วัคซีน HPV ฉีดเมื่อไร ใครบ้างควรฉีด
อัพเดทล่าสุด: 10 ก.ค. 2026

ทำไมวัคซีน HPV จึงเป็นวัคซีนที่ไม่ควรมองข้าม
เมื่อพูดถึง HPV หลายคนมักนึกถึงมะเร็งปากมดลูกเป็นอันดับแรก ซึ่งถูกต้อง แต่ยังไม่ครบทั้งหมด เพราะเชื้อ 'Human Papillomavirus" หรือ HPV ไม่ได้เกี่ยวข้องกับมะเร็งปากมดลูกเพียงอย่างเดียว เชื้อ HPV บางสายพันธุ์ยังสัมพันธ์กับมะเร็งทวารหนัก มะเร็งช่องคลอด มะเร็งปากช่องคลอด มะเร็งองคชาต และมะเร็งบริเวณช่องปาก ลำคอ หรือ oropharyngeal cancer ได้ด้วย ขณะเดียวกัน HPV บางสายพันธุ์ยังทำให้เกิดหูดหงอนไก่ ซึ่งแม้ไม่ใช่มะเร็ง แต่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิต ความกังวล และการรักษาที่ต่อเนื่องได้
CDC ระบุว่า HPV vaccine สามารถป้องกันมะเร็งที่เกิดจาก HPV ได้มากกว่า 90% หากได้รับวัคซีนก่อนสัมผัสเชื้อ โดยเฉพาะเมื่อฉีดในช่วงอายุที่เหมาะสมก่อนเริ่มมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ HPV ทางเพศสัมพันธ์
สิ่งที่ควรเข้าใจตั้งแต่ต้นคือ วัคซีน HPV เป็นวัคซีนเพื่อ “ป้องกัน” ไม่ใช่ยาเพื่อ “รักษา” ถ้ามีการติดเชื้อ HPV อยู่แล้ว วัคซีนไม่สามารถกำจัดเชื้อเดิมหรือรักษาเซลล์ผิดปกติที่เกิดขึ้นแล้วได้ แต่ยังอาจช่วยป้องกันการติดเชื้อ HPV สายพันธุ์อื่นที่ยังไม่เคยได้รับมาก่อนได้ในบางคน WHO ระบุชัดเจนว่าวัคซีน HPV ไม่ได้ใช้รักษาการติดเชื้อ HPV หรือโรคที่เกิดจาก HPV แต่ใช้เพื่อป้องกันการเกิดโรคและมะเร็งที่เกี่ยวข้องกับ HPV ในอนาคต
HPV คืออะไร และทำไมถึงเกี่ยวข้องกับมะเร็ง
HPV เป็นไวรัสที่พบได้บ่อยมาก มีหลายสายพันธุ์ บางสายพันธุ์จัดเป็นกลุ่มความเสี่ยงต่ำ เช่น สายพันธุ์ที่สัมพันธ์กับหูดหงอนไก่ ขณะที่บางสายพันธุ์เป็นกลุ่มความเสี่ยงสูง โดยเฉพาะ HPV 16 และ HPV 18 ซึ่งสัมพันธ์กับมะเร็งปากมดลูกและมะเร็งจาก HPV หลายชนิด
การติดเชื้อ HPV ส่วนใหญ่หายได้เองจากภูมิคุ้มกันของร่างกายโดยไม่ก่อโรครุนแรง แต่ปัญหาจะเกิดขึ้นเมื่อเชื้อ HPV ความเสี่ยงสูงคงอยู่เป็นเวลานาน การติดเชื้อเรื้อรังอาจทำให้เซลล์บริเวณปากมดลูกหรือเยื่อบุบริเวณอื่นค่อย ๆ เปลี่ยนแปลงเป็นรอยโรคก่อนมะเร็ง และหากไม่ได้ตรวจพบหรือติดตามรักษา อาจพัฒนาเป็นมะเร็งในอนาคตได้ CDC ระบุว่าหาก HPV infection คงอยู่นาน อาจทำให้เกิดหูดหงอนไก่ รอยโรคก่อนมะเร็ง และมะเร็งของปากมดลูก ทวารหนัก องคชาต ปากช่องคลอด ช่องคลอด รวมถึงศีรษะและคอได้
วัคซีน HPV ป้องกันอะไรได้บ้าง
วัคซีน HPV ช่วยป้องกันการติดเชื้อ HPV สายพันธุ์สำคัญที่เป็นสาเหตุของมะเร็งและหูดหงอนไก่ วัคซีนชนิด 9 สายพันธุ์ หรือ 9-valent HPV vaccine ครอบคลุม HPV 6, 11, 16, 18, 31, 33, 45, 52 และ 58 โดย HPV 16 และ 18 เป็นสายพันธุ์สำคัญที่เกี่ยวข้องกับมะเร็งปากมดลูก ส่วน HPV 6 และ 11 เป็นสายพันธุ์ที่สัมพันธ์กับหูดหงอนไก่เป็นหลัก
การฉีดวัคซีน HPV จึงไม่ได้เป็นเรื่องเฉพาะของผู้หญิงเท่านั้น ผู้ชายก็ได้ประโยชน์จากการป้องกันโรคที่เกี่ยวข้องกับ HPV เช่น หูดหงอนไก่ มะเร็งทวารหนัก มะเร็งองคชาต และมะเร็งบริเวณช่องปากลำคอ อีกทั้งการฉีดในทั้งเด็กหญิงและเด็กชายยังช่วยลดการแพร่กระจายของเชื้อในระดับประชากรได้
ควรฉีดวัคซีน HPV เมื่อไรจึงดีที่สุด
ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการฉีดวัคซีน HPV คือก่อนมีโอกาสสัมผัสเชื้อ HPV ครั้งแรก เพราะวัคซีนทำงานได้ดีที่สุดเมื่อร่างกายยังไม่เคยติดเชื้อสายพันธุ์นั้นมาก่อน
CDC แนะนำให้ฉีดวัคซีน HPV เป็นประจำในเด็กอายุ 11–12 ปี และสามารถเริ่มได้ตั้งแต่อายุ 9 ปี โดยในวัยนี้ระบบภูมิคุ้มกันตอบสนองต่อวัคซีนได้ดี และมักต้องใช้จำนวนเข็มน้อยกว่าผู้ที่เริ่มฉีดเมื่ออายุมากขึ้น ([CDC][5])
ACOG ก็ให้แนวทางสอดคล้องกันว่า วัคซีน HPV เหมาะที่สุดเมื่อฉีดในช่วงวัยรุ่นตอนต้น เพราะมีประสิทธิภาพสูงสุดก่อนมีการสัมผัสเชื้อ HPV จากกิจกรรมทางเพศ และแพทย์ควรแนะนำวัคซีนนี้อย่างชัดเจนแก่ผู้ที่เข้าเกณฑ์
ต้องฉีดกี่เข็ม
จำนวนเข็มขึ้นกับอายุที่เริ่มฉีดและภาวะภูมิคุ้มกันของผู้รับวัคซีน
ถ้าเริ่มฉีดก่อนอายุ 15 ปี โดยทั่วไปใช้ 2 เข็ม โดยเข็มที่สองมักห่างจากเข็มแรกประมาณ 6–12 เดือน หากเว้นระยะสั้นเกินไปอาจต้องมีเข็มเพิ่มเติมตามเกณฑ์ของวัคซีนและคำแนะนำแพทย์
ถ้าเริ่มฉีดตั้งแต่อายุ 15 ปีขึ้นไป หรือเป็นผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ โดยทั่วไปใช้ 3 เข็ม ในตารางประมาณเดือนที่ 0, เดือนที่ 1–2 และเดือนที่ 6 CDC ระบุว่า 3 เข็มแนะนำสำหรับผู้ที่เริ่มชุดวัคซีนเมื่ออายุ 15–26 ปี และสำหรับผู้มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง
ในบางประเทศหรือบางแนวทางของ WHO มีคำแนะนำเรื่องตารางวัคซีนแบบ 1 หรือ 2 เข็มสำหรับบางช่วงอายุและบางบริบท สาธารณสุข แต่การเลือกใช้จริงควรยึดแนวทางของประเทศ ชนิดวัคซีนที่ใช้ และคำแนะนำของแพทย์ในสถานพยาบาลนั้นเป็นหลัก WHO position paper ปี 2022 ระบุถึงคำแนะนำที่ปรับปรุงใหม่เกี่ยวกับ HPV vaccine schedule รวมถึงการใช้ตารางเข็มที่น้อยลงในบางกลุ่มประชากร
ผู้หญิงควรฉีด HPV vaccine ทุกคนไหม
ผู้หญิงในวัยที่เข้าเกณฑ์ควรได้รับคำแนะนำเรื่องวัคซีน HPV อย่างจริงจัง เพราะ HPV ความเสี่ยงสูงเป็นสาเหตุสำคัญของมะเร็งปากมดลูก และมะเร็งปากมดลูกเป็นโรคที่สามารถป้องกันได้มากกว่าที่หลายคนคิด หากมีทั้งการฉีดวัคซีนและการตรวจคัดกรองที่เหมาะสม
เด็กหญิงและหญิงวัยรุ่นควรได้รับวัคซีนในช่วงที่แนะนำ ส่วนหญิงอายุถึง 26 ปีที่ยังไม่ได้ฉีดหรือฉีดไม่ครบ ควรได้รับการฉีดตามแนวทาง catch-up vaccination ของ CDC และ ACIP
สำหรับผู้หญิงอายุ 27–45 ปี การฉีดไม่ได้แนะนำแบบ routine สำหรับทุกคน แต่สามารถพิจารณาแบบรายบุคคลร่วมกับแพทย์ได้ โดยเฉพาะผู้ที่ยังไม่เคยฉีดวัคซีนมาก่อน มีโอกาสมีคู่นอนใหม่ในอนาคต หรือมีความเสี่ยงต่อการได้รับ HPV สายพันธุ์ใหม่ ACIP ระบุว่าการฉีดในผู้ใหญ่อายุ 27–45 ปีควรใช้แนวทาง shared clinical decision-making เพราะประโยชน์ในระดับประชากรโดยรวมลดลงเมื่อเทียบกับการฉีดในวัยรุ่น แต่บางคนยังอาจได้ประโยชน์เป็นรายบุคคล
ผู้ชายควรฉีด HPV vaccine ไหม
ควรฉีดเช่นกัน หากอยู่ในช่วงอายุที่เข้าเกณฑ์ เพราะ HPV ไม่ใช่โรคของผู้หญิงเท่านั้น ผู้ชายสามารถติดเชื้อ HPV แพร่เชื้อ และเกิดโรคที่เกี่ยวข้องกับ HPV ได้ เช่น หูดหงอนไก่ มะเร็งทวารหนัก มะเร็งองคชาต และมะเร็งช่องปากลำคอ
การฉีดวัคซีนในเด็กชายและผู้ชายวัยรุ่นจึงมีประโยชน์ทั้งต่อตัวผู้รับวัคซีนเองและต่อการลดการแพร่เชื้อในสังคม แนวทางของ CDC แนะนำ HPV vaccination สำหรับเด็กทุกเพศในวัย 11–12 ปี โดยสามารถเริ่มได้ตั้งแต่อายุ 9 ปี
เคยมีเพศสัมพันธ์แล้ว ยังฉีดได้ไหม
ฉีดได้ หากยังอยู่ในช่วงอายุที่เข้าเกณฑ์หรืออยู่ในกลุ่มที่แพทย์พิจารณาว่าอาจได้ประโยชน์
หลายคนเข้าใจผิดว่า หากเคยมีเพศสัมพันธ์แล้ว วัคซีนไม่มีประโยชน์เลย ความจริงคือแม้เคยมีเพศสัมพันธ์แล้ว ก็ไม่ได้หมายความว่าเคยติด HPV ครบทุกสายพันธุ์ที่วัคซีนป้องกัน วัคซีนอาจยังช่วยป้องกันสายพันธุ์ที่ยังไม่เคยได้รับได้ แต่ประโยชน์โดยรวมมักน้อยกว่าการฉีดก่อนเริ่มมีความเสี่ยง
ประเด็นที่ต้องสื่อให้ชัดคือ วัคซีน HPV ไม่จำเป็นต้องตรวจ HPV ก่อนฉีดในคนทั่วไป เพราะผลตรวจ HPV บอกเพียงการติดเชื้อในช่วงเวลานั้นและบางตำแหน่ง ไม่ได้บอกว่าร่างกายเคยสัมผัสหรือมีภูมิครบทุกสายพันธุ์ที่วัคซีนครอบคลุม การตัดสินใจฉีดในผู้ใหญ่ควรพิจารณาจากอายุ ประวัติวัคซีน ความเสี่ยงในอนาคต และการพูดคุยกับแพทย์
อายุเกิน 26 ปี ฉีดได้ไหม
อายุ 27–45 ปีสามารถพูดคุยกับแพทย์เพื่อพิจารณาได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกคนจำเป็นต้องฉีด
เหตุผลคือ คนในวัยนี้จำนวนมากอาจเคยสัมผัส HPV แล้ว และบางคนอยู่ในความสัมพันธ์ระยะยาวแบบคู่เดียวที่มีโอกาสรับเชื้อสายพันธุ์ใหม่ค่อนข้างต่ำ ประโยชน์จากวัคซีนจึงแตกต่างกันมากในแต่ละคน ACIP จึงใช้แนวทาง shared clinical decision-making สำหรับอายุ 27–45 ปี ไม่ใช่คำแนะนำแบบฉีดทุกคน
สำหรับผู้ที่อายุมากกว่า 45 ปี วัคซีน HPV โดยทั่วไปไม่ได้อยู่ในคำแนะนำมาตรฐานและไม่ได้มีข้อบ่งชี้กว้างเหมือนช่วงอายุที่น้อยกว่า การตัดสินใจควรปรึกษาแพทย์เป็นรายกรณีตามข้อกำหนดของวัคซีนที่มีใช้ในประเทศนั้น
ตั้งครรภ์ ฉีดวัคซีน HPV ได้ไหม
โดยทั่วไปไม่แนะนำให้ฉีดวัคซีน HPV ระหว่างตั้งครรภ์ หากเริ่มชุดวัคซีนไปแล้วและพบว่าตั้งครรภ์ มักเลื่อนเข็มที่เหลือออกไปหลังคลอด โดยไม่จำเป็นต้องเริ่มชุดวัคซีนใหม่ทั้งหมด ส่วนผู้ที่ได้รับวัคซีนโดยไม่ทราบว่าตั้งครรภ์ ไม่ควรตื่นตระหนก แต่ควรแจ้งแพทย์ผู้ดูแลเพื่อรับคำแนะนำที่เหมาะสม
ACOG ระบุว่า HPV vaccine ไม่แนะนำให้ใช้ระหว่างตั้งครรภ์ แม้ข้อมูลที่มีไม่ได้แสดงสัญญาณอันตรายสำคัญต่อมารดาหรือทารกจากการได้รับโดยไม่ตั้งใจ และวัคซีนไม่มีไวรัสมีชีวิต จึงไม่ใช่วัคซีนที่ทำให้เกิดการติดเชื้อ ([ACOG][11])
ให้นมบุตร ฉีดได้ไหม
โดยทั่วไปการให้นมบุตรไม่ใช่ข้อห้ามหลักของการฉีดวัคซีน HPV แต่ควรให้แพทย์ประเมินสุขภาพโดยรวม ประวัติวัคซีน และช่วงเวลาที่เหมาะสม โดยเฉพาะหากเพิ่งคลอด มีโรคประจำตัว หรือมีการรักษาอื่นร่วมด้วย
ฉีดวัคซีน HPV แล้ว ยังต้องตรวจ Pap smear หรือ HPV test ไหม
ยังต้องตรวจ วัคซีน HPV ลดความเสี่ยงได้มาก แต่ไม่ได้ป้องกัน HPV ทุกสายพันธุ์ทั้งหมด และบางคนอาจได้รับวัคซีนหลังเคยสัมผัสเชื้อแล้ว ดังนั้นผู้หญิงที่ถึงวัยตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกยังต้องตรวจ Pap smear หรือ HPV test ตามคำแนะนำของแพทย์
นี่เป็นจุดที่สำคัญมาก เพราะการป้องกันมะเร็งปากมดลูกที่ดีที่สุดไม่ใช่เลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง แต่เป็นการใช้ทั้งวัคซีนและการตรวจคัดกรองให้เหมาะกับช่วงอายุ วัคซีนช่วยลดความเสี่ยงตั้งแต่ต้นทาง ส่วน Pap smear และ HPV test ช่วยค้นหาความผิดปกติหรือความเสี่ยงที่ยังอาจเกิดขึ้นได้แม้ฉีดวัคซีนแล้ว
วัคซีน HPV ปลอดภัยไหม
วัคซีน HPV ถูกใช้ในหลายประเทศมาเป็นเวลานานและมีข้อมูลความปลอดภัยจำนวนมาก อาการข้างเคียงที่พบได้บ่อยมักเป็นอาการไม่รุนแรง เช่น เจ็บ บวม หรือแดงบริเวณที่ฉีด อ่อนเพลีย ปวดศีรษะ หรือมีไข้ต่ำ ๆ บางคนอาจเวียนศีรษะหรือเป็นลมหลังฉีดวัคซีนได้ จึงมักแนะนำให้นั่งพักสังเกตอาการหลังฉีดช่วงสั้น ๆ
วัคซีน HPV ไม่มีไวรัสมีชีวิตและไม่มี DNA ของไวรัส จึงไม่สามารถทำให้เกิด HPV infection หรือทำให้เกิดมะเร็งจาก HPV ได้ WHO ระบุว่าวัคซีนไม่ได้มีไวรัสมีชีวิตหรือ DNA ของไวรัส และไม่สามารถก่อมะเร็งหรือโรคที่เกี่ยวข้องกับ HPV ได้ ([World Health Organization][2])
ใครบ้างที่ควรปรึกษาแพทย์ก่อนฉีด
ผู้ที่เคยแพ้วัคซีนรุนแรง แพ้ส่วนประกอบของวัคซีน มีภูมิคุ้มกันต่ำ ตั้งครรภ์ หรือมีโรคประจำตัวที่ต้องใช้ยากดภูมิคุ้มกัน ควรปรึกษาแพทย์ก่อนฉีดเพื่อวางแผนให้เหมาะสม
ผู้ที่เคยติด HPV หรือเคยมีผล Pap smear ผิดปกติ ก็ยังควรปรึกษาแพทย์ เพราะต้องแยกเรื่องการฉีดวัคซีนออกจากการติดตามผลตรวจปากมดลูก การฉีดวัคซีนไม่สามารถแทนการส่องกล้องปากมดลูก การตัดชิ้นเนื้อ หรือการติดตามรอยโรคที่แพทย์เคยแนะนำไว้ได้
ถ้าฉีดไม่ครบหรือเลยกำหนด ต้องเริ่มใหม่ไหม
โดยทั่วไป หากฉีดวัคซีน HPV ไม่ครบหรือเลยกำหนดนัด ไม่จำเป็นต้องเริ่มใหม่ทั้งหมด ควรกลับมารับเข็มที่เหลือต่อให้ครบตามคำแนะนำของแพทย์ การเว้นช่วงนานกว่ากำหนดมักไม่ใช่เหตุผลให้เริ่มต้นใหม่ แต่ควรให้ทีมแพทย์ตรวจดูว่าตารางเดิมเริ่มเมื่อไร อายุขณะเริ่มฉีดเท่าไร และยังต้องได้กี่เข็มจึงครบชุด
วัคซีน HPV กับการตรวจคัดกรอง ต่างกันอย่างไร
วัคซีน HPV เป็นการป้องกันก่อนเกิดการติดเชื้อใหม่หรือก่อนเกิดโรคในอนาคต ส่วน Pap smear และ HPV test เป็นการตรวจคัดกรองเพื่อค้นหาความเสี่ยงหรือความผิดปกติของปากมดลูกในปัจจุบัน
Pap smear ตรวจดูว่าเซลล์ปากมดลูกมีความผิดปกติหรือไม่ HPV test ตรวจหาเชื้อ HPV ความเสี่ยงสูงที่สัมพันธ์กับมะเร็งปากมดลูก ส่วนวัคซีน HPV ช่วยฝึกภูมิคุ้มกันให้ป้องกันเชื้อ HPV สายพันธุ์ที่วัคซีนครอบคลุมหากได้รับเชื้อในอนาคต
ดังนั้นการฉีดวัคซีนและการตรวจคัดกรองไม่ใช่สิ่งที่แทนกัน แต่เป็นสองส่วนของการป้องกันมะเร็งปากมดลูกที่ควรทำร่วมกันตามช่วงอายุและความเสี่ยงของแต่ละคน
คำถามที่พบบ่อย
วัคซีน HPV ไม่ใช่วัคซีนเฉพาะผู้หญิง ผู้ชายก็ควรได้รับวัคซีนหากอยู่ในช่วงอายุที่เหมาะสม เพราะ HPV เกี่ยวข้องกับโรคในหลายอวัยวะทั้งในผู้หญิงและผู้ชาย
สิ่งสำคัญคือ วัคซีน HPV ป้องกันได้ แต่ไม่รักษาเชื้อที่มีอยู่แล้ว และไม่แทนการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก ผู้หญิงที่ถึงวัยตรวจยังควรตรวจ Pap smear หรือ HPV test ตามคำแนะนำแพทย์ต่อไป
การฉีดวัคซีนเร็ว ตรวจคัดกรองสม่ำเสมอ และติดตามผลผิดปกติอย่างต่อเนื่อง คือแนวทางที่ช่วยลดความเสี่ยงของโรคจาก HPV ได้ดีที่สุด
สอบถามข้อมูลและนัดหมาย
โรงพยาบาลเซเปี้ยนซ์ Move Better : Live Better
โทร. 02-111-3703
เอกสารอ้างอิงทางวิชาการ
Centers for Disease Control and Prevention. HPV Vaccination Recommendations.Updated 2024.
Meites E, Szilagyi PG, Chesson HW, et al. Human Papillomavirus Vaccination for Adults: Updated Recommendations of the Advisory Committee on Immunization Practices. MMWR Morbidity and Mortality Weekly Report. 2019.
World Health Organization. **Human papillomavirus vaccines: WHO position paper.2022.
American College of Obstetricians and Gynecologists. Human Papillomavirus Vaccination. ACOG Committee Opinion. 2020.
World Health Organization. Human papillomavirus and cancer. Updated 2024.
Centers for Disease Control and Prevention. Cancers Caused by HPV.Updated 2025.
เมื่อพูดถึง HPV หลายคนมักนึกถึงมะเร็งปากมดลูกเป็นอันดับแรก ซึ่งถูกต้อง แต่ยังไม่ครบทั้งหมด เพราะเชื้อ 'Human Papillomavirus" หรือ HPV ไม่ได้เกี่ยวข้องกับมะเร็งปากมดลูกเพียงอย่างเดียว เชื้อ HPV บางสายพันธุ์ยังสัมพันธ์กับมะเร็งทวารหนัก มะเร็งช่องคลอด มะเร็งปากช่องคลอด มะเร็งองคชาต และมะเร็งบริเวณช่องปาก ลำคอ หรือ oropharyngeal cancer ได้ด้วย ขณะเดียวกัน HPV บางสายพันธุ์ยังทำให้เกิดหูดหงอนไก่ ซึ่งแม้ไม่ใช่มะเร็ง แต่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิต ความกังวล และการรักษาที่ต่อเนื่องได้
CDC ระบุว่า HPV vaccine สามารถป้องกันมะเร็งที่เกิดจาก HPV ได้มากกว่า 90% หากได้รับวัคซีนก่อนสัมผัสเชื้อ โดยเฉพาะเมื่อฉีดในช่วงอายุที่เหมาะสมก่อนเริ่มมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ HPV ทางเพศสัมพันธ์
สิ่งที่ควรเข้าใจตั้งแต่ต้นคือ วัคซีน HPV เป็นวัคซีนเพื่อ “ป้องกัน” ไม่ใช่ยาเพื่อ “รักษา” ถ้ามีการติดเชื้อ HPV อยู่แล้ว วัคซีนไม่สามารถกำจัดเชื้อเดิมหรือรักษาเซลล์ผิดปกติที่เกิดขึ้นแล้วได้ แต่ยังอาจช่วยป้องกันการติดเชื้อ HPV สายพันธุ์อื่นที่ยังไม่เคยได้รับมาก่อนได้ในบางคน WHO ระบุชัดเจนว่าวัคซีน HPV ไม่ได้ใช้รักษาการติดเชื้อ HPV หรือโรคที่เกิดจาก HPV แต่ใช้เพื่อป้องกันการเกิดโรคและมะเร็งที่เกี่ยวข้องกับ HPV ในอนาคต
HPV คืออะไร และทำไมถึงเกี่ยวข้องกับมะเร็ง
HPV เป็นไวรัสที่พบได้บ่อยมาก มีหลายสายพันธุ์ บางสายพันธุ์จัดเป็นกลุ่มความเสี่ยงต่ำ เช่น สายพันธุ์ที่สัมพันธ์กับหูดหงอนไก่ ขณะที่บางสายพันธุ์เป็นกลุ่มความเสี่ยงสูง โดยเฉพาะ HPV 16 และ HPV 18 ซึ่งสัมพันธ์กับมะเร็งปากมดลูกและมะเร็งจาก HPV หลายชนิด
การติดเชื้อ HPV ส่วนใหญ่หายได้เองจากภูมิคุ้มกันของร่างกายโดยไม่ก่อโรครุนแรง แต่ปัญหาจะเกิดขึ้นเมื่อเชื้อ HPV ความเสี่ยงสูงคงอยู่เป็นเวลานาน การติดเชื้อเรื้อรังอาจทำให้เซลล์บริเวณปากมดลูกหรือเยื่อบุบริเวณอื่นค่อย ๆ เปลี่ยนแปลงเป็นรอยโรคก่อนมะเร็ง และหากไม่ได้ตรวจพบหรือติดตามรักษา อาจพัฒนาเป็นมะเร็งในอนาคตได้ CDC ระบุว่าหาก HPV infection คงอยู่นาน อาจทำให้เกิดหูดหงอนไก่ รอยโรคก่อนมะเร็ง และมะเร็งของปากมดลูก ทวารหนัก องคชาต ปากช่องคลอด ช่องคลอด รวมถึงศีรษะและคอได้
วัคซีน HPV ป้องกันอะไรได้บ้าง
วัคซีน HPV ช่วยป้องกันการติดเชื้อ HPV สายพันธุ์สำคัญที่เป็นสาเหตุของมะเร็งและหูดหงอนไก่ วัคซีนชนิด 9 สายพันธุ์ หรือ 9-valent HPV vaccine ครอบคลุม HPV 6, 11, 16, 18, 31, 33, 45, 52 และ 58 โดย HPV 16 และ 18 เป็นสายพันธุ์สำคัญที่เกี่ยวข้องกับมะเร็งปากมดลูก ส่วน HPV 6 และ 11 เป็นสายพันธุ์ที่สัมพันธ์กับหูดหงอนไก่เป็นหลัก
การฉีดวัคซีน HPV จึงไม่ได้เป็นเรื่องเฉพาะของผู้หญิงเท่านั้น ผู้ชายก็ได้ประโยชน์จากการป้องกันโรคที่เกี่ยวข้องกับ HPV เช่น หูดหงอนไก่ มะเร็งทวารหนัก มะเร็งองคชาต และมะเร็งบริเวณช่องปากลำคอ อีกทั้งการฉีดในทั้งเด็กหญิงและเด็กชายยังช่วยลดการแพร่กระจายของเชื้อในระดับประชากรได้
ควรฉีดวัคซีน HPV เมื่อไรจึงดีที่สุด
ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการฉีดวัคซีน HPV คือก่อนมีโอกาสสัมผัสเชื้อ HPV ครั้งแรก เพราะวัคซีนทำงานได้ดีที่สุดเมื่อร่างกายยังไม่เคยติดเชื้อสายพันธุ์นั้นมาก่อน
CDC แนะนำให้ฉีดวัคซีน HPV เป็นประจำในเด็กอายุ 11–12 ปี และสามารถเริ่มได้ตั้งแต่อายุ 9 ปี โดยในวัยนี้ระบบภูมิคุ้มกันตอบสนองต่อวัคซีนได้ดี และมักต้องใช้จำนวนเข็มน้อยกว่าผู้ที่เริ่มฉีดเมื่ออายุมากขึ้น ([CDC][5])
ACOG ก็ให้แนวทางสอดคล้องกันว่า วัคซีน HPV เหมาะที่สุดเมื่อฉีดในช่วงวัยรุ่นตอนต้น เพราะมีประสิทธิภาพสูงสุดก่อนมีการสัมผัสเชื้อ HPV จากกิจกรรมทางเพศ และแพทย์ควรแนะนำวัคซีนนี้อย่างชัดเจนแก่ผู้ที่เข้าเกณฑ์
ต้องฉีดกี่เข็ม
จำนวนเข็มขึ้นกับอายุที่เริ่มฉีดและภาวะภูมิคุ้มกันของผู้รับวัคซีน
ถ้าเริ่มฉีดก่อนอายุ 15 ปี โดยทั่วไปใช้ 2 เข็ม โดยเข็มที่สองมักห่างจากเข็มแรกประมาณ 6–12 เดือน หากเว้นระยะสั้นเกินไปอาจต้องมีเข็มเพิ่มเติมตามเกณฑ์ของวัคซีนและคำแนะนำแพทย์
ถ้าเริ่มฉีดตั้งแต่อายุ 15 ปีขึ้นไป หรือเป็นผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ โดยทั่วไปใช้ 3 เข็ม ในตารางประมาณเดือนที่ 0, เดือนที่ 1–2 และเดือนที่ 6 CDC ระบุว่า 3 เข็มแนะนำสำหรับผู้ที่เริ่มชุดวัคซีนเมื่ออายุ 15–26 ปี และสำหรับผู้มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง
ในบางประเทศหรือบางแนวทางของ WHO มีคำแนะนำเรื่องตารางวัคซีนแบบ 1 หรือ 2 เข็มสำหรับบางช่วงอายุและบางบริบท สาธารณสุข แต่การเลือกใช้จริงควรยึดแนวทางของประเทศ ชนิดวัคซีนที่ใช้ และคำแนะนำของแพทย์ในสถานพยาบาลนั้นเป็นหลัก WHO position paper ปี 2022 ระบุถึงคำแนะนำที่ปรับปรุงใหม่เกี่ยวกับ HPV vaccine schedule รวมถึงการใช้ตารางเข็มที่น้อยลงในบางกลุ่มประชากร
ผู้หญิงควรฉีด HPV vaccine ทุกคนไหม
ผู้หญิงในวัยที่เข้าเกณฑ์ควรได้รับคำแนะนำเรื่องวัคซีน HPV อย่างจริงจัง เพราะ HPV ความเสี่ยงสูงเป็นสาเหตุสำคัญของมะเร็งปากมดลูก และมะเร็งปากมดลูกเป็นโรคที่สามารถป้องกันได้มากกว่าที่หลายคนคิด หากมีทั้งการฉีดวัคซีนและการตรวจคัดกรองที่เหมาะสม
เด็กหญิงและหญิงวัยรุ่นควรได้รับวัคซีนในช่วงที่แนะนำ ส่วนหญิงอายุถึง 26 ปีที่ยังไม่ได้ฉีดหรือฉีดไม่ครบ ควรได้รับการฉีดตามแนวทาง catch-up vaccination ของ CDC และ ACIP
สำหรับผู้หญิงอายุ 27–45 ปี การฉีดไม่ได้แนะนำแบบ routine สำหรับทุกคน แต่สามารถพิจารณาแบบรายบุคคลร่วมกับแพทย์ได้ โดยเฉพาะผู้ที่ยังไม่เคยฉีดวัคซีนมาก่อน มีโอกาสมีคู่นอนใหม่ในอนาคต หรือมีความเสี่ยงต่อการได้รับ HPV สายพันธุ์ใหม่ ACIP ระบุว่าการฉีดในผู้ใหญ่อายุ 27–45 ปีควรใช้แนวทาง shared clinical decision-making เพราะประโยชน์ในระดับประชากรโดยรวมลดลงเมื่อเทียบกับการฉีดในวัยรุ่น แต่บางคนยังอาจได้ประโยชน์เป็นรายบุคคล
ผู้ชายควรฉีด HPV vaccine ไหม
ควรฉีดเช่นกัน หากอยู่ในช่วงอายุที่เข้าเกณฑ์ เพราะ HPV ไม่ใช่โรคของผู้หญิงเท่านั้น ผู้ชายสามารถติดเชื้อ HPV แพร่เชื้อ และเกิดโรคที่เกี่ยวข้องกับ HPV ได้ เช่น หูดหงอนไก่ มะเร็งทวารหนัก มะเร็งองคชาต และมะเร็งช่องปากลำคอ
การฉีดวัคซีนในเด็กชายและผู้ชายวัยรุ่นจึงมีประโยชน์ทั้งต่อตัวผู้รับวัคซีนเองและต่อการลดการแพร่เชื้อในสังคม แนวทางของ CDC แนะนำ HPV vaccination สำหรับเด็กทุกเพศในวัย 11–12 ปี โดยสามารถเริ่มได้ตั้งแต่อายุ 9 ปี
เคยมีเพศสัมพันธ์แล้ว ยังฉีดได้ไหม
ฉีดได้ หากยังอยู่ในช่วงอายุที่เข้าเกณฑ์หรืออยู่ในกลุ่มที่แพทย์พิจารณาว่าอาจได้ประโยชน์
หลายคนเข้าใจผิดว่า หากเคยมีเพศสัมพันธ์แล้ว วัคซีนไม่มีประโยชน์เลย ความจริงคือแม้เคยมีเพศสัมพันธ์แล้ว ก็ไม่ได้หมายความว่าเคยติด HPV ครบทุกสายพันธุ์ที่วัคซีนป้องกัน วัคซีนอาจยังช่วยป้องกันสายพันธุ์ที่ยังไม่เคยได้รับได้ แต่ประโยชน์โดยรวมมักน้อยกว่าการฉีดก่อนเริ่มมีความเสี่ยง
ประเด็นที่ต้องสื่อให้ชัดคือ วัคซีน HPV ไม่จำเป็นต้องตรวจ HPV ก่อนฉีดในคนทั่วไป เพราะผลตรวจ HPV บอกเพียงการติดเชื้อในช่วงเวลานั้นและบางตำแหน่ง ไม่ได้บอกว่าร่างกายเคยสัมผัสหรือมีภูมิครบทุกสายพันธุ์ที่วัคซีนครอบคลุม การตัดสินใจฉีดในผู้ใหญ่ควรพิจารณาจากอายุ ประวัติวัคซีน ความเสี่ยงในอนาคต และการพูดคุยกับแพทย์
อายุเกิน 26 ปี ฉีดได้ไหม
อายุ 27–45 ปีสามารถพูดคุยกับแพทย์เพื่อพิจารณาได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกคนจำเป็นต้องฉีด
เหตุผลคือ คนในวัยนี้จำนวนมากอาจเคยสัมผัส HPV แล้ว และบางคนอยู่ในความสัมพันธ์ระยะยาวแบบคู่เดียวที่มีโอกาสรับเชื้อสายพันธุ์ใหม่ค่อนข้างต่ำ ประโยชน์จากวัคซีนจึงแตกต่างกันมากในแต่ละคน ACIP จึงใช้แนวทาง shared clinical decision-making สำหรับอายุ 27–45 ปี ไม่ใช่คำแนะนำแบบฉีดทุกคน
สำหรับผู้ที่อายุมากกว่า 45 ปี วัคซีน HPV โดยทั่วไปไม่ได้อยู่ในคำแนะนำมาตรฐานและไม่ได้มีข้อบ่งชี้กว้างเหมือนช่วงอายุที่น้อยกว่า การตัดสินใจควรปรึกษาแพทย์เป็นรายกรณีตามข้อกำหนดของวัคซีนที่มีใช้ในประเทศนั้น
ตั้งครรภ์ ฉีดวัคซีน HPV ได้ไหม
โดยทั่วไปไม่แนะนำให้ฉีดวัคซีน HPV ระหว่างตั้งครรภ์ หากเริ่มชุดวัคซีนไปแล้วและพบว่าตั้งครรภ์ มักเลื่อนเข็มที่เหลือออกไปหลังคลอด โดยไม่จำเป็นต้องเริ่มชุดวัคซีนใหม่ทั้งหมด ส่วนผู้ที่ได้รับวัคซีนโดยไม่ทราบว่าตั้งครรภ์ ไม่ควรตื่นตระหนก แต่ควรแจ้งแพทย์ผู้ดูแลเพื่อรับคำแนะนำที่เหมาะสม
ACOG ระบุว่า HPV vaccine ไม่แนะนำให้ใช้ระหว่างตั้งครรภ์ แม้ข้อมูลที่มีไม่ได้แสดงสัญญาณอันตรายสำคัญต่อมารดาหรือทารกจากการได้รับโดยไม่ตั้งใจ และวัคซีนไม่มีไวรัสมีชีวิต จึงไม่ใช่วัคซีนที่ทำให้เกิดการติดเชื้อ ([ACOG][11])
ให้นมบุตร ฉีดได้ไหม
โดยทั่วไปการให้นมบุตรไม่ใช่ข้อห้ามหลักของการฉีดวัคซีน HPV แต่ควรให้แพทย์ประเมินสุขภาพโดยรวม ประวัติวัคซีน และช่วงเวลาที่เหมาะสม โดยเฉพาะหากเพิ่งคลอด มีโรคประจำตัว หรือมีการรักษาอื่นร่วมด้วย
ฉีดวัคซีน HPV แล้ว ยังต้องตรวจ Pap smear หรือ HPV test ไหม
ยังต้องตรวจ วัคซีน HPV ลดความเสี่ยงได้มาก แต่ไม่ได้ป้องกัน HPV ทุกสายพันธุ์ทั้งหมด และบางคนอาจได้รับวัคซีนหลังเคยสัมผัสเชื้อแล้ว ดังนั้นผู้หญิงที่ถึงวัยตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกยังต้องตรวจ Pap smear หรือ HPV test ตามคำแนะนำของแพทย์
นี่เป็นจุดที่สำคัญมาก เพราะการป้องกันมะเร็งปากมดลูกที่ดีที่สุดไม่ใช่เลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง แต่เป็นการใช้ทั้งวัคซีนและการตรวจคัดกรองให้เหมาะกับช่วงอายุ วัคซีนช่วยลดความเสี่ยงตั้งแต่ต้นทาง ส่วน Pap smear และ HPV test ช่วยค้นหาความผิดปกติหรือความเสี่ยงที่ยังอาจเกิดขึ้นได้แม้ฉีดวัคซีนแล้ว
วัคซีน HPV ปลอดภัยไหม
วัคซีน HPV ถูกใช้ในหลายประเทศมาเป็นเวลานานและมีข้อมูลความปลอดภัยจำนวนมาก อาการข้างเคียงที่พบได้บ่อยมักเป็นอาการไม่รุนแรง เช่น เจ็บ บวม หรือแดงบริเวณที่ฉีด อ่อนเพลีย ปวดศีรษะ หรือมีไข้ต่ำ ๆ บางคนอาจเวียนศีรษะหรือเป็นลมหลังฉีดวัคซีนได้ จึงมักแนะนำให้นั่งพักสังเกตอาการหลังฉีดช่วงสั้น ๆ
วัคซีน HPV ไม่มีไวรัสมีชีวิตและไม่มี DNA ของไวรัส จึงไม่สามารถทำให้เกิด HPV infection หรือทำให้เกิดมะเร็งจาก HPV ได้ WHO ระบุว่าวัคซีนไม่ได้มีไวรัสมีชีวิตหรือ DNA ของไวรัส และไม่สามารถก่อมะเร็งหรือโรคที่เกี่ยวข้องกับ HPV ได้ ([World Health Organization][2])
ใครบ้างที่ควรปรึกษาแพทย์ก่อนฉีด
ผู้ที่เคยแพ้วัคซีนรุนแรง แพ้ส่วนประกอบของวัคซีน มีภูมิคุ้มกันต่ำ ตั้งครรภ์ หรือมีโรคประจำตัวที่ต้องใช้ยากดภูมิคุ้มกัน ควรปรึกษาแพทย์ก่อนฉีดเพื่อวางแผนให้เหมาะสม
ผู้ที่เคยติด HPV หรือเคยมีผล Pap smear ผิดปกติ ก็ยังควรปรึกษาแพทย์ เพราะต้องแยกเรื่องการฉีดวัคซีนออกจากการติดตามผลตรวจปากมดลูก การฉีดวัคซีนไม่สามารถแทนการส่องกล้องปากมดลูก การตัดชิ้นเนื้อ หรือการติดตามรอยโรคที่แพทย์เคยแนะนำไว้ได้
ถ้าฉีดไม่ครบหรือเลยกำหนด ต้องเริ่มใหม่ไหม
โดยทั่วไป หากฉีดวัคซีน HPV ไม่ครบหรือเลยกำหนดนัด ไม่จำเป็นต้องเริ่มใหม่ทั้งหมด ควรกลับมารับเข็มที่เหลือต่อให้ครบตามคำแนะนำของแพทย์ การเว้นช่วงนานกว่ากำหนดมักไม่ใช่เหตุผลให้เริ่มต้นใหม่ แต่ควรให้ทีมแพทย์ตรวจดูว่าตารางเดิมเริ่มเมื่อไร อายุขณะเริ่มฉีดเท่าไร และยังต้องได้กี่เข็มจึงครบชุด
วัคซีน HPV กับการตรวจคัดกรอง ต่างกันอย่างไร
วัคซีน HPV เป็นการป้องกันก่อนเกิดการติดเชื้อใหม่หรือก่อนเกิดโรคในอนาคต ส่วน Pap smear และ HPV test เป็นการตรวจคัดกรองเพื่อค้นหาความเสี่ยงหรือความผิดปกติของปากมดลูกในปัจจุบัน
Pap smear ตรวจดูว่าเซลล์ปากมดลูกมีความผิดปกติหรือไม่ HPV test ตรวจหาเชื้อ HPV ความเสี่ยงสูงที่สัมพันธ์กับมะเร็งปากมดลูก ส่วนวัคซีน HPV ช่วยฝึกภูมิคุ้มกันให้ป้องกันเชื้อ HPV สายพันธุ์ที่วัคซีนครอบคลุมหากได้รับเชื้อในอนาคต
ดังนั้นการฉีดวัคซีนและการตรวจคัดกรองไม่ใช่สิ่งที่แทนกัน แต่เป็นสองส่วนของการป้องกันมะเร็งปากมดลูกที่ควรทำร่วมกันตามช่วงอายุและความเสี่ยงของแต่ละคน
คำถามที่พบบ่อย
- วัคซีน HPV ควรฉีดอายุเท่าไร
ช่วงที่เหมาะที่สุดคือวัย 11–12 ปี และสามารถเริ่มได้ตั้งแต่อายุ 9 ปี ตามคำแนะนำของ CDC สำหรับผู้ที่ยังไม่ได้ฉีด สามารถฉีดชดเชยได้ถึงอายุ 26 ปี ส่วนอายุ 27–45 ปีควรพิจารณาร่วมกับแพทย์เป็นรายบุคคล - ผู้ชายต้องฉีดวัคซีน HPV ไหม
ควรฉีดหากอยู่ในช่วงอายุที่เข้าเกณฑ์ เพราะ HPV ทำให้เกิดโรคในผู้ชายได้ เช่น หูดหงอนไก่ มะเร็งทวารหนัก มะเร็งองคชาต และมะเร็งช่องปากลำคอ อีกทั้งการฉีดในผู้ชายยังช่วยลดการแพร่เชื้อในภาพรวมด้วย - เคยมีเพศสัมพันธ์แล้ว ฉีดวัคซีน HPV ยังมีประโยชน์ไหม
ยังอาจมีประโยชน์ โดยเฉพาะถ้ายังไม่เคยได้รับ HPV ทุกสายพันธุ์ที่วัคซีนครอบคลุม แต่ประโยชน์มักมากที่สุดเมื่อฉีดก่อนสัมผัสเชื้อ HPV ครั้งแรก จึงควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินตามอายุและความเสี่ยงส่วนบุคคล - ต้องตรวจ HPV ก่อนฉีดวัคซีนไหม
โดยทั่วไปไม่จำเป็นต้องตรวจ HPV ก่อนฉีดวัคซีนในคนทั่วไป เพราะวัคซีนไม่ได้รักษาเชื้อเดิม แต่ช่วยป้องกันเชื้อสายพันธุ์ที่ยังไม่เคยได้รับ การตรวจ HPV จึงไม่ได้ใช้เป็นเงื่อนไขหลักว่าควรฉีดหรือไม่ - ฉีดวัคซีน HPV แล้วต้องตรวจ Pap smear อีกไหม
ยังต้องตรวจ Pap smear หรือ HPV test ตามช่วงอายุและคำแนะนำแพทย์ เพราะวัคซีนไม่ได้ครอบคลุม HPV ทุกสายพันธุ์ และไม่ได้รักษาความผิดปกติที่เกิดขึ้นก่อนฉีดวัคซีน - วัคซีน HPV รักษาหูดหงอนไก่หรือ HPV ที่เป็นอยู่ได้ไหม
ไม่ได้ วัคซีน HPV ใช้เพื่อป้องกันการติดเชื้อใหม่และโรคที่อาจเกิดในอนาคต ไม่ใช่การรักษาหูดหงอนไก่ การติดเชื้อ HPV เดิม หรือเซลล์ปากมดลูกผิดปกติที่เกิดขึ้นแล้ว - ตั้งครรภ์อยู่ ฉีดวัคซีน HPV ได้ไหม
โดยทั่วไปไม่แนะนำให้ฉีดระหว่างตั้งครรภ์ หากเริ่มฉีดไปแล้วและพบว่าตั้งครรภ์ ควรเลื่อนเข็มที่เหลือไปหลังคลอดและปรึกษาแพทย์ ไม่จำเป็นต้องเริ่มชุดใหม่ทั้งหมดในหลายกรณี ([ACOG][11])
วัคซีน HPV ไม่ใช่วัคซีนเฉพาะผู้หญิง ผู้ชายก็ควรได้รับวัคซีนหากอยู่ในช่วงอายุที่เหมาะสม เพราะ HPV เกี่ยวข้องกับโรคในหลายอวัยวะทั้งในผู้หญิงและผู้ชาย
สิ่งสำคัญคือ วัคซีน HPV ป้องกันได้ แต่ไม่รักษาเชื้อที่มีอยู่แล้ว และไม่แทนการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก ผู้หญิงที่ถึงวัยตรวจยังควรตรวจ Pap smear หรือ HPV test ตามคำแนะนำแพทย์ต่อไป
การฉีดวัคซีนเร็ว ตรวจคัดกรองสม่ำเสมอ และติดตามผลผิดปกติอย่างต่อเนื่อง คือแนวทางที่ช่วยลดความเสี่ยงของโรคจาก HPV ได้ดีที่สุด
สอบถามข้อมูลและนัดหมาย
โรงพยาบาลเซเปี้ยนซ์ Move Better : Live Better
โทร. 02-111-3703
เอกสารอ้างอิงทางวิชาการ
Centers for Disease Control and Prevention. HPV Vaccination Recommendations.Updated 2024.
Meites E, Szilagyi PG, Chesson HW, et al. Human Papillomavirus Vaccination for Adults: Updated Recommendations of the Advisory Committee on Immunization Practices. MMWR Morbidity and Mortality Weekly Report. 2019.
World Health Organization. **Human papillomavirus vaccines: WHO position paper.2022.
American College of Obstetricians and Gynecologists. Human Papillomavirus Vaccination. ACOG Committee Opinion. 2020.
World Health Organization. Human papillomavirus and cancer. Updated 2024.
Centers for Disease Control and Prevention. Cancers Caused by HPV.Updated 2025.
บทความที่เกี่ยวข้อง
อาการปวดท้องน้อยเรื้อรัง: อาการปวดจาก Chocolate Cyst ช็อกโกแลตซีสต์ คุณผู้หญิงที่มีอาการปวดท้อง ปวดท้องอย่างไร สังเกตตนเองง่ายๆ เพื่อการรักษา ระวังป้องกัน
13 ก.ค. 2025
Pap smear และ HPV test เป็นการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกที่สำคัญ Pap smear ตรวจหาเซลล์ปากมดลูกผิดปกติ ส่วน HPV test ตรวจหาเชื้อ HPV ความเสี่ยงสูงที่เป็นสาเหตุหลักของมะเร็งปากมดลูก เรียนรู้ความแตกต่าง อายุที่ควรตรวจ และควรตรวจบ่อยแค่ไหน
10 ก.ค. 2026
เจ็บเต้านม คลำได้ก้อน อย่าเพิ่งตกใจ แต่ไม่ควรปล่อยผ่านอาการเจ็บเต้านมหรือคลำได้ก้อน เป็นหนึ่งในอาการที่ทำให้ผู้หญิงจำนวนมากกังวลทันทีว่า “จะเป็นมะเร็งเต้านมหรือเปล่า”
9 ก.ค. 2026


