อาการความเจ็บปวด

อาการปวดเรื้อรัง คือ อะไร

ความแตกต่างระหว่าง อาการปวดเฉียบพลัน และ อาการปวดเรื้อรัง

อาการปวดเฉียบพลัน (acute pain) คือ อาการปวดที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว จากการบาดเจ็บ กระทบกระทั่ง หกล้ม หรือ ขยับตัวผิดจังหวะ ทำให้บาดเจ็บที่กล้ามเนื้อ หรือ เส้นเอ็น โดยที่ร่างกายจะเยียวยาฟื้นตัวเองได้ ภายในสามเดือน อาการเช่นนี้ การใช้ยานวด หรือ ยาทาน เพื่อคลายกล้ามเนื้อ หรือ แก้ปวด ก็บรรเทาอาการได้ หรือ การใช้วิธีกายภาพบำบัด เพื่อคลายกล้ามเนื้อ ให้เลือดมาเลี้ยงมาบริเวณดังกล่าวมากขึ้น ก็จะช่วยได้

อาการปวดเรื้อรัง คือ อาการปวดที่รบกวน (ทำให้ทรมาน) ต่อการใช้ชีวิต กิน เดิน นั่ง นอน ขับรถ ทำงาน ยาวนานกว่า 3 เดือน เนื่องจากการบาดเจ็บดังกล่าว เกิดจากการอักเสบ ไปถึงกล้ามเนื้อชั้นลึก กระดูก และเส้นประสาท สาเหตุหลักมีหลายอย่าง เช่น

  • อุบัติเหตุ (บางคนมีอาการปวดจากอุบัติร้ายแรงมาก่อน บางคนเคยหกล้มตอนอายุน้อยๆและส่งผลต่อเนื่องตอนอายุมากขึ้น)
  • ความเสื่อมโทรมตามอายุ (โดยเฉพาะ ข้อต่อ กระดูกสันหลัง สะโพก เข่า ที่มักจะเสื่อมถอย ทำให้ไขข้อลดลง ข้อต่อเสียดสีกันมากขึ้น)
  • พฤติกรรมการใช้ชีวิต (เช่น การสูบบุหรี่ น้ำหนักเกิน การนั่งทำงานผิดท่าเป็นเวลานาน การใส่รองเท้าส้นสูง ไม่ได้ออกำลังกายสม่ำเสมอ)
  • พันธุกรรม หรือ อาการโดยกำเนิด (เช่น ลักษณะของกระดูกคด ขาสองข้างไม่เท่ากัน)
  • โรค หรือ อาการที่ต่อเนื่อง ได้แก่ มะเร็ง งูสวัด แผลผ่าตัด
การแก้ไข รักษา อาการปวดเรื้อรัง จึงจำเป็นที่ต้องหาสาเหตุให้ชัดเจน ทำการรักษาให้ตรงจุด ถูกวิธี และไม่ใช่เพียงการรักษาด้วยแพทย์ แต่ควรเป็นการปรับเปลี่ยนการใช้ชีวิตร่วมกับการรักษาด้วย (ซึ่งเป็นศาสตร์ของ การรักษาความเจ็บปวดแบบบูรณาการ หรือ pain management) 

อาการเจ็บปวดเรื้อรัง แบบใด ไม่จำเป็นต้องผ่าตัด?

อาการเจ็บปวดเรื้อรัง มีหลายสาเหตุ และมีหลายเงื่อนไข จาก ความพร้อมของผู้ป่วยเอง ได้แก่ งบการรักษา อายุ สุขภาพ โรคประจำตัว ของผู้ป่วยเอง

เนื่องจาก การรักษาความเจ็บปวดเป็นนวัตกรรมการรักษาใหม่ ที่ อายุรแพทย์ บางท่าน ไม่คุ้นเคย จึงแนะนำให้ ผู้ป่วย "ทน" หรือ "ผ่าตัด" แต่การรักษาความเจ็บปวดเป็นการรักษาหัตถการขนาดเล็กที่รักษาผู้ป่วยได้ "ไม่ต้องทน แต่ไม่ต้องผ่าตัด" 

การรักษาแบบผ่าตัดมีราคาแพงกว่า และมีความยุ่งยากหลายอย่างตามมา ได้แก่ การวางยาสลบ การกายภาพฟื้นตัวหลังผ่าตัด เนื้อเยื้อช้ำ (scar tissue) หลังการผ่าตัด ในการกรณีการผ่าตัดใส่เหล็กดามหลัง หรือ ใส่ข้อต่อเทียม ในบางรายจะมีอาการกล้ามเนื้อบริเวณดังกล่าวเสื่อมถอย (เพราะเคลื่อนไหวได้น้อยลง และการรับน้ำหนักเคลื่อนไหวร่างกายอยู่ที่เหล็กดามแล้ว กล้ามเนื้อใกล้เคียงจึงไม่ได้ทำงาน)

  • ผู้ป่วยที่ไม่ได้มีอาการปวด จากกระดูกเสื่อมรุนแรงนัก แพทย์ด้านความเจ็บปวดแนะนำให้ทำหัตถการรักษาความเจ็บปวดดีกว่า แล้วออกกำลังกายอย่างเหมาะสม เพื่อให้ร่างกาย กล้ามเนื้อ มีความแข็งแรงขึ้น ในการพยุงน้ำหนักร่างกายได้ดีร่วมกับกระดูก (ให้นึกถึงความสมดุลร่างกาย กล้ามเนื้อ และกระดูก คือของคู่กัน ถ้าแข็งแรงทั้งคู่ สองสิ่งจะทำงานคนละครึ่ง แต่ถ้าส่วนใดส่วนหนึ่งอ่อนแอ อีกอย่างจะทำงานหนักมาก) เป็นทางเลือกก่อนที่จะตัดสินใจผ่าตัด (กระดูกสันหลัง กระดูกคอ)
  • ผู้ป่วยที่สูงอายุ หรือมีโรคประจำตัว แพทย์ด้านความเจ็บปวดก็แนะนำให้รักษาความเจ็บปวดดีกว่า เนื่องจาก ความเสี่ยงจากการผ่าตัดสำหรับคนกลุ่มนี้มีมาก รักษาด้วยวิธีที่ปลอดภัยย่อมดีกว่า (ไม่ต้องดมยา ไม่ต้องกังวลแผลผ่าตัด)


ทำไม อาการปวดเรื้อรังหลังการผ่าตัด (FBSS) ถึงไม่จบสิ้น (ในผู้ป่วยบางราย)

FBSS (Failed Back Surgery Syndrome) หรือที่ปัจจุบันแพทย์มักเรียกว่า Post-Laminectomy Syndrome คือภาวะที่ผู้ป่วย ยังคงมีอาการปวดหลัง หรือปวดร้าวลงขาอยู่ หรือปวดมากขึ้น แม้ว่าจะผ่านการผ่าตัดกระดูกสันหลังมาแล้วก็ตาม 

คำว่า "Failed" ในที่นี้ไม่ได้หมายความว่าศัลยแพทย์ผ่าตัดผิดพลาดเสมอไป แต่หมายถึงผลลัพธ์ของการผ่าตัดไม่สามารถกำจัดความปวดให้หายขาดได้ตามที่คาดหวังไว้

กระดูกสันหลังเป็นโครงสร้างที่ละเอียดอ่อน อาการปวดหลังผ่าตัด (FBSS) สามารถเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ เช่น:

  • การเกิดพังผืด (Epidural Fibrosis): ร่างกายสร้างพังผืดขึ้นมารักษาแผลผ่าตัด แต่พังผืดนั้นกลับไปรัดเส้นประสาทแทน
  • การเสื่อมของข้อต่อข้างเคียง (Adjacent Segment Disease): เมื่อถูกเชื่อมข้อต่อกระดูก ภาระน้ำหนักจะไปตกที่กระดูกสันหลังข้อถัดไป ทำให้ข้อนั้นเสื่อมและกดทับเส้นประสาทตำแหน่งใหม่
  • เส้นประสาทบาดเจ็บถาวร: เส้นประสาทที่ถูกกดทับมานานเกินไปก่อนการผ่าตัด อาจได้รับความเสียหายจนทำงานผิดปกติและส่งสัญญาณปวดออกมาเองอย่างต่อเนื่อง
  • หมอนรองกระดูกเคลื่อนซ้ำ ในจุดเดิมหรือจุดใกล้เคียง
การบ่งชี้ว่า ผู้ป่วย แต่ละรายสมควร "ผ่าตัด" หรือไม่ เป็นวิจารณญานของคนไข้ ร่วมกับแพทย์ อย่างไรก็ตาม รพ.เซเปี้ยนซ์ แนะนำคนไข้ ที่วินิจฉัยแล้วไม่มีความจำเป็นต้องผ่าตัด ก็จะใช้การรักษาความเจ็บปวด ต่างๆก่อน ร่วมกับการปรับการใช้ชีวิต ทั้งนี้ เพื่อเลี่ยงอาการ FBSS ให้ได้มากที่สุด

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy