แชร์

เจ็บเต้านม หรือ คลำได้ก้อน ต้องตรวจอะไรบ้าง

อัพเดทล่าสุด: 9 ก.ค. 2026
เต้านม, มะเร็ง, ซเปี้ยนซ์, sapiens,  อายุรกรรม
เจ็บเต้านม หรือ คลำได้ก้อน ต้องตรวจอะไรบ้าง

   เจ็บเต้านม คลำได้ก้อน อย่าเพิ่งตกใจ แต่ไม่ควรปล่อยผ่านอาการเจ็บเต้านมหรือคลำได้ก้อน เป็นหนึ่งในอาการที่ทำให้ผู้หญิงจำนวนมากกังวลทันทีว่า “จะเป็นมะเร็งเต้านมหรือเปล่า” ความกังวลนี้เข้าใจได้ เพราะมะเร็งเต้านมเป็นโรคที่พบได้บ่อยในผู้หญิง และการพบเร็วมีผลต่อโอกาสรักษาอย่างมาก แต่ในทางการแพทย์ อาการเจ็บเต้านมหรือก้อนที่เต้านมไม่ได้แปลว่าเป็นมะเร็งเสมอไป หลายกรณีเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน ถุงน้ำในเต้านม ก้อนเนื้องอกชนิดไม่ร้ายแรง การอักเสบของเต้านม หรือ การเปลี่ยนแปลงของเนื้อเยื่อเต้านมตามวัย

อย่างไรก็ตาม คำว่า “ส่วนใหญ่ไม่ใช่มะเร็ง” ไม่ได้หมายความว่า “ไม่ต้องตรวจ” เพราะก้อนบางชนิดอาจต้องติดตาม บางชนิดต้องเจาะชิ้นเนื้อ และบางอาการเป็นสัญญาณที่ควรพบแพทย์โดยเร็ว

บทความนี้จะช่วยให้เข้าใจว่า เจ็บเต้านมแบบไหนน่ากังวล คลำได้ก้อนควรตรวจอะไรบ้าง อายุมีผลต่อการเลือกตรวจอย่างไร และเมื่อไรไม่ควรรอดูอาการเอง

อาการเจ็บเต้านมเกิดจากอะไรได้บ้าง

    อาการเจ็บเต้านมหรือคัดตึงเต้านมพบได้บ่อยมาก โดยเฉพาะในผู้หญิงวัยมีประจำเดือน หลายครั้งอาการสัมพันธ์กับการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนในรอบเดือน เช่น เจ็บหรือคัดเต้านมก่อนมีประจำเดือน แล้วดีขึ้นหลังประจำเดือนมา

สาเหตุที่พบบ่อย ได้แก่
  • การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนตามรอบเดือน
  • ถุงน้ำในเต้านม
  • เนื้อเต้านมหนาแน่นหรือมีการเปลี่ยนแปลงแบบ fibrocystic change
  • การอักเสบของเต้านม
  • การให้นมบุตรหรือท่อน้ำนมอุดตัน
  • การบาดเจ็บหรือกล้ามเนื้อผนังทรวงอกอักเสบ
  • ยาบางชนิดหรือฮอร์โมน
  • ความเครียด นอนน้อย คาเฟอีน หรือพฤติกรรมบางอย่างที่กระตุ้นอาการในบางราย
    อาการเจ็บเต้านมเพียงอย่างเดียว โดยไม่มีคลำได้ก้อน ไม่มีหัวนมผิดปกติ และไม่ได้เจ็บเฉพาะจุดแบบต่อเนื่องมักไม่ใช่อาการที่บ่งชี้มะเร็งโดยตรง แต่ถ้าเจ็บเฉพาะจุด เจ็บข้างเดียว เป็นต่อเนื่อง หรือมีอาการอื่นร่วมด้วยควรตรวจประเมินเพิ่มเติม

เจ็บเต้านมแบบไหนมักไม่น่ากังวลมาก อาการเจ็บเต้านมที่มักสัมพันธ์กับฮอร์โมนหรือภาวะไม่ร้ายแรง มักมีลักษณะดังนี้* เจ็บทั้งสองข้างหรือเป็นบริเวณกว้าง
  • คัดตึงก่อนมีประจำเดือน
  • อาการดีขึ้นหลังประจำเดือนมา
  • ไม่มีคลำได้ก้อนชัดเจน
  • ไม่มีหัวนมมีเลือดหรือสารคัดหลั่งผิดปกติ
  • ไม่มีผิวหนังบุ๋ม แดง หนา หรือเปลี่ยนรูปร่าง
  • อาการเป็น ๆ หาย ๆ ตามรอบเดือน
    ในกรณีนี้ แพทย์อาจประเมินประวัติ ตรวจเต้านม และให้คำแนะนำเรื่องการดูแลอาการ เช่น การใส่เสื้อชั้นในทีพยุงดี ลดสิ่งกระตุ้นบางอย่าง ใช้ยาแก้ปวดตามความเหมาะสม หรือพิจารณาตรวจเพิ่มเติมตามอายุและความเสี่ยง

เจ็บเต้านมแบบไหนควรพบแพทย์ ควรพบแพทย์หากมีอาการต่อไปนี้
  • เจ็บเต้านมเฉพาะจุดและเป็นต่อเนื่อง
  • เจ็บเต้านมข้างเดียวโดยไม่สัมพันธ์กับรอบเดือน
  • คลำได้ก้อนร่วมด้วย
  • มีหัวนมบุ๋ม ดึงรั้ง หรือเปลี่ยนรูปร่าง
  • มีเลือดหรือน้ำใส ๆ ไหลจากหัวนม โดยเฉพาะออกข้างเดียว
  • ผิวหนังเต้านมบุ๋ม ย่น แดง หนา หรือคล้ายผิวส้ม
  • เต้านมบวม แดง ร้อน ปวดมาก หรือมีไข้
  • คลำได้ก้อนที่รักแร้
  • มีประวัติครอบครัวเป็นมะเร็งเต้านมหรือมะเร็งรังไข่
  • อายุมากกว่า 40 ปี และมีอาการใหม่ที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
     อาการเหล่านี้ไม่ได้แปลว่าต้องเป็นมะเร็งเสมอไป แต่เป็นสัญญาณที่ควรตรวจอย่างเป็นระบบ ไม่ควรรักษาเองหรือรอดูนานเกินไปคลำได้ก้อนที่เต้านม อาจเป็นอะไรได้บ้างก้อนที่เต้านมมีได้หลายสาเหตุ บางชนิดไม่ร้ายแรง บางชนิดต้องติดตาม และบางชนิดต้องตรวจชิ้นเนื้อ
  1. ถุงน้ำในเต้านม ถุงน้ำหรือ breast cyst พบได้บ่อย โดยเฉพาะในผู้หญิงวัย 30–50 ปี ก้อนมักกลม เรียบ อาจเจ็บหรือคัดตึงมากขึ้นก่อนประจำเดือน อัลตราซาวด์ช่วยแยกได้ว่าก้อนเป็นถุงน้ำหรือก้อนเนื้อ
  2. Fibroadenoma เป็นก้อนเนื้องอกชนิดไม่ร้ายแรงที่พบได้บ่อยในผู้หญิงอายุน้อย ก้อนมักค่อนข้างกลม ขอบเรียบ ขยับได้ และโตช้า แต่บางกรณีอาจต้องติดตามหรือตรวจชิ้นเนื้อเพื่อยืนยัน
  3. การอักเสบหรือติดเชื้อของเต้านม อาจพบในหญิงให้นมบุตรหรือผู้ที่มีท่อน้ำนมอุดตัน อาการมักมีเต้านมแดง ร้อน เจ็บ มีไข้ หรืออาจเกิดฝีในเต้านมได้
  4. ก้อนไขมันหรือเนื้อเยื่อผิดปกติหลังการกระแทกบางคนเกิด fat necrosis หลังการกระแทกหรือผ่าตัดเต้านม ทำให้คลำได้ก้อนแข็งและต้องตรวจแยกจากโรคอื่น
  5. มะเร็งเต้านม มะเร็งเต้านมอาจมาด้วยก้อนแข็ง ขอบไม่เรียบ ติดแน่น ไม่ค่อยเจ็บ หรือมีการเปลี่ยนแปลงของผิวหนัง หัวนม หรือรักแร้ร่วมด้วย แต่บางครั้งอาการอาจไม่ชัดเจน ดังนั้นก้อนใหม่ที่เต้านมจึงควรได้รับการประเมินโดยแพทย์
การตรวจเต้านมที่สำคัญมีอะไรบ้าง
    การตรวจอาการเจ็บเต้านมหรือก้อนเต้านมไม่ได้อาศัยเพียงการคลำอย่างเดียว แต่ใช้การประเมินหลายส่วนร่วมกัน โดยแพทย์มักพิจารณาจากอายุ อาการ ตำแหน่งก้อน ความเสี่ยงส่วนบุคคล และผลการตรวจร่างกายหลักการประเมินก้อนเต้านมที่ใช้กันกว้างขวางคือ "triple assessment" ซึ่งประกอบด้วย
  1. การซักประวัติและตรวจเต้านมโดยแพทย์
  2. การตรวจภาพถ่ายเต้านม เช่น ultrasound หรือ mammogram
  3. การเจาะชิ้นเนื้อหรือดูดเซลล์ตรวจ ในกรณีที่ผลตรวจบ่งชี้หรือยังไม่มั่นใจ
ไม่ใช่ทุกคนต้องตรวจครบทั้ง 3 อย่างเสมอไป แต่ถ้าคลำได้ก้อนจริงหรือมีลักษณะน่าสงสัย แพทย์จะเลือกตรวจให้เหมาะสมเพื่อให้ได้คำตอบที่ชัดเจนที่สุด
  1. การซักประวัติและตรวจเต้านมโดยแพทย์ แพทย์จะถามรายละเอียด เช่น
  • อาการเริ่มเมื่อไร
  • เจ็บข้างเดียวหรือสองข้าง
  • เจ็บสัมพันธ์กับรอบเดือนหรือไม่
  • คลำได้ก้อนมานานแค่ไหน
  • ก้อนโตขึ้นหรือเปลี่ยนแปลงหรือไม่
  • มีน้ำหรือเลือดออกจากหัวนมหรือไม่
  • เคยมีประวัติก้อนเต้านมหรือผ่าตัดเต้านมหรือไม่
  • มีประวัติครอบครัวเป็นมะเร็งเต้านมหรือมะเร็งรังไข่หรือไม่
  • ใช้ฮอร์โมน ยาคุมกำเนิด หรือฮอร์โมนวัยทองหรือไม่
  • ตั้งครรภ์ ให้นมบุตร หรือเพิ่งหยุดให้นมหรือไม่

     จากนั้นแพทย์จะตรวจเต้านมทั้งสองข้าง ตรวจหัวนม ผิวหนัง และคลำรักแร้ เพื่อประเมินว่ามีก้อนหรือต่อมน้ำเหลืองโตหรือไม่การตรวจร่างกายช่วยบอกทิศทาง แต่ไม่ควรใช้แทน imaging หากมีก้อนชัดเจนหรือมีอาการที่ต้องสงสัย
     
   2. Ultrasound เต้านม
      อัลตราซาวด์เต้านมเป็นการตรวจที่ไม่มีรังสี เหมาะกับผู้หญิงอายุน้อย เต้านมหนาแน่น หรือผู้ที่มีก้อนเฉพาะตำแหน่ง โดยช่วยแยกได้ว่าก้อนเป็นถุงน้ ก้อนเนื้อ หรือมีลักษณะที่ควรตรวจชิ้นเนื้อหรือไม่โดยทั่วไป* ผู้หญิงอายุน้อยกว่า 30 ปีที่คลำได้ก้อน มักเริ่มจาก ultrasound

  • ใช้ประเมินก้อนที่คลำได้เฉพาะจุด
  • ใช้ประเมินถุงน้ ฝี หรือก้อนเนื้อ
  • ใช้ร่วมกับ mammogram ในผู้หญิงอายุมากขึ้น
  • ใช้นำทางเข็มเจาะชิ้นเนื้อในกรณีจำเป็น
  อัลตราซาวด์มีประโยชน์มาก แต่ไม่ใช่การตรวจแทน mammogram ในผู้หญิงทุกกลุ่ม โดยเฉพาะในวัยที่ควรคัดกรองมะเร็งเต้านมด้วย mammogram

    3. Mammogram

     Mammogram เป็นการถ่ายภาพเอกซเรย์เต้านม ใช้ทั้งเพื่อคัดกรองมะเร็งเต้านมในคนที่ยังไม่มีอาการ และเพื่อวินิจฉัยในคนที่มีอาการ เช่น คลำได้ก้อน เจ็บเต้านมเฉพาะจุด หัวนมผิดปกติ หรือมีการเปลี่ยนแปลงของผิวหนังMammogram ช่วยเห็นความผิดปกติบางอย่างที่คลำไม่ได้ เช่น หินปูนขนาดเล็ก หรือความผิดปกติของโครงสร้างเนื้อเต้านมโดยทั่วไป
  • ผู้หญิงอายุ 40 ปีขึ้นไปควรพูดคุยเรื่องการตรวจคัดกรอง mammogram ตามความเหมาะสม
  • หากคลำได้ก้อนในผู้หญิงอายุ 40 ปีขึ้นไป มักพิจารณา diagnostic mammogram ร่วมกับ ultrasound
  • ผู้หญิงอายุ 30–39 ปี แพทย์อาจพิจารณา ultrasound, mammogram หรือทั้งสองอย่าง ขึ้นกับอาการและความเสี่ยง
  • Mammogram แบบ diagnostic ต่างจาก screening mammogram เพราะเป็นการตรวจเพื่อประเมินอาการหรือความผิดปกติเฉพาะจุด
   การตรวจ mammogram อาจทำให้รู้สึกกดแน่นหรือไม่สบายชั่วคราว แต่เป็นการตรวจที่มีบทบาทสำคัญมากในการประเมินเต้านมในวัยที่เหมาะสม

    4. MRI เต้านม 
      MRI เต้านมไม่ใช่การตรวจแรกสำหรับผู้ป่วยทุกราย แต่มีประโยชน์ในบางสถานการณ์ เช่น
  • ผู้ที่มีความเสี่ยงสูงต่อมะเร็งเต้านม
  • ผู้ที่มีพันธุกรรมเสี่ยง เช่น BRCA1/BRCA2
  • เต้านมหนาแน่นและมีข้อบ่งชี้เฉพาะ
  • ประเมินขอบเขตโรคในผู้ป่วยบางรายที่วินิจฉัยมะเร็งแล้ว
  • กรณีที่ผลตรวจอื่นไม่ชัดเจนและแพทย์เห็นว่าจำเป็น
   MRI มีความไวสูง แต่ก็อาจพบความผิดปกติที่ไม่ใช่มะเร็งได้ จึงควรใช้ตามข้อบ่งชี้ ไม่ใช่ตรวจแทนmammogram หรือ ultrasound โดยไม่มีเหตุผลทางการแพทย์

     5. การเจาะชิ้นเนื้อ หรือ Core Needle Biopsy
    หาก imaging พบลักษณะที่สงสัย หรือก้อนมีลักษณะไม่มั่นใจ แพทย์อาจแนะนำให้เจาะชิ้นเนื้อเพื่อตรวจทางพยาธิวิทยาการเจาะชิ้นเนื้อช่วยตอบคำถามสำคัญว่า ก้อนนั้นเป็นเนื้อเยื่อชนิดใด เป็นก้อนธรรมดา ก้อนที่ต้องติดตาม หรือมะเร็ง การตรวจชิ้นเนื้อจึงเป็นขั้นตอนสำคัญเมื่อผลภาพถ่ายไม่สามารถสรุปได้แน่ชัด

    หลายคนกลัวว่าการเจาะชิ้นเนื้อจะทำให้มะเร็งกระจาย แต่ในทางการแพทย์ การเจาะชิ้นเนื้อด้วยเทคนิคที่เหมาะสมเป็นมาตรฐานในการวินิจฉัย และมีประโยชน์มากในการวางแผนรักษาอายุมีผลต่อการเลือกตรวจอย่างไร 

การตรวจเต้านมไม่ได้ใช้สูตรเดียวกันทุกอายุ เพราะความหนาแน่นของเต้านมและความเสี่ยงของโรคแตกต่างกัน
  • อายุน้อยกว่า 30 ปี
    หากคลำได้ก้อน มักเริ่มจาก ultrasound เพราะเต้านมมักมีความหนาแน่นสูง และโอกาสเป็นก้อนธรรมดา เช่น fibroadenoma หรือถุงน้ พบได้มากกว่า แต่ถ้าผล ultrasound น่าสงสัย อาจต้องเจาะชิ้นเนื้อหรือตรวจเพิ่มเติม

  • อายุ 30–39 ปี
    อาจใช้ ultrasound หรือ diagnostic mammogram หรือทั้งสองอย่าง ขึ้นกับอาการ ตำแหน่งก้อน และความเสี่ยง หากมีก้อนชัดเจนหรือมีลักษณะผิดปกติ แพทย์จะพิจารณาการตรวจที่ให้ข้อมูลมากที่สุด

  • อายุ 40 ปีขึ้นไป
    หากคลำได้ก้อน มักพิจารณา diagnostic mammogram ร่วมกับ ultrasound เพราะ mammogram ช่วยประเมินทั้งเต้านมและหาความผิดปกติที่อาจมองไม่เห็นจาก ultrasound อย่างเดียวผู้มีความเสี่ยงสูง เช่น มีประวัติครอบครัวเป็นมะเร็งเต้านมตั้งแต่อายุน้อย มีมะเร็งรังไข่ในครอบครัว เคยได้รับรังสีบริเวณหน้าอก หรือมีการตรวจพบยีนเสี่ยง อาจต้องเริ่มคัดกรองเร็วขึ้นหรือใช้ MRI ร่วมด้วยตามแผนแพทย์
อาการแบบไหนควรรีบพบแพทย์ ควรพบแพทย์โดยเร็วหากมีอาการต่อไปนี้
  • คลำได้ก้อนใหม่ที่เต้านมหรือรักแร้
  • ก้อนแข็ง ขอบไม่เรียบ หรือก้อนติดแน่น
  • ก้อนโตขึ้นเรื่อย ๆ
  • ผิวหนังเต้านมบุ๋ม ย่น หนา แดง หรือคล้ายผิวส้ม
  • หัวนมบุ๋ม ดึงรั้ง หรือเปลี่ยนทิศทางใหม่
  • มีเลือดหรือน้ำใส ๆ ไหลจากหัวนม โดยเฉพาะออกข้างเดียว
  • เต้านมขนาดหรือรูปร่างเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน
  • มีแผลที่หัวนมหรือผื่นที่ไม่หาย
  • เต้านมแดง ร้อน เจ็บมาก และมีไข้
  • เจ็บเต้านมเฉพาะจุดต่อเนื่องโดยไม่สัมพันธ์กับรอบเดือน
  • มีประวัติครอบครัวเป็นมะเร็งเต้านมหรือมะเร็งรังไข่
    อาการเหล่านี้ไม่ควรรอดูอาการนานหลายเดือน และไม่ควรนวด ประคบ หรือซื้อยากินเองโดยไม่ตรวจเจ็บเต้านมในช่วงให้นมบุตร ต้องระวังอะไร
หญิงให้นมบุตรอาจมีเต้านมคัด ท่อน้ำนมอุดตัน หรือเต้านมอักเสบได้ อาการมักเป็นเต้านมแดง ร้อน ปวด มีไข้ หรือรู้สึกเหมือนเป็นไข้หวัด หากดูแลไม่ถูกต้อง อาจกลายเป็นฝีในเต้านม ควรพบแพทย์หาก
  • มีไข้สูง
  • เต้านมแดงและปวดมาก
  • คลำได้ก้อนเจ็บที่ไม่ยุบ
  • มีหนองหรือแผล
  • อาการไม่ดีขึ้นภายใน 24–48 ชั่วโมง
  • เจ็บมากจนให้นมไม่ได้
   การรักษาอาจรวมถึงการระบายน้ำนม การใช้ยาปฏิชีวนะในรายที่เหมาะสม และการตรวจ ultrasound หากสงสัยฝีในเต้านมผู้ชายเจ็บเต้านมหรือคลำได้ก้อน ต้องตรวจไหมแม้มะเร็งเต้านมในผู้ชายพบได้น้อยกว่าผู้หญิงมาก แต่ผู้ชายก็สามารถมีก้อนเต้านมได้ เช่น gynecomastia หรือเต้านมโตจากฮอร์โมน ยา โรคตับ หรือภาวะอื่น รวมถึงมะเร็งเต้านมในผู้ชายซึ่งพบไม่บ่อยแต่มีจริง ผู้ชายควรพบแพทย์หากมี
  • ก้อนแข็งใต้หัวนมหรือข้างเต้านม
  • ก้อนโตขึ้น
  • หัวนมบุ๋มหรือมีเลือดออก
  • ผิวหนังผิดปกติ
  • คลำได้ก้อนรักแร้
  • เจ็บหรือบวมข้างเดียวชัดเจน
     ไม่ควรอายหรือรอดูเอง เพราะการตรวจเบื้องต้นสามารถแยกสาเหตุที่ไม่ร้ายแรงออกจากโรคที่ต้องรักษาได้ ตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านม ต่างจากตรวจเมื่อมีอาการอย่างไร การตรวจคัดกรองคือการตรวจในคนที่ยังไม่มีอาการ เพื่อค้นหาโรคตั้งแต่ระยะเริ่มต้น เช่น screening mammogram แต่ถ้ามีอาการแล้ว เช่น คลำได้ก้อน หัวนมมีเลือด ผิวหนังบุ๋ม หรือเจ็บเฉพาะจุดต่อเนื่อง การตรวจจะเปลี่ยนเป็น diagnostic workup คือการตรวจเพื่อวินิจฉัยสาเหตุของอาการ ไม่ใช่การคัดกรองทั่วไป

    ดังนั้น ผู้ที่มีอาการไม่ควรรอรอบตรวจสุขภาพประจำปีหรือรอวันตรวจคัดกรองตามปกติ ควรพบแพทย์เพื่อ ประเมินเฉพาะอาการนั้นโดยตรง

ดูแลตัวเองอย่างไรเมื่อมีอาการเจ็บเต้านม 
หากเป็นอาการคัดตึงตามรอบเดือน ไม่มีคลำได้ก้อน และไม่มีสัญญาณอันตราย อาจเริ่มดูแลเบื้องต้นได้ เช่น
  • ใส่เสื้อชั้นในที่พยุงดี* หลีกเลี่ยงการกดทับเต้านม
  • สังเกตความสัมพันธ์กับรอบเดือน
  • ลดคาเฟอีนในบางราย หากสังเกตว่ากระตุ้นอาการ
  • นอนพักให้เพียงพอ
  • ใช้ยาแก้ปวดตามคำแนะนำแพทย์หรือเภสัชกร
  • จดตำแหน่งและช่วงเวลาที่เจ็บ
    แต่ถ้ามีก้อนใหม่ เจ็บเฉพาะจุดต่อเนื่อง หรืออาการไม่ดีขึ้น ควรพบแพทย์เพื่อตรวจ

คำถามที่พบบ่อย
  1. เจ็บเต้านมแปลว่าเป็นมะเร็งไหม 
    ไม่เสมอไป อาการเจ็บเต้านมส่วนใหญ่มักเกี่ยวข้องกับฮอร์โมน ถุงน้ำ การอักเสบ หรือสาเหตุไม่ร้ายแรง แต่ถ้าเจ็บเฉพาะจุด เป็นต่อเนื่อง ข้างเดียว หรือมีคลำได้ก้อน หัวนมผิดปกติ หรือผิวหนังเปลี่ยนแปลง ควรพบแพทย์

  2. คลำได้ก้อนที่เต้านม ต้องตรวจอะไร 
    โดยทั่วไปเริ่มจากตรวจเต้านมโดยแพทย์ และตรวจภาพถ่าย เช่น ultrasound หรือ mammogram ขึ้นกับอายุ และลักษณะก้อน หากผลตรวจน่าสงสัย อาจต้องเจาะชิ้นเนื้อเพื่อยืนยัน

  3. อายุยังน้อย ต้องตรวจ mammogram ไหม 
    ผู้หญิงอายุน้อยกว่า 30 ปีที่มีก้อนมักเริ่มจาก ultrasound ก่อน แต่ถ้าผลตรวจน่าสงสัยหรือมีความเสี่ยงสูง แพทย์อาจพิจารณาตรวจ mammogram หรือการตรวจอื่นเพิ่มเติม

  4. ก้อนที่เจ็บ มักไม่ใช่มะเร็งจริงไหม 
    ก้อนที่เจ็บมักพบได้จากถุงน้ การอักเสบ หรือภาวะไม่ร้ายแรง แต่ไม่ได้ตัดมะเร็งออกทั้งหมด หากก้อนใหม่ โตขึ้น หรือมีลักษณะผิดปกติ ควรตรวจให้ชัดเจน

  5. หัวนมมีเลือดออก อันตรายไหม 
    ควรพบแพทย์ โดยเฉพาะถ้าเลือดออกจากหัวนมข้างเดียว ออกเองโดยไม่ได้บีบ หรือมีต่อเนื่อง เพราะอาจเกิดจากท่อน้ำนมผิดปกติ ติ่งเนื้อในท่อน้ำนม หรือโรคที่ต้องตรวจเพิ่มเติม

  6. Ultrasound กับ mammogram ต่างกันอย่างไร 
    Ultrasound ใช้คลื่นเสียง ไม่มีรังสี เหมาะกับการประเมินก้อนและถุงน้ โดยเฉพาะในผู้หญิงอายุน้อยหรือเต้านมหนาแน่น ส่วน mammogram เป็นเอกซเรย์เต้านม ช่วยตรวจหาความผิดปกติ เช่น หินปูนขนาดเล็ก และใช้คัดกรองมะเร็งเต้านมในวัยที่เหมาะสม
  7. ถ้าผล mammogram ปกติ แต่ยังคลำได้ก้อน ต้องทำอย่างไร 
    ควรกลับไปพบแพทย์ เพราะบางกรณีอาจต้องตรวจ ultrasound เพิ่ม หรือพิจารณาเจาะชิ้นเนื้อ หากก้อนยังชัดเจนและผลตรวจไม่สอดคล้องกับอาการ
     อาการเจ็บเต้านมหรือคลำได้ก้อนเป็นอาการที่พบได้บ่อย และหลายครั้งไม่ใช่มะเร็ง แต่ไม่ควรเดาเองจากความรู้สึกหรือจากการคลำเพียงอย่างเดียว
ถ้าเจ็บเต้านมสัมพันธ์กับรอบเดือน เป็นสองข้าง และไม่มีอาการผิดปกติอื่น อาจเป็นภาวะที่ไม่ร้ายแรง แต่ถ้าคลำได้ก้อนใหม่ เจ็บเฉพาะจุดต่อเนื่อง หัวนมมีเลือด ผิวหนังบุ๋ม เต้านมเปลี่ยนรูปร่าง หรือคลำได้ก้อนรักแร้ ควรพบแพทย์เพื่อตรวจให้ชัดเจน

      การตรวจที่ใช้บ่อย ได้แก่ การตรวจเต้านมโดยแพทย์ ultrasound, mammogram, MRI ในบางราย และการเจาะชิ้นเนื้อหากผลตรวจน่าสงสัย
สิ่งสำคัญที่สุดคือ อย่าตกใจจนเกินไป แต่ก็อย่ารอดูอาการนานเกินไป เพราะการตรวจตั้งแต่พบความผิดปกติ ช่วยให้รู้สาเหตุเร็ว วางแผนรักษาถูกต้อง และถ้าเป็นโรคสำคัญจริง ก็มีโอกาสดูแลได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น

สอบถามข้อมูลและนัดหมาย
โรงพยาบาลเซเปี้ยนซ์ Move Better : Live Better
โทร. 02-111-3703

เอกสารอ้างอิงทางวิชาการ
1. Klein KA, Kocher M, Lourenco AP, et al. ACR Appropriateness Criteria® Palpable Breast Masses. Journal of the American College of Radiology. 2023.
2. Holbrook AI, Moy L, Akin EA, et al. ACR Appropriateness Criteria® Breast Pain. Journal of the American College of Radiology. 2018.
3. U.S. Preventive Services Task Force. Screening for Breast Cancer: US Preventive Services Task Force Recommendation Statement. JAMA. 2024;331(22):1918–1930.
4. National Institute for Health and Care Excellence. Suspected cancer: recognition and referral. NICE Guideline NG12. Updated guidance.
5. National Comprehensive Cancer Network. NCCN Clinical Practice Guidelines in Oncology: Breast Cancer Screening and Diagnosis. Version updates.
6. Britton P. Breast imaging. BMJ. 2008;337:a1313.
7. Karim MO, Khan KA, Khan AJ, et al. Triple Assessment of Breast Lump: Should We Perform Core Biopsy for Every Patient? Cureus. 2020.
8. American College of Radiology. ACR BI-RADS® Atlas: Breast Imaging Reporting and Data System.

บทความที่เกี่ยวข้อง
ใส้ติ่ง, ปวดท้อง เซเปี้ยนซ์, sapiens,  อายุรกรรม
ไส้ติ่ง หรือ appendix เป็นอวัยวะขนาดเล็ก รูปร่างคล้ายถุงหรือท่อเล็ก ๆ ยื่นออกมาจากลำไส้ใหญ่ส่วนต้น อยู่บริเวณท้องด้านขวาล่างภาวะไส้ติ่งอักเสบมักเกิดจากการอุดตันภายในไส้ติ่ง
9 ก.ค. 2026
ผ่าตัด, Day surgery, วันเดียวกลับ, ซเปี้ยนซ์, sapiens,  อายุรกรรม
"Day Surgery" หรือ "same day surgery / ambulatory surgery" คือการผ่าตัดหรือหัตถการที่วางแผนให้ผู้ป่วยเข้ารับการรักษา ผ่าตัด พักฟื้นหลังผ่าตัด และกลับบ้านได้ภายในวันเดียวกัน โดยไม่ต้องนอนค้างคืนในโรงพยาบาล
9 ก.ค. 2026
ประจำเดือน, เซเปี้ยนซ์, sapiens,  อายุรกรรม
อาการปวดท้องประจำเดือนเป็นเรื่องที่ผู้หญิงจำนวนมากคุ้นเคย บางคนปวดหน่วง ๆ พอทนได้ บางคนต้องกินยาแก้ปวด บางคนต้องนอนพักครึ่งวัน
10 ก.ค. 2026
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy