การรักษาความเจ็บปวด คือ การรักษา อาการปวดเรื้อรัง ที่ต้องอาศัยความร่วมมือ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์ของ แพทย์ หรือ ทีมแพทย์ ทั้งเรื่องของ การรักษาความเจ็บปวด วิสัญญีแพทย์ แพทย์ด้านกระดูกและเส้นประสาท ศัลยกรรมกระดูก เข้าด้วยกัน ตามแต่อาการ และเงื่อนไขของผู้ป่วย
โดยที่ การรักษาความเจ็บปวด ศาสตร์การแพทย์ใหม่ พร้อมนวัตกรรมการรักษา ที่มีความแพร่หลายในประเทศตะวันตกมานานแล้ว แต่ทางเอเชียยังไม่คุ้นเคยนัก เนื่องด้วยโรคอาการที่เป็นต่างกัน กฎหมายการแพทย์ต่างกัน เทคนิคการแพทย์ต่างกัน รวมทั้งวัตนธรรมที่ต่างกัน ตัวอย่างเช่น
สำหรับประเทศไทยนั้น แพทย์ที่เฉพาะทางด้านความเจ็บปวด มีจำนวนจำกัด โดยเป็นแพทย์ที่ศึกษาต่อยอดจากวิสัญญีแพทย์ (เพราะเชี่ยวชาญด้าน การดมยา และการบล็อกเส้นประสาทก่อนการผ่าตัดต่างๆอยู่แล้ว) หลังจากเรียนรู้แล้ว แพทย์ด้านความเจ็บปวด จึงสามารถใช้เทคนิคการรักษา ด้วย สเตียรอยด์ หรือ คลื่นความถี่วิทยุ หรือ เครื่องกระตุ้นไฟฟ้าที่กระดูกสันหลัง หรือ ร่วมมือกับแพทย์ศัลยกรรมกระดูกเพื่อผ่าตัดกระดูกด้วยการส่องกล้อง แผลเล็ก เจ็บน้อย ฟื้นตัวได้เร็ว
เนื่องจากเป็นนวัตกรรมการรักษาแบบใหม่ ทำให้ ผู้ป่วยหลายรายที่คุ้นเคยกับการพบ แพทย์อายุรกรรมก่อน (ที่ยังไม่คุ้นเคยกับศาสตร์การรักษาความเจ็บปวด) แพทย์อาจจะให้คำแนะนำ ให้ "ทน" หรือ "ทนไม่ไหว ก็ผ่าตัด" ทั้งๆที่ ศาสตร์การรักษาความเจ็บปวดนั้น เป็นทางเลือกกึ่งกลาง "ไม่ต้องทน แต่ไม่ถึงขั้นผ่าตัด" (เป็นเพียงหัตถการเล็ก)
ในขณะเดียวกัน วิสัญญีแพทย์ ที่มีความรู้ความสามารถด้านการรักษาความเจ็บปวด กลายเป็นแพทย์ที่ผู้ป่วยจะได้พบก็ต่อเมื่อบล็อกหลังก่อนผ่าตัด หรือ ปรึกษาเพื่อบรรเทาอาการปวดจากมะเร็งเท่านั้น
ดังนั้น รพ.เซเปี้ยนซ์ จึงนำเสนอกรรมวิธีการรักษาที่ให้ ผู้ป่วยสามารถปรึกษาแพทย์ด้านความเจ็บปวดได้ก่อน เป็นความคิดเห็นที่สอง หรือ ความคิดเห็นที่สาม เป็นทางเลือกตั้งแต่แรก ก่อนที่จะตัดสินใจผ่าตัด และได้รับรู้ถึงทางเลือกกึ่งกลางดังกล่าว
ในขณะเดียวกัน ผู้ป่วยที่มีอาการป่วย มักจะพึ่งพาตนเองได้ยาก และตัดสินใจการใช้ชีวิตตามข้อจำกัด เรียกร้องความสงสาร หรือ ตามใจตนเอง (เช่น ปวดหลัง เลยไม่อยากออกกำลังกาย, สนใจเรื่องกินยา แต่ไม่ได้สนใจเรื่องโภชนาการ) การรักษาความเจ็บปวด โดย รพ.เซเปี้ยนซ์ จึงเน้นไปที่ ความเข้าใจของผู้ป่วยและครอบครัว รวมทั้งสอนให้ดูแลทั้งการออกกำลังกายที่เหมาะสม โภชนาการ ที่ถูกต้อง เพื่อความสมดุลในการรักษาระยะยาว (ไม่ยอมให้ผู้ป่วยมองข้าม เรื่องเหล่านี้ โดยเอาความเจ็บปวดเป็นข้ออ้าง) เราคาดหวังว่า ผู้ป่วยหายดี โดยไม่ต้องกลับมารักษาอาการปวดอีก
รพ. เซเปี้ยนซ์ สามารถรักษาอาการป่วยทั่วไป (รวมถึง การตรวจสุขภาพ ตรวจอาการป่วยทั่วไป ผ่าตัดทั่วไป เช่น ผ่าตัดไส้ติ่ง หรือ ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่) และมีความเชี่ยวชาญการแพทย์ด้านรักษาความเจ็บปวด โดยทีมแพทย์ที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ วิสัญญีแพทย์ด้านความเจ็บปวด แพทย์ด้านกระดูก ศัลยศาสตร์กระดูก และเวชศาสตร์การกีฬา
การรักษาความเจ็บปวดที่เกี่ยวข้องกับ ความเจ็บปวดกระดูกสันหลัง ปวดคอ ปวดเส้นประสาทซับซ้อน หรือ แม้กระทั่งปวดทางเดินทางอาหาร ใน รพ. ที่มีขนาดใหญ่ หรือ มีหลายแผนก ผู้ป่วยจะพบว่า ต้องนัดหมายและส่งข้อมูลหลายทอด กว่าจะได้คำวินิจฉัยแพทย์ หรือ ได้รักษาอาการจริงๆ เช่น x-ray ก่อน แล้วไป ส่องกล้อง ได้ผลแล้ว นัดหมายหัตถการเดือนหน้า จากนั้น ตรวจอาการทั่วไปอีกที แล้วนัดหมายฟื้นฟูอีกแผนกหนึ่ง
หรือ บางครั้งที่แพทย์ที่เกี่ยวข้องหลายแผนก พูดไม่ตรงกัน (เช่น หยุดยาก่อน อีกคนบอกว่า ทานยาต่อเนื่องเลย)
ที่ รพ.เซเปี้ยนซ์ จุดเด่นของการเป็น รพ.ขนาดเล็ก แต่เพียบพร้อมด้วยแพทย์มากฝีมือ มากประสบการณ์ ความไว้ใจในทีมแพทย์จึงเป็นจุดเด่น ที่ทำให้การวินิจฉัย และแผนการรักษาครบในเวลาอันรวดเร็ว (อาจารย์หมอแต่ละท่าน เดินไปเคาะประตูอีกห้องคุยกัน ก็ร่วมวินิจฉัยได้ข้อสรุปแล้ว)
ทีมแพทย์ทุกท่าน จบจากมหาวิทยาลัยแพทย์ชื่อดังของประเทศ แต่ละท่าน ผ่านการศึกษาต่อเฉพาะด้านทั้งในประเทศ-ต่างประเทศ หรือ ได้ใบรับรองความรู้ทางการแพทย์เฉพาะทางจากต่างประเทศ ประสบการณ์มากกว่า 10 ปี และผ่านการทำงานใน รพ.ชั้นนำมาก่อนหน้านี้ (เช็คได้ที่หน้า ข้อมูลแพทย์ นัดหมายแพทย์)
ดังนั้น การรวมตัวของทีมแพทย์ นำโดย นพ.อาณัติ อุดมศักดิ์ และ พญ.นาตยา อุดมศักดิ์ จึงเป็นความร่วมมือบุกเบิก นวัตกรรมการแพทย์รูปแบบใหม่ ที่คล่องตัวกว่า สำหรับ รพ.เซเปี้ยนซ์ แห่งนี้
รพ.เซเปี้ยนซ์ ขึ้นทะเบียนผ่าน กระทรวงสาธารณสุข และผ่านมาตรฐานคุณภาพสถานยาบาลสากล โดย AACI สหรัฐอเมริกา
ที่ รพ.เซเปี้ยนซ์ เรานำเสนอแผนการรักษา ให้ท่านได้เลือกตัดสินใจ
ความละเอียดในการวินิจฉัยสาเหตุ และความเอาใจใส่ในการรักษาแบบองค์รวม ที่ตรงจุด และครอบคลุม เรื่องการออกกำลังกาย อาหาร และข้อตกลงความรู้แด่ครอบครัวของผู้ป่วย คือ นโยบายที่ เราอยากให้คนไข้หายดี ไม่ต้องกลับมาป่วยอีกครั้ง
การผ่าตัด อาจจะเป็นการรักษาที่ซับซ้อน ราคาสูง และเป็นรายได้ของโรงพยาบาลเรา แต่ เซเปี้ยนซื นำเสนอนโยบาย "ผ่าตัด คือ ทางเลือกสุดท้าย" เพื่อให้ผู้ป่วยมีทางเลือกการรักษาที่ประหยัดกว่า เสียงน้อยกว่า
สำหรับ รพ.อื่นๆ ที่ไม่ได้มีหน่วย การรักษาความเจ็บปวด โดยเฉพาะ หรือ มีคลินิคความเจ็บปวด สำหรับการบล็อกหลังเพื่อผ่าตัด และ การบรรเทาอาการมะเร็ง หรือ กว่าจะได้พบแพทย์ด้านความเจ็บปวดก็ผ่าตัดมาหลายครั้งแล้ว
สำหรับ รพ.เซเปี้ยนซ์ แล้ว การรักษาความเจ็บปวด คือ ทางเลือกอันดับต้นๆที่ ผู้ป่วยทุกท่าน มีสิทธิ์ที่จะเข้าถึงนวัตกรรมดังกล่าว โดยเป็นตรงกลางระหว่าง "ทน" กับ "ผ่าตัด" โดยเป็นหัตถการเล็กได้ ไม่ต้องทนปวดอีกต่อไป โดยที่ ผู้ป่วยสามารถตรวจกับ รพ.เซเปี้ยนซ์ เพื่อเป็นความคิดเห็นที่สอง ความคิดเห็นที่สาม ก่อนการตัดสินใจผ่าตัดก็ได้เช่นกัน อย่างน้อย ผู้ป่วยก็จะได้รับข้อมูลทางเลือกมากขึ้นเพื่อเปรียบเทียบ
แพทย์ทุกท่านที่ รพ.เซเปี้ยนซ์ เคยทำงาน ร่วมงานกับ ผู้ป่วยต่างประเทศ
ห้องพักผู้ป่วยใน ของ รพ.เซเปี้ยนซ์ (ทั้งสามขนาด) มีอุปกรณ์ที่รองรับทั้งการแพทย์ และความสะดวกเสมือนพักที่โรงแรม มีพยาบาลที่รองรับผู้ป่วยมุสลิม
อาหาร และเครื่องดื่ม รสชาติดี วัตถุดิบชั้นดี และบริการอาหารฮาลาลให้แก่ผู้ใช้บริการมุสลิม อาหารมังสวิรัติ และเงื่อนไขโภชนาการอื่นๆ
รวมทั้งมี บริการรถรับส่งสำหรับผู้ป่วยที่ต้องการความสะดวกมายัง รพ. และ รถพยาบาล สำหรับผู้ป่วยฉุกเฉิน
รพ.เซเปี้ยนซ์ จึงมีแผนการรักษาพร้อม สำหรับความเจ็บปวดทุกระดับ ทุกรูปแบบ
การรักษาความเจ็บปวด ด้วย สเตียรอยด์ คลื่นความถี่วิทยุ และอื่นๆ เป็นหัตถการขนาดเล็ก จึงมีความเสี่ยงน้อยกว่า การผ่าตัด เนื่องจาก
และใช้งบประมาณการรักษาน้อยกว่า
อย่างไรก็ดี ทุกอาการต้องผ่านการวินิจฉัยของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเสียก่อน เราเชื่อว่า ผู้ป่วยที่เข้ามารักษากับเราควรมีทางเลือกการรักษาที่ปลอดภัยที่สุด เสียงน้อยที่สุด แต่ก็มีผู้ป่วยบางรายที่แพทย์ลงความเห็นว่า การผ่าตัดเป็นการรักษาที่ดีที่สุดได้เช่นกัน โดยที่ รพ.เซเปี้ยนซ์ มีห้องผ่าตัดสองห้อง ที่ได้มาตรฐานความสะอาด ปลอดเชื้อ อุปกรณ์ทันสมัย ผ่าตัดแบบส่องกล้อง ให้แผลเล็ก และแม่นยำได้
ในขณะเดียวกัน การรักษาด้านความเจ็บปวด มีความเสี่ยงเล็กน้อย โดยที่ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ จะต้องวางแผนการรักษาฉีดสเตียรอยด์ให้ตรงจุด และคลื่นความถี่วิทยุให้ตรงจุด แล้วให้ผู้ป่วยใช้ชีวิต (พฤติกรรมการยืน เดิน นั่ง ออกกำลังกาย โภชนาการ) อย่างเหมาะสม หากมีอาการเจ็บปวดใดๆอีก ก็จะต้องเว้นระยะการรักษาครั้งต่อไปอย่างเหมาะสม ในกรณีที่แพทย์ใช้ยาระงับปวด ก็จ่ายยาให้อย่างเหมาะสม เพื่อไม่ให้ผู้ป่วยมีอาการข้างเคียงจากยา (แต่ละชนิด)
| วิธีการรักษา | ระยะเวลา ขั้นตอนการรักษา | ระยะเวลา เห็นผลลัพธ์การรักษา | ข้อมูลเพิ่มเติม |
| กายภาพบำบัด | ครั้งละ 1 ชม. - 1 ชม.ครึ่ง ต่อหนึ่งครั้ง | ผ่อนคลาย มากขึ้น หลังจากกายภาพบำบัดต่อเนื่อง หลังจากครั้งที่ 3 หรือ ครั้งที่ 5 เป็นต้นไป (ขึ้นอยู่กับสุขภาพของแต่ละคน หรือ อาการบาดเจ็บมากน้อยของแต่ละคน) | ควรวางแผนการกายภาพต่อเนื่องมากกว่าหนึ่งครั้ง |
| การฉีดสเตียรอยด์ | มีการเตรียมตัว และทำหัตถการเล็ก ภายใน 1-3 ชม. | เห็นผลลัพธ์ที่ดีขึ้น ผ่อนคลายขึ้น หายเจ็บปวด ภายใน 24 ชม. จากนั้น อาการที่ดีขึ้น จะคงอยู่ต่อไป 6 - 8 เดือน กรณีที่ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดี ออกกำลังกายสม่ำเสมอ พักผ่อนเพียงพอ ควบคุมโภชนาการและน้ำหนักที่เหมาะสม อาจจะหายจากการเจ็บปวดได้เลยแม้จะพ้นระยะผลลัพธ์ของการรักษาแล้ว | * ในกรณีที่ ผู้ป่วยยังมีอาการเจ็บปวด และต้องการรักษาด้วยสเตียรอยด์อีกครั้ง หลังจากเว้นระยะอย่างเหมาะสม แพทย์สามารถวินิจฉัยเพื่อรักษาต่อเนื่องได้ |
| การจี้ด้วยคลื่นความถี่วิทยุ | มีการเตรียมตัว และทำหัตถการเล็ก ภายใน 1-3 ชม. | เห็นผลลัพธ์ที่ดีขึ้น ผ่อนคลายขึ้น หายเจ็บปวด ภายใน 24 ชม. - 3 วัน (ในกรณีที่ ผู้ป่วย มีตำแหน่งปวดหลายที่ หรือ ซับซ้อน อาจจะใช้เวลาการเห็นผลนานกว่า 24 ชม.) จากนั้น อาการที่ดีขึ้น จะคงอยู่ต่อไป 8 เดือน - 1 ปี กรณีที่ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดี ออกกำลังกายสม่ำเสมอ พักผ่อนเพียงพอ ควบคุมโภชนาการและน้ำหนักที่เหมาะสม อาจจะหายจากการเจ็บปวดได้เลยแม้จะพ้นระยะผลลัพธ์ของการรักษาแล้ว | * ในกรณีที่ ผู้ป่วยยังมีอาการเจ็บปวด และต้องการรักษาด้วยสเตียรอยด์อีกครั้ง หลังจากเว้นระยะอย่างเหมาะสม แพทย์สามารถวินิจฉัยเพื่อรักษาต่อเนื่องได้ |
สำหรับหัตถการอื่นๆ ได้แก่ การผ่าตัดส่องกล้องหัวไหล่ สะโพก หัวเข่า หรือ ผ่าตัดกระดูกสันหลัง จะมีกระบวนการเตรียมการยาวนานกว่า (หลายชั่วโมง) ตั้งแต่การเตรียมตัวของผู้ป่วย การดมยา การบล็อกระดูกสันหลัง การผ่าตัดต่างๆ ซึ่งการเห็นผลหลังผ่าตัดจะต้องใช้ระยะเวลาการพักฟื้น 1 - 3 เดือน โดยขึ้นอยู่กับการดูแลพักฟื้นหลังผ่าตัด (ทานยา พักผ่อน งดเว้นกิจกรรม และแผนการฟื้นฟูร่างกาย) อย่างเหมาะสม