แชร์

เนื้องอกมดลูก Myoma คืออะไร ต้องผ่าตัดหรือไม่

อัพเดทล่าสุด: 9 ก.ค. 2026
เนื้อกงอก, เซเปี้ยนซ์, sapiens,  อายุรกรรม
เนื้องอกมดลูก Myoma คืออะไร ต้องผ่าตัดหรือไม่

เนื้องอกมดลูก Myoma คืออะไร

    เนื้องอกมดลูก หรือที่หลายคนเรียกว่า "Myoma", "Uterine fibroid" หรือ "Leiomyoma" คือก้อนเนื้องอกชนิดไม่ร้ายที่เกิดจากกล้ามเนื้อเรียบของมดลูก เป็นหนึ่งในโรคทางนรีเวชที่พบได้บ่อยในผู้หญิงวัยเจริญพันธุ์

    คำว่า “เนื้องอก” มักทำให้หลายคนตกใจ เพราะกลัวว่าจะเป็นมะเร็ง แต่เนื้องอกมดลูกส่วนใหญ่เป็นก้อนชนิดไม่
ร้าย ไม่ใช่มะเร็ง และไม่จำเป็นต้องผ่าตัดทุกราย อย่างไรก็ตาม ก้อนบางตำแหน่งหรือบางขนาดอาจทำให้เกิดอาการรบกวนชีวิต เช่น ประจำเดือนมามาก ปวดท้องน้อย ปัสสาวะบ่อย ท้องโต แน่นท้อง หรือมีปัญหาเรื่องการตั้งครรภ์และภาวะมีบุตรยากได้สิ่งสำคัญจึงไม่ใช่เพียงถามว่า “มีก้อนหรือไม่” แต่ต้องถามต่อว่า
  • ก้อนอยู่ตรงไหน
  • ก้อนใหญ่แค่ไหน
  • มีอาการหรือไม่
  • ทำให้เลือดออกมากหรือซีดหรือไม่
  • มีผลต่อการตั้งครรภ์หรือไม่ และคนไข้ยังต้องการมีบุตรในอนาคตหรือไม่
เพราะคำตอบเหล่านี้มีผลโดยตรงต่อการวางแผนรักษา ACOG ระบุว่าแนวทางการดูแลเนื้องอกมดลูกที่มีอาการควรครอบคลุมทั้งการรักษาด้วยยา หัตถการ และการผ่าตัด โดยเลือกให้เหมาะกับอาการ ความต้องการของผู้ป่วย และเป้าหมายเรื่องการเจริญพันธุ์ ไม่ใช่ใช้วิธีเดียวกับทุกคน 

เนื้องอกมดลูกพบบ่อยแค่ไหน
    เนื้องอกมดลูกเป็นก้อนเนื้องอกชนิดไม่ร้ายที่พบได้บ่อยมากในผู้หญิง โดยมักพบในวัยเจริญพันธุ์ และมีแนวโน้มโตขึ้นในช่วงที่ฮอร์โมนเพศหญิงยังทำงานอยู่ หลายคนมีเนื้องอกมดลูกโดยไม่รู้ตัว เพราะไม่มีอาการ และตรวจพบโดยบังเอิญจากการตรวจภายในหรืออัลตราซาวด์มดลูก

    บทความวิชาการด้านระบาดวิทยาของ uterine fibroids ระบุว่า fibroids หรือ leiomyomas เป็นเนื้องอกชนิดไม่ร้ายที่พบบ่อยที่สุดของระบบสืบพันธุ์หญิง และส่งผลต่อผู้หญิงจำนวนมากทั่วโลก โดยเฉพาะในช่วงวัยเจริญพันธุ์ 

    ถึงแม้จะพบได้บ่อย แต่ความรุนแรงของอาการแตกต่างกันมาก บางคนมีก้อนเล็กหลายก้อนแต่ไม่มีอาการเลย
บางคนมีก้อนเดียวแต่ตำแหน่งอยู่ใกล้โพรงมดลูก ทำให้ประจำเดือนมามากจนซีดได้

เนื้องอกมดลูกเกิดจากอะไร
   สาเหตุที่แท้จริงของเนื้องอกมดลูกยังไม่สามารถอธิบายได้ทั้งหมด แต่เชื่อว่าเกี่ยวข้องกับหลายปัจจัยร่วมกันเช่น พันธุกรรม ฮอร์โมน estrogen และ progesterone การตอบสนองของเซลล์กล้ามเนื้อมดลูกต่อฮอร์โมน และปัจจัยแวดล้อมบางอย่าง

ปัจจัยที่อาจสัมพันธ์กับการเกิดเนื้องอกมดลูก ได้แก่
  • อายุในช่วงวัยเจริญพันธุ์
  • ประวัติครอบครัวมีเนื้องอกมดลูก
  • ภาวะน้ำหนักเกินหรืออ้วน
  • ความดันโลหิตสูง
  • การมีประจำเดือนเร็ว
  • ยังไม่เคยตั้งครรภ์
  • ปัจจัยทางพันธุกรรมและเชื้อชาติในบางประชากร
  • ฮอร์โมนเพศหญิงที่กระตุ้นการเจริญของก้อน
   หลังหมดประจำเดือน ก้อนบางก้อนอาจค่อยๆ เล็กลง เพราะระดับฮอร์โมนลดลง แต่หากก้อนโตขึ้นหลังหมดประจำเดือน หรือมีเลือดออกหลังหมดประจำเดือน ควรพบแพทย์เพื่อประเมินอย่างจริงจังเนื้องอกมดลูกมีกี่ตำแหน่งตำแหน่งของก้อนมีความสำคัญมาก เพราะเป็นตัวกำหนดอาการและวิธีรักษา โดยทั่วไป เนื้องอกมดลูกแบ่งตามตำแหน่งได้เป็นกลุ่มหลัก ๆ ดังนี้
  1. Submucosal myoma 
    เป็นก้อนที่อยู่ชิดหรือยื่นเข้าไปในโพรงมดลูก มักทำให้ประจำเดือนมามาก เลือดออกกะปริดกะปรอย หรือมีปัญหาการฝังตัวของตัวอ่อนในบางราย แม้ก้อนไม่ใหญ่มากก็อาจทำให้อาการมากได้ เพราะกระทบต่อเยื่อบุโพรงมดลูกโดยตรง


  2. Intramural myoma 
    เป็นก้อนที่อยู่ในชั้นกล้ามเนื้อมดลูก เป็นชนิดที่พบได้บ่อย อาจทำให้มดลูกโต ประจำเดือนมามาก ปวดท้องน้อยหรือแน่นท้อง ขึ้นกับขนาดและตำแหน่ง


  3. Subserosal myoma 
    เป็นก้อนที่โตออกไปทางด้านนอกของมดลูก มักทำให้เกิดอาการกดเบียดมากกว่าเลือดออก เช่น แน่นท้อง ท้องโต ปัสสาวะบ่อย หรือท้องผูก หากก้อนกดกระเพาะปัสสาวะหรือลำไส้


  4. Pedunculated myoma 
    เป็นก้อนที่มีก้าน อาจยื่นออกนอกมดลูกหรือเข้าโพรงมดลูก บางรายอาจปวดเฉียบพลันได้หากก้อนบิดขั้ว ซึ่งต้องประเมินโดยแพทย์

FIGO มีระบบจำแนกตำแหน่งเนื้องอกมดลูกเพื่อช่วยอธิบายความสัมพันธ์ของก้อนกับโพรงมดลูกและชั้นกล้ามเนื้อ ซึ่งมีประโยชน์มากในการวางแผนรักษา โดยเฉพาะกรณีที่มีเลือดออกผิดปกติหรือวางแผนผ่าตัด 

อาการของเนื้องอกมดลูกเป็นอย่างไร
   หลายคนมีเนื้องอกมดลูกโดยไม่มีอาการ แต่หากมีอาการ มักพบได้ดังนี้ 

  • ประจำเดือนมามาก 
    เป็นอาการที่พบบ่อย โดยเฉพาะในก้อนที่อยู่ในโพรงมดลูกหรือใกล้เยื่อบุโพรงมดลูก ผู้ป่วยอาจต้องเปลี่ยนผ้าอนามัยบ่อย มีลิ่มเลือด ประจำเดือนมานาน หรือมีอาการซีด เหนื่อยง่าย ใจสั่น หน้ามืดร่วมด้วย

  • ปวดท้องน้อยหรือปวดประจำเดือนมากขึ้น
    บางรายมีอาการปวดหน่วงท้องน้อย ปวดประจำเดือนมากขึ้น หรือปวดเรื้อรัง โดยเฉพาะหากมดลูกโตมาก มีก้อนหลายก้อน หรือมีภาวะอื่นร่วม เช่น adenomyosis หรือ endometriosis

  • แน่นท้อง ท้องโต หรือคลำได้ก้อน
    ก้อนขนาดใหญ่อาจทำให้รู้สึกท้องโตเหมือนอ้วนลงพุง แน่นอึดอัด ใส่เสื้อผ้าคับขึ้น หรือคลำได้ก้อนบริเวณท้องน้อย

  • ปัสสาวะบ่อย
    หากก้อนกดกระเพาะปัสสาวะ ผู้ป่วยอาจปัสสาวะบ่อย ปัสสาวะไม่สุด หรือรู้สึกปวดปัสสาวะง่าย

  • ท้องผูกหรือถ่ายลำบาก
    หากก้อนโตไปทางด้านหลังและกดลำไส้ตรง อาจทำให้ท้องผูกหรือถ่ายลำบากได้

  • มีบุตรยากหรือแท้งซ้ำ
    เนื้องอกบางตำแหน่ง โดยเฉพาะชนิดที่ยื่นเข้าโพรงมดลูก อาจมีผลต่อการฝังตัวของตัวอ่อนหรือการตั้งครรภ์ได้แต่ไม่ใช่เนื้องอกทุกก้อนจะทำให้มีบุตรยาก การประเมินต้องดูตำแหน่ง ขนาด และโรคอื่นร่วมด้วย

  • เนื้องอกมดลูกอันตรายไหม 
    โดยทั่วไป เนื้องอกมดลูกส่วนใหญ่เป็นก้อนชนิดไม่ร้าย และไม่ใช่มะเร็ง แต่คำว่า “ไม่ร้าย” ไม่ได้แปลว่า “ไม่ต้องสนใจ” เพราะก้อนอาจทำให้เกิดปัญหาจากเลือดออกมาก ซีดเรื้อรัง ปวดท้องน้อย กดเบียดอวัยวะ หรือ กระทบคุณภาพชีวิตได้
สิ่งที่ควรระวังคือ
  • ประจำเดือนมามากจนซีด
  • ก้อนโตเร็วผิดปกติ
  • ปวดมากขึ้น
  • เลือดออกหลังหมดประจำเดือน
  • ก้อนโตขึ้นหลังวัยหมดประจำเดือน
  • อาการกดเบียดรุนแรง เช่น ปัสสาวะบ่อยมาก ท้องผูกมาก หรือปวดหลังมาก
  • มีปัญหาตั้งครรภ์หรือมีบุตรยาก
  • แพทย์ตรวจแล้วลักษณะก้อนไม่ชัดเจน
    แม้การกลายเป็นมะเร็งของก้อนเนื้องอกมดลูกธรรมดาจะพบได้น้อยมาก แต่หากมีอาการผิดปกติหรือก้อนโตเร็ว
โดยเฉพาะหลังหมดประจำเดือน ควรได้รับการประเมินเพิ่มเติม ไม่ควรรอดูเอง 

แพทย์วินิจฉัยเนื้องอกมดลูกอย่างไร
   การวินิจฉัยเริ่มจากการซักประวัติและตรวจร่างกาย โดยแพทย์จะถามเรื่องรอบเดือน ปริมาณเลือด อาการปวดความถี่ของการปัสสาวะ การขับถ่าย ประวัติการตั้งครรภ์ ความต้องการมีบุตร และประวัติครอบครัว
  1. ตรวจภายใน 
    การตรวจภายในช่วยประเมินขนาดและรูปร่างของมดลูกว่ามีโตผิดปกติหรือไม่ มดลูกขรุขระหรือไม่ มีอาการกดเจ็บหรือก้อนในอุ้งเชิงกรานหรือไม่

  2. Ultrasound มดลูกและรังไข่ 
    อัลตราซาวด์เป็นการตรวจหลักที่ใช้บ่อยที่สุด เพราะช่วยเห็นก้อน ขนาด จำนวน ตำแหน่ง ความสัมพันธ์กับโพรงมดลูก และช่วยแยกโรคอื่นในอุ้งเชิงกรานได้ เช่น ถุงน้ำรังไข่หรือ adenomyosisบทความวิชาการด้านการวินิจฉัยและการจำแนก fibroids ระบุว่า ultrasound ควรเป็นการตรวจภาพถ่ายลำดับแรกในการวินิจฉัย uterine fibroids ส่วน MRI ควรใช้ในเคสซับซ้อนหรือเพื่อวางแผนการผ่าตัด

  3. MRI 
    MRI มักใช้ในรายที่ก้อนซับซ้อน มีหลายก้อน ต้องการแยก adenomyosis, ต้องการวางแผนผ่าตัดอย่าละเอียด หรือก่อนทำหัตถการบางชนิด เช่น uterine artery embolization

  4. Hysteroscopy 
    ถ้าสงสัยก้อนยื่นเข้าโพรงมดลูกหรือติ่งเนื้อในโพรงมดลูก แพทย์อาจพิจารณาส่องกล้องโพรงมดลูก เพื่อมองเห็นด้านในโพรงมดลูกโดยตรง และในบางกรณีสามารถรักษาไปพร้อมกันได้

  5. ตรวจเลือด 
    หากมีประจำเดือนมามาก แพทย์อาจตรวจ CBC เพื่อดูภาวะซีด ตรวจ ferritin หรือธาตุเหล็กในบางราย รวมถึงตรวจอื่นตามอาการ เช่น ไทรอยด์หรือการตั้งครรภ์ หากมีเลือดออกผิดปกติ
ต้องผ่าตัดเนื้องอกมดลูกทุกคนไหม
   คำตอบคือ ."ไม่จำเป็น" การรักษาเนื้องอกมดลูกขึ้นกับอาการ ไม่ใช่ขึ้นกับการมีก้อนเพียงอย่างเดียว คนที่ตรวจพบก้อนเล็ก ไม่มีอาการประจำเดือนปกติ ไม่ปวด ไม่ซีด และก้อนไม่โตเร็ว อาจเพียงติดตามอาการและตรวจเป็นระยะตามคำแนะนำแพทย์ 

กรณีที่อาจยังไม่ต้องผ่าตัด ได้แก่

  • ก้อนขนาดเล็ก
  • ไม่มีอาการ
  • ไม่มีภาวะซีด
  • ไม่กดเบียดอวัยวะข้างเคียง
  • ไม่โตเร็ว
  • ใกล้วัยหมดประจำเดือนและอาการไม่มาก
  • ไม่มีแผนตั้งครรภ์ที่ก้อนรบกวนชัดเจน
   NICE ระบุว่าในการรักษา heavy menstrual bleeding ควรมุ่งปรับปรุงคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย และควรเลือกแนวทางรักษาตามอาการ สาเหตุ และความต้องการของผู้ป่วย ไม่ใช่พิจารณาจากปริมาณเลือดเพียงอย่างเดียว

เมื่อไรควรพิจารณารักษาหรือผ่าตัด
ควรพบสูตินรีแพทย์เพื่อพิจารณารักษาจริงจัง หากมีอาการต่อไปนี้
  • ประจำเดือนมามากจนซีด
  • ต้องเปลี่ยนผ้าอนามัยถี่มาก หรือมีลิ่มเลือดมาก
  • ประจำเดือนมานานหลายวันจนรบกวนชีวิต
  • ปวดท้องน้อยหรือปวดประจำเดือนมาก
  • ก้อนโตจนแน่นท้อง ท้องโต หรือคลำได้
  • ปัสสาวะบ่อยหรือท้องผูกจากการกดเบียด
  • มีปัญหามีบุตรยากหรือแท้งซ้ และก้อนอยู่ในตำแหน่งที่อาจเกี่ยวข้อง
  • ก้อนโตเร็ว
  • มีเลือดออกหลังหมดประจำเดือน
  • รักษาด้วยยาแล้วไม่ดีขึ้น
  • ผู้ป่วยต้องการรักษาเพื่อคุณภาพชีวิตหรือความมั่นใจ
การผ่าตัดไม่ใช่ทางเลือกเดียวเสมอไป แต่เป็นหนึ่งในทางเลือกสำคัญเมื่ออาการมาก ก้อนมีผลต่อสุขภาพ หรือการรักษาแบบไม่ผ่าตัดไม่เพียงพอ

การรักษาเนื้องอกมดลูกมีอะไรบ้าง
  1. การติดตามอาการ 
    เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่มีอาการหรืออาการน้อย แพทย์อาจนัดติดตามอาการ ตรวจภายในหรืออัลตราซาวด์เป็นระยะ และให้สังเกตว่ามีประจำเดือนมามากขึ้น ปวดมากขึ้น หรือก้อนโตเร็วหรือไม่

  2. ยาลดเลือดประจำเดือน 
    ในผู้ที่มีประจำเดือนมามาก แพทย์อาจพิจารณายาบางชนิด เช่น tranexamic acid หรือ NSAIDs ในบางรายเพื่อช่วยลดปริมาณเลือดและอาการปวด แต่ยาเหล่านี้ไม่ได้ทำให้ก้อนหายไป และต้องใช้ตามข้อบ่งชี้

  3. ฮอร์โมน 
    ยาฮอร์โมนบางชนิด เช่น ยาคุมกำเนิด ยา progestin หรือห่วงอนามัยชนิดมีฮอร์โมน อาจช่วยลดเลือดออกและอาการบางอย่างได้ โดยเฉพาะในผู้ที่ยังไม่ต้องการผ่าตัดหรือยังต้องการมีบุตรในอนาคต อย่างไรก็ตาม การเลือกใช้ต้องประเมินข้อห้ามและตำแหน่งก้อ

  4. ยากลุ่ม GnRH agonist หรือ antagonist 
    ยากลุ่มนี้ช่วยลดฮอร์โมนที่กระตุ้นก้อน ทำให้ก้อนเล็กลงชั่วคราวและลดเลือดออกได้ มักใช้ในบางสถานการณ์ เช่น ก่อนผ่าตัดเพื่อลดขนาดก้อนหรือแก้ภาวะซีด แต่ไม่ใช่ยาที่ใช้ต่อเนื่องระยะยาวโดยไม่มีแผน เพราะอาจมีผลข้างเคียงคล้ายวัยหมดประจำเดือนและมีผลต่อกระดูก

  5. Myomectomy 
    คือการผ่าตัดเอาก้อนเนื้องอกออกโดยเก็บมดลูกไว้ เหมาะในผู้ที่ยังต้องการมีบุตร หรืออยากเก็บมดลูกไว้ แต่ต้องเข้าใจว่าก้อนอาจกลับมาเป็นใหม่ได้ โดยเฉพาะในผู้ที่มีหลายก้อนหรืออายุน้อยการผ่าตัดอาจทำได้หลายวิธี เช่น ผ่าตัดผ่านกล้อง ผ่าตัดเปิดหน้าท้อง หรือส่องกล้องโพรงมดลูก ขึ้นกับตำแหน่งและขนาดของก้อน

  6. Hysterectomy 
    คือการผ่าตัดมดลูกออก เป็นการรักษาที่หายขาดในแง่ไม่มีก้อนในมดลูกกลับมาอีก แต่เหมาะกับผู้ที่มีอาการมาก ไม่ต้องการมีบุตรแล้ว และผ่านการปรึกษาอย่างละเอียด เพราะเป็นการตัดสินใจที่มีผลถาวรต่อการตั้งครรภ์ในอนาคต NICE และเอกสารจาก Academy of Medical Royal Colleges ระบุว่า hysterectomy ไม่ควรเป็นการรักษาลำดับแรกเพียงเพราะมี heavy menstrual bleeding แต่ควรพิจารณาเมื่อเหมาะสมตามอาการ ความต้องการของผู้ป่วย และหลังอธิบายทางเลือกอื่นแล้ว

  7. Uterine Artery Embolizationเป็นหัตถการอุดหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงก้อนเนื้องอก ทำให้ก้อนค่อย ๆ เล็กลงและอาการเลือดออกหรือกดเบียดดีขึ้นในบางราย เหมาะกับผู้ป่วยบางกลุ่ม แต่ต้องประเมินเรื่องตำแหน่งก้อน ความต้องการมีบุตร และความเสี่ยงร่วมกับแพทย์เฉพาะทางบทความทบทวนเรื่อง uterine artery embolization ระบุว่า UAE มีข้อบ่งชี้คล้ายการรักษาเชิงหัตถการหรือ ผ่าตัดในผู้ที่มีก้อน fibroids ร่วมกับอาการกดเบียดหรือเลือดออกมากที่ควบคุมด้วยวิธีอื่นไม่ได้

  8. วิธีอื่น เช่น RFA หรือ HIFU 
    ในบางสถานพยาบาล อาจมีทางเลือกอื่น เช่น radiofrequency ablation หรือ focused ultrasound ซึ่งเหมาะกับผู้ป่วยบางกลุ่ม แต่ต้องประเมินอย่างละเอียด เพราะไม่ได้เหมาะกับทุกชนิดของก้อน และข้อมูลเรื่องการตั้งครรภ์ในอนาคตอาจต้องพิจารณาเป็นรายกรณี
ถ้ายังอยากมีบุตร ต้องเลือกวิธีรักษาอย่างไร
     ในผู้ที่ยังต้องการมีบุตร การรักษาต้องวางแผนละเอียดมากขึ้น เพราะไม่ใช่แค่รักษาอาการ แต่ต้องคำนึงถึงโพรงมดลูก กล้ามเนื้อมดลูก ความแข็งแรงของมดลูกหลังผ่าตัด และโอกาสตั้งครรภ์ในอนาคต

     โดยทั่วไป หากก้อนยื่นเข้าโพรงมดลูกหรือทำให้โพรงมดลูกผิดรูป อาจมีผลต่อการฝังตัวของตัวอ่อน การแท้งหรือภาวะมีบุตรยากได้มากกว่าก้อนที่อยู่ด้านนอกมดลูก
     
     ในผู้ที่มีบุตรยากหรือวางแผนตั้งครรภ์ ควรปรึกษาสูตินรีแพทย์เพื่อประเมินว่า ก้อนนั้นเกี่ยวข้องกับปัญหามีบุตร
หรือไม่ และวิธีรักษาใดเหมาะสมที่สุด เช่น hysteroscopic myomectomy ในก้อนที่ยื่นเข้าโพรงมดลูก หรือ myomectomy แบบอื่นในก้อนที่เหมาะสม

ผ่าตัดเนื้องอกมดลูกแล้วกลับมาเป็นซ้ำได้ไหม
    หากเป็นการผ่าตัดเฉพาะก้อน หรือ myomectomy ยังมีโอกาสเกิดก้อนใหม่หรือก้อนเดิมโตขึ้นได้ เพราะมดลูกยังคงอยู่และยังได้รับอิทธิพลจากฮอร์โมน โดยเฉพาะในผู้ที่อายุน้อย มีหลายก้อน หรือมีประวัติครอบครั หากเป็นการผ่าตัดมดลูกออก ก้อนในมดลูกจะไม่กลับมาอีก แต่เป็นการรักษาที่ทำให้ไม่สามารถตั้งครรภ์ได้ จึงต้องตัดสินใจอย่างรอบคอบ

คำถามที่พบบ่อย
  1. เนื้องอกมดลูก Myoma เป็นมะเร็งไหม 
    ส่วนใหญ่ไม่ใช่มะเร็ง Myoma หรือ uterine fibroid เป็นก้อนเนื้องอกชนิดไม่ร้ายที่พบได้บ่อย แต่หากก้อนโตเร็วผิดปกติ มีเลือดออกหลังหมดประจำเดือน หรือมีลักษณะไม่ชัดเจน ควรประเมินเพิ่มเติมโดยแพทย์

  2. เนื้องอกมดลูกต้องผ่าตัดทุกคนไหม 
    ไม่จำเป็น หากก้อนเล็ก ไม่มีอาการ ไม่ซีด ไม่กดเบียด และไม่โตเร็ว อาจติดตามอาการได้ แต่หากมีประจำเดือนมามาก ปวดท้องน้อย ก้อนโต กดเบียด หรือมีผลต่อการมีบุตร ควรพิจารณาการรักษา

  3. เนื้องอกมดลูกทำให้ประจำเดือนมามากได้อย่างไร 
    ก้อนที่อยู่ใกล้หรือยื่นเข้าโพรงมดลูกอาจรบกวนเยื่อบุโพรงมดลูก ทำให้เลือดออกมาก มานาน หรือมีลิ่มเลือดได้บางรายเลือดออกมากจนเกิดภาวะซีด

  4. ตรวจเจอเนื้องอกมดลูกจาก ultrasound ต้องท MRI ไหม 
    ไม่จำเป็นทุกคน Ultrasound มักเป็นการตรวจลำดับแรกที่เพียงพอในหลายราย ส่วน MRI ใช้เมื่อก้อนซับซ้อนต้องแยกโรคอื่น หรือต้องวางแผนผ่าตัดหรือหัตถการอย่างละเอียด

  5. ก้อนใหญ่แค่ไหนต้องผ่าตัด 
    ไม่มีตัวเลขเดียวที่ใช้กับทุกคน ต้องดูอาการ ตำแหน่งก้อน ความเร็วในการโต ภาวะซีด การกดเบียด และแผนมีบุตร บางก้อนเล็กแต่ยื่นเข้าโพรงมดลูกอาจทำให้เลือดออกมาก ขณะที่ก้อนใหญ่บางก้อนอาจไม่มีอาการมากก็ได้

  6. ถ้ามีเนื้องอกมดลูก แล้วยังอยากมีลูก ควรทำอย่างไร 
    ควรปรึกษาสูตินรีแพทย์เพื่อประเมินตำแหน่งก้อนและโพรงมดลูก บางก้อนอาจไม่รบกวนการตั้งครรภ์ แต่บางก้อน โดยเฉพาะก้อนที่ยื่นเข้าโพรงมดลูก อาจต้องรักษาก่อนวางแผนมีบุตร

  7. ผ่าตัดเนื้องอกมดลูกกับผ่าตัดมดลูกต่างกันอย่างไร
    ผ่าตัดเนื้องอกมดลูก หรือ myomectomy คือเอาก้อนออกแต่เก็บมดลูกไว้ เหมาะกับผู้ที่ยังอยากมีบุตรหรืออยากเก็บมดลูก ส่วนผ่าตัดมดลูก หรือ hysterectomy คือเอามดลูกออก เป็นการรักษาที่หายขาดเรื่องก้อนในมดลูก แต่ไม่สามารถตั้งครรภ์ได้อีก
     เนื้องอกมดลูก หรือ Myoma เป็นก้อนเนื้องอกชนิดไม่ร้ายที่พบได้บ่อยในผู้หญิงวัยเจริญพันธุ์ หลายรายไม่มีอาการและไม่จำเป็นต้องผ่าตัด แต่บางรายอาจมีประจำเดือนมามากจนซีด ปวดท้องน้อย แน่นท้อง ปัสสาวะบ่อยท้องผูก หรือมีผลต่อการตั้งครรภ์และภาวะมีบุตรยาก
     
    การรักษาขึ้นกับอาการ ขนาด ตำแหน่งก้อน อายุ โรคประจำตัว ความต้องการมีบุตร และความต้องการของผู้
ป่วย ไม่ใช่ทุกคนต้องผ่าตัด และไม่ใช่ทุกคนควรรอดูอาการโดยไม่ประเมินสิ่งสำคัญคือการตรวจให้ชัดว่า ก้อนอยู่ตรงไหน มีผลต่อโพรงมดลูกหรือไม่ และมีอาการมากแค่ไหน เพื่อเลือกวิธีรักษาที่เหมาะสมที่สุด

    หากคุณมีประจำเดือนมามาก ปวดท้องน้อยเรื้อรัง ท้องโตผิดปกติ ปัสสาวะบ่อย หรืออัลตราซาวด์พบเนื้องอกมดลูก ควรปรึกษาแพทย์เพื่อวางแผนดูแลอย่างเหมาะสม ไม่ควรรอจนซีดมากหรือก้อนโตจนกระทบคุณภาพชีวิต

สอบถามข้อมูลและนัดหมาย
โรงพยาบาลเซเปี้ยนซ์ Move Better : Live Better
โทร. 02-111-3703

เอกสารอ้างอิงทางวิชาการ
1. American College of Obstetricians and Gynecologists. Management of Symptomatic Uterine 
Leiomyomas. ACOG Practice Bulletin No. 228. Obstetrics & Gynecology.2021.

2. National Institute for Health and Care Excellence.Heavy menstrual bleeding: assessment and management. NICE Guideline NG88.2018, updated/reviewed.
3. Munro MG, Critchley HOD, Fraser IS.FIGO classification system for causes of abnormal uterine bleeding in nongravid women of reproductive age. International Journal of Gynecology & Obstetrics. 2011.
4. Lakabi R, et al. Diagnosis and classification of uterine fibroids.2025.
5. Yang Q, et al. Comprehensive Review of Uterine Fibroids. 2021.
6. Ahmad A, Kumar M, Bhoi NR, Badruddeen, Akhtar J, Khan MI. Diagnosis and management of uterine fibroids. 2023.
7. Gorny KR, et al. Uterine Artery Embolization for Heavy Menstrual Bleeding.Seminars in Interventional Radiology.2018.
8. Academy of Medical Royal Colleges.Evidence-Based Interventions: Hysterectomy for Heavy Menstrual Bleeding.
 

บทความที่เกี่ยวข้อง
ใส้ติ่ง, ปวดท้อง เซเปี้ยนซ์, sapiens,  อายุรกรรม
ไส้ติ่ง หรือ appendix เป็นอวัยวะขนาดเล็ก รูปร่างคล้ายถุงหรือท่อเล็ก ๆ ยื่นออกมาจากลำไส้ใหญ่ส่วนต้น อยู่บริเวณท้องด้านขวาล่างภาวะไส้ติ่งอักเสบมักเกิดจากการอุดตันภายในไส้ติ่ง
9 ก.ค. 2026
เต้านม, มะเร็ง, ซเปี้ยนซ์, sapiens,  อายุรกรรม
เจ็บเต้านม คลำได้ก้อน อย่าเพิ่งตกใจ แต่ไม่ควรปล่อยผ่านอาการเจ็บเต้านมหรือคลำได้ก้อน เป็นหนึ่งในอาการที่ทำให้ผู้หญิงจำนวนมากกังวลทันทีว่า “จะเป็นมะเร็งเต้านมหรือเปล่า”
9 ก.ค. 2026
ล้มหัวฟาดพื้น ปวดคอ วิธีเช็กอาการเบื้องต้นและการรักษา
หากล้มหัวฟาดพื้นและปวดคอ ให้สังเกตอาการ เช่น ความเจ็บปวดที่รุนแรงหรือความชาบริเวณคอ ถ้ามีอาการเหล่านี้ ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อรับการรักษาที่เหมาะสม
28 พ.ค. 2025
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy