อาหารบางชนิด หรือใกล้มีประจำเดือน

แต่ไม่ใช่ทุกอาการจากลำไส้จะเป็น IBS หากมีน้ำหนักลด ถ่ายเป็นเลือด ถ่ายด ซีด มีไข้เรื้อรัง ปวดปลุกตื่นกลางคืน หรืออายุเพิ่มขึ้นแล้วเพิ่งมีอาการใหม่ ควรตรวจเพิ่มเติมเพื่อแยกโรคลำไส้อักเสบเรื้อรัง เนื้องอกลำไส้ถุงผนังลำไส้อักเสบ หรือโรคอื่น

อาการลำไส้และ endometriosis ยังสามารถซ้อนกันได้ ผู้ป่วย endometriosis บางรายมีปวดเวลาถ่ายอุจจาระท้องอืด หรือถ่ายผิดปกติ โดยเฉพาะช่วงมีประจำเดือน NICE จึงแนะนำให้บุคลากรทางการแพทย์ตระหนักถึงendometriosis ในผู้ที่มีอาการปวดอุ้งเชิงกรานเรื้อรัง ปวดประจำเดือน หรืออาการที่เกี่ยวข้องกับการขับถ่ายและปัสสาวะร่วมกับรอบเดือน

กล้ามเนื้ออุ้งเชิงกราน ผนังหน้าท้อง สะโพก และกระดูกสันหลัง
   ปวดท้องน้อยเรื้อรังจำนวนไม่น้อยไม่ได้เกิดจากอวัยวะภายในโดยตรง แต่เกิดจากกล้ามเนื้อ เส้นเอ็น ข้อต่อหรือระบบกระดูกกล้ามเนื้อรอบอุ้งเชิงกราน

กล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานที่เกร็งเรื้อรัง หรือ pelvic floor myalgia อาจทำให้ปวดหน่วงลึกในอุ้งเชิงกราน เจ็บขณะมีเพศสัมพันธ์ ปวดมากขึ้นเมื่อนั่งนาน ปวดร้าวไปก้น ขาหนีบ หรือทวารหนัก บางรายมีปัสสาวะบ่อยหรือถ่ายลำบากร่วมด้วย เพราะกล้ามเนื้อที่ควรผ่อนคลายกลับเกร็งตลอดเวลา

ผนังหน้าท้องก็เป็นแหล่งปวดได้ เช่น abdominal wall pain หรือ myofascial pain ผู้ป่วยมักมีจุดกดเจ็บชัดเจนปวดมากขึ้นเมื่อเกร็งหน้าท้อง ยกของ ไอ หรือขยับตัวบางท่า หากไม่ตรวจร่างกายละเอียด อาจเข้าใจผิดว่าเป็นปวดจากอวัยวะภายใน

สะโพก ข้อ sacroiliac กระดูกสันหลังส่วนเอว และเส้นประสาทที่ออกจากหลังล่างก็ทำให้ปวดร้าวมาที่ท้องน้อยขาหนีบ หรืออุ้งชิงกรานได้ โดยเฉพาะในผู้ที่ปวดหลังร่วมด้วย ปวดมากขึ้นเวลาเดิน นั่งนาน หรือเปลี่ยนท่า American Family Physician 2025 เน้นว่าการรักษา chronic pelvic pain ควรเป็นแบบ multimodal และมักต้องรวมการให้ความรู้ การดูแลตัวเอง กายภาพบำบัด การดูแลด้านพฤติกรรม ยา และการส่งต่อผู้เชี่ยวชาญเมื่ออาการไม่ดีขึ้น ไม่ควรมุ่งผ่าตัดเป็นคำตอบแรกในทุกคน 

เส้นประสาท: ปวดแสบ ชา ร้าว หรือเจ็บเหมือนไฟช็อต
    เส้นประสาทบริเวณอุ้งเชิงกรานและขาหนีบอาจเป็นต้นเหตุของอาการปวดได้ เช่น pudendal neuralgia, ilioinguinal neuralgia, iliohypogastric neuralgia หรือ genitofemoral neuralgia อาการมักเป็นปวดแสบปวดจี๊ด ปวดเหมือนไฟช็อต ชา หรือไวต่อการสัมผัสผิดปกติ

บางคนปวดมากขึ้นเวลานั่งนานและดีขึ้นเมื่อยืนหรือนอน บางคนปวดหลังผ่าตัดคลอด ผ่าตัดไส้เลื่อน ผ่าตัด นรีเวช อุบัติเหตุ หรือหลังมีพังผืดในอุ้งเชิงกราน การวินิจฉัยกลุ่มนี้ต้องอาศัยประวัติ ลักษณะการปวด ตำแหน่งปวด การตรวจระบบประสาท และบางครั้งอาจใช้การฉีดยาชาเฉพาะเส้นประสาทเพื่อช่วยยืนยัน

หลอดเลือดในอุ้งเชิงกราน: ปวดหน่วงที่มักเป็นมากเมื่อต้องยืนนาน
   บางรายมีอาการปวดหน่วงลึกในอุ้งเชิงกราน ปวดมากขึ้นตอนยืนนาน นั่งนาน หรือช่วงท้ายวัน และอาจดีขึ้นเมื่อนอนราบ อาการแบบนี้อาจเกี่ยวข้องกับ pelvic congestion syndrome ซึ่งเป็นภาวะหลอดเลือดดำในอุ้งเชิงกรานขยายหรือไหลเวียนผิดปกติอาการอาจคล้ายโรคนรีเวชอื่นมาก จึงต้องอาศัยการประเมินโดยแพทย์และการตรวจภาพถ่ายที่เหมาะสม เช่น ultrasound Doppler, CT, MRI หรือการตรวจหลอดเลือดในบางราย 

ระบบประสาทรับความปวดและ central sensitization
   ในผู้ป่วยที่มีอาการปวดเรื้อรังเป็นเวลานาน ระบบประสาทอาจไวต่อความปวดมากขึ้น เรียกว่า central sensitization หมายความว่าแม้ต้นเหตุเริ่มแรกจะลดลงแล้ว แต่ระบบประสาทยังส่งสัญญาณปวดมากกว่าปกติหรือรู้สึกปวดจากสิ่งกระตุ้นที่ปกติไม่ควรเจ็บ

ภาวะนี้ไม่ได้แปลว่าผู้ป่วยคิดไปเอง แต่เป็นกลไกทางระบบประสาทที่พบได้ในโรคปวดเรื้อรังหลายชนิด ผู้ป่วยอาจมีปวดหลายตำแหน่งร่วมกัน เช่น ปวดท้องน้อย ปวดหลัง ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อ นอนไม่หลับ วิตกกังวลหรืออ่อนเพลียเรื้อรัง

ACOG ระบุว่า chronic pelvic pain จำนวนมากไม่สามารถอธิบายได้ด้วยพยาธิสภาพของอวัยวะเดียว และการรักษามักต้องอาศัยแนวทางแบบองค์รวม โดยใช้หลักการจากการดูแลโรคปวดเรื้อรังอื่นร่วมด้วย 

อาการแบบไหนควรรีบพบแพทย์
   ปวดท้องน้อยเรื้อรังควรพบแพทย์เพื่อประเมินอยู่แล้วหากเป็นต่อเนื่องหรือรบกวนชีวิต แต่มีบางอาการที่ไม่ควรรอ เช่น ปวดท้องน้อยเฉียบพลันรุนแรง ปวดข้างเดียวมาก หน้ามืด เป็นลม มีไข้สูง คลื่นไส้อาเจียนมาก ประจำเดือนขาดหรือสงสัยตั้งครรภ์ร่วมกับปวดท้อง มีเลือดออกผิดปกติจำนวนมาก ตกขาวมีกลิ่นร่วมกับปวดท้องน้อยหรือปวดร่วมกับถ่ายด ถ่ายเป็นเลือด น้ำหนักลด หรือปัสสาวะเป็นเลือด

ในผู้หญิงวัยหมดประจำเดือน หากมีเลือดออกทางช่องคลอดร่วมกับปวดท้องน้อย ควรพบแพทย์เสมอ เพราะต้องประเมินเยื่อบุโพรงมดลูก ปากมดลูก และสาเหตุอื่นอย่างเป็นระบบ

แพทย์จะตรวจอะไรบ้าง
   การประเมินเริ่มจากประวัติที่ละเอียดมากกว่าการถามว่า “ปวดตรงไหน” แพทย์มักต้องรู้ว่าอาการเป็นมานานเท่าไร ปวดสัมพันธ์กับประจำเดือนหรือไม่ ปวดเวลามีเพศสัมพันธ์หรือไม่ ปวดเวลาปัสสาวะหรือถ่ายอุจจาระหรือ ไม่ ปวดมากขึ้นเมื่อยืน นั่ง เดิน หรือยกของหรือไม่ มีตกขาว เลือดออกผิดปกติ ไข้ น้ำหนักลด ท้องผูก ท้องเสีย หรือปัสสาวะผิดปกติร่วมด้วยหรือไม่

การตรวจร่างกายอาจรวมถึงการตรวจหน้าท้อง ตรวจหลัง สะโพก ขาหนีบ จุดกดเจ็บของกล้ามเนื้อ ตรวจระบบประสาท และตรวจภายในตามความเหมาะสม การตรวจภายในไม่ได้มีเป้าหมายแค่ดูมดลูกและรังไข่ แต่ยังช่วยประเมินกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกราน ตำแหน่งกดเจ็บ ก้อน การติดเชื้อ และความผิดปกติของปากมดลูกหรือช่องคลอดด้วย

การตรวจเพิ่มเติมอาจรวมถึงตรวจการตั้งครรภ์ในวัยเจริญพันธุ์ ตรวจปัสสาวะ ตรวจเลือด ตรวจหาโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ อัลตราซาวด์มดลูกและรังไข่ MRI หรือ CT ในบางกรณี การส่องกล้องกระเพาะปัสสาวะ ส่องกล้องทางเดินอาหาร หรือส่งต่อแพทย์เฉพาะทางด้านระบบทางเดินอาหาร ทางเดินปัสสาวะ เวชศาสตร์ฟื้นฟู หรือ pain specialist ตามลักษณะอาการ 

NICE แนะนำให้ตรวจหน้าท้องและตรวจอุ้งเชิงกรานในผู้ที่สงสัย endometriosis เพื่อหาก้อน อวัยวะเคลื่อนไหว น้อยลง กดเจ็บ หรือรอยโรคที่มองเห็นได้ และอาจใช้อัลตราซาวด์หรือ MRI ตามข้อบ่งชี้ แต่ผลตรวจภาพถ่ายที่ ปกติไม่ได้ตัด endometriosis ออกเสมอไป 

การรักษาขึ้นกับสาเหตุ และมักต้องดูแลหลายระบบร่วมกัน
    ถ้าพบสาเหตุชัดเจน เช่น endometriosis, adenomyosis, ถุงน้ำรังไข่, การติดเชื้อในอุ้งเชิงกราน, กระเพาะ
ปัสสาวะอักเสบซ้, IBS หรือกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานเกร็ง การรักษาควรมุ่งที่สาเหตุนั้นโดยตรง แต่ในผู้ป่วยจำนวนมากมีมากกว่าหนึ่งสาเหตุร่วมกัน เช่น endometriosis ร่วมกับ pelvic floor dysfunction และ IBS การรักษาแบบมิติเดียวจึงอาจไม่พอ

ผู้ที่มีอาการสัมพันธ์กับประจำเดือนอาจได้ประโยชน์จากยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs หรือฮอร์โมนตามข้อบ่งชี้ ผู้ที่สงสัย endometriosis อาจรักษาด้วยยา ฮอร์โมน หรือผ่าตัดในบางราย โดย ESHRE 2022 ระบุว่าการรักษาอาการปวดจาก endometriosis มีได้ทั้งยาแก้ปวด การรักษาด้วยฮอร์โมน การผ่าตัด และการดูแลแบบไม่ใช้ยาในบางกรณี 

ผู้ที่มีกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานเกร็งมักต้องการกายภาพบำบัดเฉพาะทาง ไม่ใช่เพียงยาแก้ปวด ผู้ที่มีปวดเส้นประสาทอาจต้องใช้ยากลุ่ม neuropathic pain, nerve block หรือการดูแลโดยแพทย์ด้านปวด ผู้ที่มี IBS หรือ bladder pain syndrome ต้องปรับอาหาร พฤติกรรม และรักษาตามระบบที่เกี่ยวข้อง

สิ่งสำคัญคือ การผ่าตัดไม่ใช่คำตอบของ chronic pelvic pain ทุกคน หากเลือกผ่าตัดโดยยังไม่รู้สาเหตุหรือยังไม่ได้ประเมินกล้ามเนื้อ เส้นประสาท ลำไส้ และกระเพาะปัสสาวะ อาจไม่ช่วยให้อาการดีขึ้นตามที่คาดหวัง American Family Physician 2025 จึงเน้นการรักษาแบบผสมผสานและการติดตามต่อเนื่อง มากกว่าการพึ่งการรักษาแบบใดแบบหนึ่งเพียงอย่างเดียว

ดูแลตัวเองอย่างไรเมื่อมีปวดท้องน้อยเรื้อรัง
    สิ่งแรกคือจดรูปแบบอาการให้ละเอียด เช่น ปวดช่วงไหนของรอบเดือน ปวดกี่วัน ปวดระดับไหน ปวดสัมพันธ์กับการถ่าย ปัสสาวะ อาหาร การนั่งนาน การเดิน หรือการมีเพศสัมพันธ์หรือไม่ การจดข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้แพทย์แยกสาเหตุได้ดีกว่าการบอกเพียงว่า “ปวดท้องน้อยมานาน

ควรหลีกเลี่ยงการใช้ยาแก้ปวดแรงๆ หรือยาปฏิชีวนะเองซ้ำๆ โดยไม่รู้สาเหตุ หากมีท้องผูกควรดูแลเรื่องน้ำ อาหารไฟเบอร์ และการขับถ่าย หากนั่งนานแล้วปวดมากขึ้นควรสังเกตท่าทางและอาจต้องประเมินกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานหรือสะโพก หากปวดสัมพันธ์กับประจำเดือนหรือเจ็บขณะมีเพศสัมพันธ์ ควรพบสูตินรีแพทย์เพื่อประเมิน endometriosis และโรคในอุ้งเชิงกราน

ที่สำคัญคืออย่าโทษตัวเองว่า “คิดมาก” หรือ “ทนไม่เก่ง” อาการปวดเรื้อรังเป็นสัญญาณที่ร่างกายต้องการการประเมิน และผู้ป่วยควรได้รับการดูแลอย่างจริงจัง

คำถามที่พบบ่อย

  • ปวดท้องน้อยเรื้อรังในผู้หญิงเกิดจากมดลูกเสมอไหม
    ไม่เสมอไป แม้มดลูกและรังไข่เป็นสาเหตุที่พบได้ แต่ปวดท้องน้อยเรื้อรังอาจเกิดจากกระเพาะปัสสาวะ ลำไส้กล้ามเนื้ออุ้งเชิงกราน เส้นประสาท สะโพก กระดูกสันหลัง หรือหลายสาเหตุร่วมกันได้

  • ปวดท้องน้อยก่อนมีประจำเดือนทุกเดือน ต้องสงสัยอะไร
    อาจเป็นปวดประจำเดือนชนิดทั่วไป แต่ถ้าปวดมากขึ้นเรื่อย ๆ ปวดหลายวันก่อนประจำเดือน ปวดต่อหลังประจำเดือนหมด เจ็บขณะมีเพศสัมพันธ์ หรือมีปวดเวลาถ่ายอุจจาระหรือปัสสาวะช่วงมีประจำเดือน ควรประเมิน endometriosis หรือ adenomyosis

  • อัลตราซาวด์ปกติ แปลว่าไม่มีโรคใช่ไหม
    ไม่จำเป็น อัลตราซาวด์ช่วยดูมดลูก รังไข่ ถุงน้ และก้อนบางชนิดได้ดี แต่บางโรค เช่น endometriosis บางตำแหน่ง กล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานเกร็ง เส้นประสาทปวด หรือ bladder pain syndrome อาจไม่เห็นจากอัลตราซาวด์ปกติ

  • ปวดท้องน้อยร่วมกับปัสสาวะบ่อย เกิดจากอะไร 
    อาจเกี่ยวกับกระเพาะปัสสาวะ เช่น กระเพาะปัสสาวะอักเสบซ้ bladder pain syndrome หรือก้อนในอุ้งเชิงกรานที่กดกระเพาะปัสสาวะ ควรตรวจปัสสาวะและประเมินอาการร่วม

  • ปวดท้องน้อยร่วมกับท้องผูกหรือท้องเสีย ควรพบสูตินรีแพทย์หรือหมอทางเดินอาหาร 
    เริ่มพบแพทย์ทั่วไปหรือสูตินรีแพทย์ได้ หากมีอาการลำไส้เด่น เช่น ถ่ายเป็นเลือด น้ำหนักลด ซีด หรือถ่ายเปลี่ยนไปชัดเจน อาจต้องประเมินโดยแพทย์ทางเดินอาหารร่วมด้วย

  • ปวดท้องน้อยเรื้อรังรักษาหายไหม
หลายรายอาการดีขึ้นได้มากเมื่อวินิจฉัยถูกและรักษาหลายมิติร่วมกัน แต่บางรายเป็นโรคปวดเรื้อรังที่ต้องติดตามต่อเนื่อง เป้าหมายคือหาสาเหตุ ลดความปวด ฟื้นการนอน การทำงาน การใช้ชีวิต และป้องกันการรักษาที่ไม่จำเป็น

   ปวดท้องน้อยเรื้อรังในผู้หญิงเป็นอาการที่ซับซ้อนและอาจเกิดจากหลายอวัยวะ ไม่ใช่เฉพาะมดลูกหรือรังไข่เท่านั้น สาเหตุอาจมาจาก endometriosis, adenomyosis, เนื้องอกมดลูก, ถุงน้ำรังไข่, การติดเชื้อในอุ้งเชิงกราน, กระเพาะปัสสาวะ, ลำไส้, กล้ามเนื้ออุ้งเชิงกราน, เส้นประสาท, สะโพก หรือกระดูกสันหลัง

การประเมินที่ดีต้องฟังประวัติอย่างละเอียด ตรวจร่างกายแบบครอบคลุม และเลือกตรวจเพิ่มเติมตามอาการไม่ใช่ตรวจเพียงอวัยวะเดียว เมื่อรู้สาเหตุหรือกลไกของอาการปวดได้ชัดเจนขึ้น การรักษาก็จะตรงจุดกว่า และช่วยลดโอกาสที่ผู้ป่วยต้องทนปวดซ้ ๆ โดยไม่รู้ว่าปวดจากอะไร

หากปวดท้องน้อยเป็น ๆ หาย ๆ ต่อเนื่องหลายเดือน ปวดจนกระทบชีวิต เจ็บขณะมีเพศสัมพันธ์ ปวดสัมพันธ์กับประจำเดือน ปัสสาวะหรือการขับถ่ายผิดปกติ หรือมีเลือดออกผิดปกติร่วมด้วย ควรพบแพทย์เพื่อตรวจอย่างเป็นระบบ

สอบถามข้อมูลและนัดหมาย
โรงพยาบาลเซเปี้ยนซ์ Sapiens Hospital | Move Better : Live Better
โทร. 02-111-3703

เอกสารอ้างอิงทางวิชาการ
American College of Obstetricians and Gynecologists. Chronic Pelvic Pain. ACOG Practice Bulletin No. 218. Obstetrics & Gynecology. 2020. 
Meisenheimer ES, Carnevale AM. Chronic Pelvic Pain in Women: Evaluation and Treatment.American Family Physician. 2025;111(3):218-229. 
National Institute for Health and Care Excellence. Endometriosis: diagnosis and management.
NICE Guideline NG73, amended 2024. European Society of Human Reproduction and Embryology. ESHRE Guideline: Endometriosis.
2022.

บทความที่เกี่ยวข้อง
เนื้อกงอก, เซเปี้ยนซ์, sapiens,  อายุรกรรม
คำว่า “เนื้องอก” มักทำให้หลายคนตกใจ เพราะกลัวว่าจะเป็นมะเร็ง แต่เนื้องอกมดลูกส่วนใหญ่เป็นก้อนชนิดไม่ร้าย ไม่ใช่มะเร็ง และไม่จำเป็นต้องผ่าตัดทุกราย
9 ก.ค. 2026
วัคซีน, hpv , เซเปี้ยนซ์, sapiens,  อายุรกรรม
วัคซีน HPV ช่วยป้องกันการติดเชื้อ HPV ความเสี่ยงสูง ซึ่งเกี่ยวข้องกับมะเร็งปากมดลูก มะเร็งทวารหนัก มะเร็งอวัยวะเพศ และหูดหงอนไก่ ควรฉีดตั้งแต่อายุเท่าไร ผู้ใหญ่ยังฉีดได้ไหม ต้องฉีดกี่เข็ม และฉีดแล้วต้องตรวจ Pap smear หรือ HPV test ต่อหรือไม่
10 ก.ค. 2026
ตกขาว, ประจำเดือน, เซเปี้ยนซ์, sapiens,  อายุรกรรม
ตกขาวผิดปกติ คัน แสบ มีกลิ่น หรือมีสีเปลี่ยนไป อาจเกิดจากเชื้อราในช่องคลอด ภาวะแบคทีเรียเสียสมดุลการติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ การระคายเคือง หรือโรคของปากมดลูก ควรตรวจหาสาเหตุเพื่อรักษาให้ตรงจุด ไม่ควรซื้อยาใช้เองซ้ำ ๆ
10 ก.ค. 2026
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy