แชร์

ปวดอุ้งเชิงกรานเรื้อรัง (Chronic Pelvic Pain): ตรวจทุกอย่างแล้วปกติ...แต่ทำไมยังปวดไม่หาย?

อัพเดทล่าสุด: 2 ก.ค. 2026
เชิงกราน, ปวดเรื้องรัง, ปวดท้อง, เซเปี้ยนซ์, sapiens
ปวดอุ้งเชิงกรานเรื้อรัง (Chronic Pelvic Pain): ตรวจทุกอย่างแล้วปกติ...แต่ทำไมยังปวดไม่หาย?

“เมื่อผลตรวจปกติ แต่ความปวดยังคงอยู่”
เรื่องราวที่พบได้บ่อยในผู้ป่วยอาการปวดอุ้งเชิงกรานเรื้อรัง (Chronic Pelvic Pain; CPP) มักมาในรูปแบบของผลตรวจทางห้องปฏิบัติการหรือรังสีวิทยาที่ดูปกติ แต่คนไข้ต้องทนทุกข์ทรมานเป็นเวลานาน ยกตัวอย่างเช่น:
  • ผู้หญิงวัย 40 กว่าปีรายหนึ่ง: มีอาการปวดอุ้งเชิงกรานเรื้อรังมานานกว่า 10 ปี มีอาการปวดแสบปวดร้อนในช่องคลอด ปวดขณะปัสสาวะ ปวดเวลาอุจจาระ ไม่สามารถยืนหรือเดินได้นานโดยไม่มีอาการปวดมากขึ้น ผ่านการตรวจภายใน อัลตราซาวนด์ และ MRI แต่ไม่พบสาเหตุที่ชัดเจน
  • ผู้ชายวัยกลางคนอีกรายหนึ่ง: มีอาการปวดอุ้งเชิงกราน ปัสสาวะบ่อย และได้รับการรักษาในฐานะต่อมลูกหมากอักเสบเรื้อรังมาหลายปี ทว่าผลตรวจหลายอย่างกลับปกติ
โรคที่พบบ่อยกว่าที่หลายคนคิด
องค์การอนามัยโลก (WHO) จัดให้อาการปวดอุ้งเชิงกรานเรื้อรังเป็นหนึ่งในปัญหาสุขภาพที่สำคัญ แต่ได้รับความสนใจน้อยกว่าที่ควร
  • ในผู้หญิง: มีการศึกษาพบว่าผู้หญิงประมาณ 15-25% เคยมีอาการปวดอุ้งเชิงกรานเรื้อรังในช่วงใดช่วงหนึ่งของชีวิต
  • ในผู้ชาย: แม้จะถูกกล่าวถึงน้อยกว่า แต่สามารถพบภาวะปวดอุ้งเชิงกรานเรื้อรังได้เช่นกัน โดยอาจมีอาการปวดฝีเย็บ ปวดอัณฑะ ปวดขณะหลั่งน้ำอสุจิ หรือมีอาการคล้ายต่อมลูกหมากอักเสบเรื้อรัง
อาการเหล่านี้ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อการทำงาน การนอนหลับ การออกกำลังกาย ชีวิตคู่ และสุขภาพจิตของผู้ป่วย

Q&A: ทำไมตรวจทุกอย่างแล้วปกติ แต่ยังปวด?
หลายคนเชื่อว่าหากผล MRI หรือผลตรวจต่าง ๆ ปกติ แสดงว่าไม่น่าจะมีความผิดปกติที่สำคัญ แต่ในความเป็นจริง อาการปวดอุ้งเชิงกรานเรื้อรังไม่ได้เกิดจากความผิดปกติของอวัยวะเพียงอย่างเดียว ความปวดสามารถเกิดขึ้นได้จากหลายระบบร่วมกัน:
  • อวัยวะภายในอุ้งเชิงกราน
  • กล้ามเนื้ออุ้งเชิงกราน
  • เส้นประสาท และรากประสาท
  • ระบบประสาทอัตโนมัติ
  • ระบบประมวลผลความปวดในสมองและไขสันหลัง

ดังนั้น ผลตรวจที่ปกติไม่ได้แปลว่าอาการปวดของผู้ป่วยไม่ใช่เรื่องจริง คำตอบมักซ่อนอยู่ในรายละเอียดของอาการ การตรวจร่างกาย และการทำงานของระบบประสาทที่การตรวจทั่วไปมองไม่เห็น

เมื่ออวัยวะต่าง ๆ ในอุ้งเชิงกรานเริ่มส่งผลต่อกัน
อวัยวะภายในอุ้งเชิงกราน (กระเพาะปัสสาวะ ลำไส้ มดลูก ช่องคลอด ต่อมลูกหมาก กล้ามเนื้อ และระบบประสาท) ล้วนเชื่อมโยงกันผ่านเครือข่ายกระแสประสาท เมื่ออวัยวะใดอวัยวะหนึ่งส่งสัญญาณความปวดเป็นเวลานาน ระบบประสาทอาจไวต่อความปวดมากขึ้นและเริ่มส่งผลต่ออวัยวะข้างเคียง

นี่คือเหตุผลว่าทำไมผู้ป่วยบางคนจึงมีอาการหลายอย่างเกิดขึ้นพร้อมกัน เช่น ปวดท้องน้อย ปวดขณะปัสสาวะ ปวดเวลาอุจจาระ ปวดขณะมีเพศสัมพันธ์ หรือปวดฝีเย็บ แม้ว่าการตรวจอวัยวะแต่ละส่วนจะไม่พบความผิดปกติที่รุนแรงก็ตาม

หากปล่อยทิ้งไว้หลายปี ระบบประสาทจะเกิดการเปลี่ยนแปลงจนเกิดภาวะ Central Sensitization (ระบบประมวลผลความปวดในสมองและไขสันหลังตอบสนองต่อสิ่งกระตุ้นมากกว่าปกติ) ทำให้ผู้ป่วยยังคงมีอาการปวด แม้ว่าความผิดปกติของอวัยวะต้นเหตุจะลดลงหรือได้รับการรักษาไปแล้ว

ภาวะกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานทำงานผิดปกติ (Pelvic Floor Dysfunction)
กล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานเป็นอีกหนึ่งแหล่งกำเนิดของความปวดที่มักถูกมองข้าม ผู้ป่วยอาจมีอาการปวดท้องน้อย ปวดฝีเย็บ ปวดขณะปัสสาวะ ถ่ายอุจจาระ หรือปวดขณะมีเพศสัมพันธ์ร่วมด้วย

อย่างไรก็ตาม ในทางคลินิก Pelvic Floor Dysfunction อาจไม่ได้เป็นสาเหตุหลักเสมอไป แต่อาจเป็นผลตามมาของการหดเกร็งเนื่องจากความปวดเรื้อรังจากอวัยวะภายในหรือระบบประสาทอื่น ๆ เช่น Endometriosis, Bladder Pain Syndrome, Pudendal Neuralgia หรือ Chronic Pelvic Pain Syndrome ในผู้ชาย การทำกายภาพบำบัดเฉพาะทางเพื่อคลายกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกราน (Pelvic Floor Relaxation Therapy) จึงมีบทบาทสำคัญ แต่ต้องรักษาสาเหตุอื่นควบคู่ไปด้วย

อาการคล้ายกัน แต่ต้นเหตุอาจไม่เหมือนกัน
อาการปวดอุ้งเชิงกรานเรื้อรังไม่ใช่โรค แต่เป็นกลุ่มอาการ (Syndrome) ที่เกิดได้จากหลากหลายสาเหตุ:

  • เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ (Endometriosis): สาเหตุสำคัญในผู้หญิง มักปวดประจำเดือนรุนแรง ปวดท้องน้อยเรื้อรัง หรือปวดขณะมีเพศสัมพันธ์ โดยความรุนแรงของอาการปวดไม่ได้สัมพันธ์กับขนาดของรอยโรคเสมอไป
  • ภาวะหลอดเลือดดำอุ้งเชิงกรานโปงพอง (Pelvic Congestion Syndrome): เกิดจากการคั่งของเลือดในหลอดเลือดดำบริเวณอุ้งเชิงกราน (คล้ายเส้นเลือดขอด) มักพบในผู้หญิงที่เคยตั้งครรภ์หลายครั้ง อาการจะปวดหน่วงท้องน้อย ปวดมากขึ้นเมื่อยืนนาน ปวดมากช่วงเย็น หรือปวดหลังมีเพศสัมพันธ์ สามารถรักษาได้ด้วยการอุดหลอดเลือดดำที่ผิดปกติ (Pelvic Vein Embolization)
  • ภาวะปวดกระเพาะปัสสาวะเรื้อรัง (Bladder Pain Syndrome / Interstitial Cystitis): มีอาการปวดท้องน้อย ปวดหรือแสบเวลาปัสสาวะ และปัสสาวะบ่อย แต่ผลตรวจไม่พบการติดเชื้อ
  • ภาวะปวดอุ้งเชิงกรานเรื้อรังในผู้ชาย (CP/CPPS): มักถูกวินิจฉัยว่าเป็น "ต่อมลูกหมากอักเสบเรื้อรัง" แต่ตรวจไม่พบการติดเชื้อ ปัจจุบันเชื่อว่าเกี่ยวข้องกับกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกราน ระบบประสาทส่วนปลาย และระบบประสาทอัตโนมัติมากกว่าการติดเชื้อ
  • Pudendal Neuralgia: การระคายเคืองหรือกดทับของเส้นประสาท Pudendal (เช่น บริเวณ Alcock's Canal) ที่รับความรู้สึกจากฝีเย็บ อวัยวะเพศ และรอบทวารหนัก ผู้ป่วยจะมีอาการปวดเวลานั่ง หรือปวดแสบร้อนบริเวณดังกล่าว
เส้นประสาทส่วนปลาย: อีกหนึ่งสาเหตุที่มักถูกมองข้าม
นอกจากเส้นประสาท Pudendal แล้ว ยังมีเส้นประสาทส่วนปลายสำคัญอีกหลายเส้นที่รับความรู้สึกบริเวณอุ้งเชิงกราน ขาหนีบ และอวัยวะเพศ ได้แก่:
  • Ilioinguinal Nerve
  • Iliohypogastric Nerve
  • Genitofemoral Nerve
เมื่อเส้นประสาทเหล่านี้ระคายเคือง ถูกกดทับ หรือบาดเจ็บ (มักพบหลังการผ่าตัด เช่น ผ่าตัดไส้เลื่อน ผ่าตัดคลอด ผ่าตัดมดลูก) ผู้ป่วยจะมีอาการปวดขาหนีบ ปวดหัวหน่าว ปวดอวัยวะเพศ ปวดต้นขาด้านใน หรือปวดแสบร้อนคล้ายไฟช็อต ความท้าทายคือ ผลตรวจเลือด อัลตราซาวนด์ หรือ MRI ของผู้ป่วยกลุ่มนี้มักจะปกติทั้งหมด ทำให้ต้นเหตุจากเส้นประสาทถูกมองข้ามได้ง่าย

แนวทางการรักษาในผู้ป่วยที่อาการยังไม่ดีขึ้น
เมื่อการรักษาด้วยยาและกายภาพบำบัดยังไม่เพียงพอ หัตถการด้านความปวด (Interventional Pain Management) จะเข้ามามีบทบาทสำคัญ ซึ่งเป็นทั้งการวินิจฉัยและการรักษาไปพร้อมกัน (Diagnostic Block):

เมื่อสงสัยระบบ/เส้นประสาทที่เป็นต้นเหตุ แนวทางการทำหัตถการเฉพาะจุด
เส้นประสาท Pudendal การฉีดยาชาบริเวณเส้นประสาท Pudendal ภายใต้การนำทางด้วยอัลตราซาวนด์
เส้นประสาทบริเวณขาหนีบ/อวัยวะเพศ การฉีดยาบล็อกเส้นประสาท Ilioinguinal, Iliohypogastric หรือ Genitofemoral Nerve
ระบบประสาทอัตโนมัติ (Sympathetic)
(มีอาการปวดหลายระบบร่วมกัน ปวดทั้งสองข้าง ไม่ตรงกับเส้นประสาทเส้นใดเส้นหนึ่ง)
การทำ Superior Hypogastric Plexus Block หรือ Ganglion Impar Block ซึ่งพบว่าช่วยให้ผู้ป่วยที่ปวดเรื้อรังมาหลายปีมีอาการดีขึ้นได้อย่างชัดเจน

เทคโนโลยี Neuromodulation
สำหรับผู้ป่วยกลุ่มพิเศษที่อาการรุนแรงและดื้อต่อการรักษาแบบทั่วไป ปัจจุบันมีเทคโนโลยีการปรับสัญญาณประสาทด้วยกระแสไฟฟ้าขนาดเล็ก โดยไม่ทำลายเส้นประสาท:
  • Sacral Neuromodulation
  • Dorsal Root Ganglion Stimulation (DRG Stimulation)
บทสรุปและแนวทางปฏิบัติตัว (Q&A)
  • รักษาหายไหม? ขึ้นอยู่กับสาเหตุและระยะเวลา เป้าหมายหลักคือการลดความปวด ฟื้นฟูการใช้ชีวิต และช่วยให้กลับไปทำกิจกรรมที่ต้องการได้
  • ควรหยุดออกกำลังกายหรือไม่? ไม่แนะนำให้งดกิจกรรมทั้งหมด ควรปรับกิจกรรมหลีกเลี่ยงท่าที่กระตุ้นความปวด เช่น การนั่งนาน ๆ หรือการปั่นจักรยานที่มีแรงกดทับซ้ำ ๆ
  • ป้องกันได้หรือไม่? ป้องกันไม่ได้ทั้งหมดเนื่องจากสาเหตุซับซ้อน แต่การวินิจฉัยและรักษาตั้งแต่ระยะแรกช่วยลดโอกาสที่ความปวดจะกลายเป็นความปวดเรื้อรัง (Central Sensitization) ได้ หัวใจสำคัญคือการค้นหาให้พบว่า "ความปวดกำลังเกิดจากระบบใด"


บทความที่เกี่ยวข้อง
ล้มหัวฟาดพื้น ปวดคอ วิธีเช็กอาการเบื้องต้นและการรักษา
หากล้มหัวฟาดพื้นและปวดคอ ให้สังเกตอาการ เช่น ความเจ็บปวดที่รุนแรงหรือความชาบริเวณคอ ถ้ามีอาการเหล่านี้ ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อรับการรักษาที่เหมาะสม
28 พ.ค. 2025
ผู้ชายปวดหลังเพราะมีอาการหมอนรองกระดูกสันหลังปลิ้น
หมอนรองกระดูกสันหลังปลิ้นเป็นอาการที่พบได้บ่อยในคนทั่วไป แต่ไม่จำเป็นต้องเป็นอันตรายเสมอไป หากได้รับการรักษาที่เหมาะสม สามารถบรรเทาอาการและป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตได้
24 มี.ค. 2025
ปวดหลังไม่ควรมองข้าม
อาการปวดหลังบ่อยอาจเป็นมากกว่าแค่ความไม่สบายตัว รู้ไหมสาเหตุที่แท้จริง อาจบอกถึงปัญหาสุขภาพที่อาจเป็นเรื่องใหญ่และร้ายแรงกว่าที่คิดได้
3 ก.พ. 2025
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy