ฝี หนอง แผลติดเชื้อ เมื่อไรต้องผ่าระบายหนอง
อัพเดทล่าสุด: 9 ก.ค. 2026

ฝี หนอง แผลติดเชื้อ เมื่อไรต้องผ่าระบายหนอง
ฝีเล็ก ๆ อาจไม่เล็กเสมอไป
หลายคนเริ่มจากตุ่มแดงเล็กๆ ใต้ผิวหนังตอนแรกอาจคิดว่าเป็นสิว แมลงกัด หรือแผลถลอกธรรมดา แต่ผ่านไปไม่กี่วัน ก้อนนั้นเริ่มบวม แดง ร้อน เจ็บมากขึ้น บางครั้งกดแล้วปวดตุบๆ เหมือนมีอะไรขังอยู่ข้างในบางรายเริ่มมีหัวหนอง มีน้ำเหลือง มีกลิ่น หรือมีไข้ร่วมด้วย
นี่อาจไม่ใช่แค่แผลอักเสบธรรมดา แต่อาจเป็น “ฝี” หรือแผลติดเชื้อที่มีหนองขังอยู่ใต้ผิวหนัง
สิ่งที่หลายคนเข้าใจผิดคือ เมื่อมีแผลติดเชื้อหรือมีหนอง ต้องกินยาปฏิชีวนะอย่างเดียวก็พอแต่ในทางการแพทย์ หากมีหนองขังเป็นโพรงอยู่ใต้ผิวหนัง การรักษาหลักมักไม่ใช่แค่ยา เพราะยาปฏิชีวนะ เข้าไปจัดการหนองที่ถูกขังอยู่ได้จำกัด การเปิดระบายหนองออกจึงเป็นหัวใจสำคัญของการรักษาในหลายกรณี พูดให้เข้าใจง่ายคือ "ถ้ามีหนองขังอยู่ ต้องเอาหนองออกให้ถูกวิธี" ไม่ใช่ปล่อยให้ร่างกายสู้กับเชื้อโรคในโพรงหนองไปเรื่อยๆ
บทความนี้จะอธิบายว่า ฝีคืออะไร แผลติดเชื้อแบบไหนต้องผ่าระบายหนอง เมื่อไรต้องรีบพบแพทย์ และทำไมไม่ควรบีบหรือเจาะหนองเองที่บ้าน
ฝีคืออะไร
ฝี หรือ abscess คือการติดเชื้อที่ทำให้เกิดโพรงหนองอยู่ในเนื้อเยื่อ หนองประกอบด้วยเชื้อโรค เม็ดเลือดขาว เซลล์ที่ตายแล้ว และของเหลวจากการอักเสบ ฝีอาจเกิดได้แทบทุกตำแหน่งของร่างกาย เช่น
ฝีต่างจากแผลอักเสบธรรมดาอย่างไร
แผลอักเสบหรือผิวหนังอักเสบจากการติดเชื้ออาจมีอาการแดง ร้อน บวม เจ็บ แต่ยังไม่มีหนองขังเป็นโพรง ชัดเจน ภาวะนี้มักเรียกว่า cellulitis หรือผิวหนังและเนื้อเยื่อใต้ผิวหนังอักเสบแต่ถ้าเริ่มมีหนองขัง จะมีลักษณะที่ต่างออกไป เช่น
ทำไมมีหนองแล้วมักต้องระบายออก
หนองที่ขังอยู่ใต้ผิวหนังเหมือนเชื้อโรคถูกกักอยู่ในโพรงปิด หากหนองไม่ถูกระบายออก ความดันภายในโพรงอาจเพิ่มขึ้น ทำให้ปวดมากขึ้น เนื้อเยื่อรอบ ๆ ถูกทำลายมากขึ้น และเชื้ออาจลุกลามไปยังบริเวณใกล้เคียงการเปิดระบายหนอง หรือ incision and drainage เป็นหัตถการที่แพทย์ใช้เปิดทางให้หนองออกจากโพรง ลดความดัน ลดปริมาณเชื้อ และช่วยให้แผลเริ่มฟื้นตัว
ยาปฏิชีวนะมีประโยชน์ในบางกรณี แต่ถ้ามีหนองขังชัดเจน ยาอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ เปรียบได้กับห้องที่มีน้ำสกปรกขังอยู่ การใส่น้ำยาฆ่าเชื้ออาจช่วยบางส่วน แต่ถ้าไม่ระบายน้ำเสียออก ปัญหาก็ยังอยู่
แผลแบบไหนมักต้องผ่าระบายหนอง
ควรพบแพทย์เพื่อพิจารณาระบายหนอง หากมีลักษณะต่อไปนี้
บางก้อนที่เริ่มอักเสบเล็กน้อย เช่น รูขุมขนอักเสบหรือตุ่มเล็ก ๆ อาจดีขึ้นได้ด้วยการประคบอุ่น ดูแลความสะอาด และเฝ้าสังเกต แต่ต้องไม่บีบ ไม่แกะ และไม่ใช้เข็มเจาะเองหากอาการไม่ดีขึ้นใน 24–48 ชั่วโมง แดงลาม ปวดมากขึ้น หรือเริ่มมีหนอง ควรกลับมาพบแพทย์
ผ่าระบายหนองทำอย่างไร
การผ่าระบายหนองเป็นหัตถการขนาดเล็กในหลายกรณี แต่ต้องทำด้วยเทคนิคปลอดเชื้อและประเมินตำแหน่งอย่างเหมาะสมโดยทั่วไป แพทย์จะทำตามขั้นตอนดังนี้
ต้องกินยาปฏิชีวนะทุกคนไหม
ไม่จำเป็นทุกคน ในฝีขนาดเล็กและไม่ซับซ้อน ผู้ป่วยสุขภาพแข็งแรง ไม่มีไข้ ไม่มีรอยแดงลาม และได้รับการระบายหนองอย่างเหมาะสม บางรายอาจไม่จำเป็นต้องใช้ยาปฏิชีวนะ แต่ควรใช้ยาปฏิชีวนะร่วมด้วยในกรณีต่อไปนี้
ทำไมไม่ควรบีบ เจาะ หรือกรีดฝีเอง
หลายคนพยายามบีบหนองออกเองเพราะคิดว่าจะทำให้หายเร็ว แต่การบีบหรือเจาะเองมีความเสี่ยงมากกว่าที่คิดอันตรายที่อาจเกิดขึ้น ได้แก่ หนองออกไม่หมด ทำให้กลับมาเป็นซ้ำ
ฝีและหนองอันตรายแค่ไหน
ฝีเล็กๆ ที่รักษาเร็วและระบายหนองถูกวิธีมักหายได้ดี แต่ถ้าปล่อยไว้นานหรือรักษาไม่เหมาะสม อาจเกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น
ควรไปโรงพยาบาลทันที หากมีอาการต่อไปนี้
หลังระบายหนองแล้ว แผลยังต้องการการดูแลต่อเนื่อง เพราะโพรงฝีต้องค่อย ๆ หายจากด้านใน หากปิดแผลเร็วเกินไปทั้งที่ข้างในยังมีช่องว่าง อาจเกิดหนองซ้ำได้ แนวทางดูแลทั่วไป ได้แก่
ป้องกันฝีและแผลติดเชื้อได้อย่างไร
การป้องกันทำได้โดยลดโอกาสที่เชื้อจะเข้าสู่ผิวหนัง และดูแลโรคประจำตัวที่ทำให้ติดเชื้อง่าย คำแนะนำที่ช่วยได้ ได้แก่
คำถามที่พบบ่อย
สอบถามข้อมูลและนัดหมาย
โรงพยาบาลเซเปี้ยนซ์ Move Better : Live Better
โทร. 02-111-3703
เอกสารอ้างอิงทางวิชาการ
1. Stevens DL, Bisno AL, Chambers HF, et al. Practice Guidelines for the Diagnosis and Management of Skin and Soft Tissue Infections: 2014 Update by the Infectious Diseases Society of America. Clinical Infectious Diseases. 2014;59(2):e10–e52.
2. National Institute for Health and Care Excellence. Cellulitis and erysipelas: antimicrobial prescribing. NICE Guideline NG141. 2019.
3. Vermandere M, Aertgeerts B, Agoritsas T, et al. Antibiotics after incision and drainage for uncomplicated skin abscesses: a clinical practice guideline. BMJ. 2018;360:k243.
4. Ramakrishnan K, Salinas RC, Agudelo Higuita NI. Skin and Soft Tissue Infections. American Family Physician. 2015;92(6):474–483.
5. Wang W, Chen W, Liu Y, et al. Antibiotics for uncomplicated skin abscesses: systematic review and network meta-analysis. BMJ Open. 2018;8:e020991.
6. Pastorino A, Tavarez MM. Incision and Drainage. StatPearls Publishing. Updated 2023.
7. Raff AB, Kroshinsky D. Cellulitis: A Review. JAMA. 2016;316(3):325–337.
ฝีเล็ก ๆ อาจไม่เล็กเสมอไป
หลายคนเริ่มจากตุ่มแดงเล็กๆ ใต้ผิวหนังตอนแรกอาจคิดว่าเป็นสิว แมลงกัด หรือแผลถลอกธรรมดา แต่ผ่านไปไม่กี่วัน ก้อนนั้นเริ่มบวม แดง ร้อน เจ็บมากขึ้น บางครั้งกดแล้วปวดตุบๆ เหมือนมีอะไรขังอยู่ข้างในบางรายเริ่มมีหัวหนอง มีน้ำเหลือง มีกลิ่น หรือมีไข้ร่วมด้วย
นี่อาจไม่ใช่แค่แผลอักเสบธรรมดา แต่อาจเป็น “ฝี” หรือแผลติดเชื้อที่มีหนองขังอยู่ใต้ผิวหนัง
สิ่งที่หลายคนเข้าใจผิดคือ เมื่อมีแผลติดเชื้อหรือมีหนอง ต้องกินยาปฏิชีวนะอย่างเดียวก็พอแต่ในทางการแพทย์ หากมีหนองขังเป็นโพรงอยู่ใต้ผิวหนัง การรักษาหลักมักไม่ใช่แค่ยา เพราะยาปฏิชีวนะ เข้าไปจัดการหนองที่ถูกขังอยู่ได้จำกัด การเปิดระบายหนองออกจึงเป็นหัวใจสำคัญของการรักษาในหลายกรณี พูดให้เข้าใจง่ายคือ "ถ้ามีหนองขังอยู่ ต้องเอาหนองออกให้ถูกวิธี" ไม่ใช่ปล่อยให้ร่างกายสู้กับเชื้อโรคในโพรงหนองไปเรื่อยๆ
บทความนี้จะอธิบายว่า ฝีคืออะไร แผลติดเชื้อแบบไหนต้องผ่าระบายหนอง เมื่อไรต้องรีบพบแพทย์ และทำไมไม่ควรบีบหรือเจาะหนองเองที่บ้าน
ฝีคืออะไร
ฝี หรือ abscess คือการติดเชื้อที่ทำให้เกิดโพรงหนองอยู่ในเนื้อเยื่อ หนองประกอบด้วยเชื้อโรค เม็ดเลือดขาว เซลล์ที่ตายแล้ว และของเหลวจากการอักเสบ ฝีอาจเกิดได้แทบทุกตำแหน่งของร่างกาย เช่น
- ใบหน้า
- รักแร้
- หลัง
- ก้น
- ขาหนีบ
- รอบทวารหนัก
- เต้านม
- มือและนิ้ว
- บริเวณแผลผ่าตัด
- บริเวณที่เคยมีซีสต์หรือก้อนใต้ผิวหนัง
ฝีต่างจากแผลอักเสบธรรมดาอย่างไร
แผลอักเสบหรือผิวหนังอักเสบจากการติดเชื้ออาจมีอาการแดง ร้อน บวม เจ็บ แต่ยังไม่มีหนองขังเป็นโพรง ชัดเจน ภาวะนี้มักเรียกว่า cellulitis หรือผิวหนังและเนื้อเยื่อใต้ผิวหนังอักเสบแต่ถ้าเริ่มมีหนองขัง จะมีลักษณะที่ต่างออกไป เช่น
- มีก้อนบวมเฉพาะจุด
- ปวดมากขึ้น
- กดแล้วเจ็บลึก
- ผิวหนังตึงหรือเงา
- บางจุดนิ่มตรงกลาง คล้ายมีของเหลวอยู่ข้างใน
- มีหัวหนองหรือหนองไหล
- อาจมีไข้หรืออ่อนเพลียร่วมด้วย
ทำไมมีหนองแล้วมักต้องระบายออก
หนองที่ขังอยู่ใต้ผิวหนังเหมือนเชื้อโรคถูกกักอยู่ในโพรงปิด หากหนองไม่ถูกระบายออก ความดันภายในโพรงอาจเพิ่มขึ้น ทำให้ปวดมากขึ้น เนื้อเยื่อรอบ ๆ ถูกทำลายมากขึ้น และเชื้ออาจลุกลามไปยังบริเวณใกล้เคียงการเปิดระบายหนอง หรือ incision and drainage เป็นหัตถการที่แพทย์ใช้เปิดทางให้หนองออกจากโพรง ลดความดัน ลดปริมาณเชื้อ และช่วยให้แผลเริ่มฟื้นตัว
ยาปฏิชีวนะมีประโยชน์ในบางกรณี แต่ถ้ามีหนองขังชัดเจน ยาอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ เปรียบได้กับห้องที่มีน้ำสกปรกขังอยู่ การใส่น้ำยาฆ่าเชื้ออาจช่วยบางส่วน แต่ถ้าไม่ระบายน้ำเสียออก ปัญหาก็ยังอยู่
แผลแบบไหนมักต้องผ่าระบายหนอง
ควรพบแพทย์เพื่อพิจารณาระบายหนอง หากมีลักษณะต่อไปนี้
- มีก้อนบวม แดง ร้อน เจ็บ และปวดมากขึ้น ถ้าก้อนอักเสบปวดมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะปวดตุบ ๆ หรือปวดลึก ๆ อาจหมายถึงมีหนองขังอยู่ภายใน
- กดแล้วรู้สึกนิ่มตรงกลางหรือเหมือนมีของเหลวภาวะนี้เรียกว่า fluctuation เป็นลักษณะที่ชวนสงสัยว่ามีโพรงหนองใต้ผิวหนัง และมักต้องระบายออก
- มีหัวหนองหรือหนองเริ่มไหล แม้หนองจะเริ่มไหลออกเอง แต่ไม่ได้แปลว่าหนองออกหมดเสมอไป บางครั้งรูเปิดเล็กเกินไป ทำให้หนองยังค้าง อยู่ข้างในและกลับมาเป็นซ้
- แผลโตขึ้นหรือแดงลาม ถ้ารอยแดงขยายออก บวมมากขึ้น หรือเจ็บมากขึ้น แสดงว่าการติดเชื้ออาจลุกลาม ต้องประเมินว่ามีทั้งหนอง และ cellulitis ร่วมกันหรือไม่
- มีไข้ หนาวสั่น หรืออ่อนเพลียมาก อาการเหล่านี้บ่งบอกว่าร่างกายมีการตอบสนองต่อการติดเชื้อมากขึ้น อาจจำเป็นต้องระบายหนองร่วมกับให้ยาปฏิชีวนะ
- เป็นฝีในตำแหน่งเสี่ยง ตำแหน่งบางจุดควรให้แพทย์ประเมินเร็ว เช่น ใบหน้า รอบตา มือ นิ้ว อวัยวะเพศ เต้านม รอบทวารหนัก หรือ บริเวณใกล้ข้อ เพราะการติดเชื้ออาจลุกลามหรือมีโครงสร้างสำคัญอยู่ใกล้
- เป็นในผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยง
- ผู้ป่วยเบาหวาน
- ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่
- ผู้สูงอายุ
- ผู้ป่วยโรคไต
- ผู้ป่วยโรคตับ
- ผู้ที่ใช้ยากดภูมิคุ้มกันหรือสเตียรอยด์
- ผู้ป่วยมะเร็งหรือได้รับเคมีบำบัด
- ผู้ที่มีแผลเรื้อรังหรือหลอดเลือดส่วนปลายตีบ
บางก้อนที่เริ่มอักเสบเล็กน้อย เช่น รูขุมขนอักเสบหรือตุ่มเล็ก ๆ อาจดีขึ้นได้ด้วยการประคบอุ่น ดูแลความสะอาด และเฝ้าสังเกต แต่ต้องไม่บีบ ไม่แกะ และไม่ใช้เข็มเจาะเองหากอาการไม่ดีขึ้นใน 24–48 ชั่วโมง แดงลาม ปวดมากขึ้น หรือเริ่มมีหนอง ควรกลับมาพบแพทย์
ผ่าระบายหนองทำอย่างไร
การผ่าระบายหนองเป็นหัตถการขนาดเล็กในหลายกรณี แต่ต้องทำด้วยเทคนิคปลอดเชื้อและประเมินตำแหน่งอย่างเหมาะสมโดยทั่วไป แพทย์จะทำตามขั้นตอนดังนี้
- ตรวจประเมินตำแหน่ง ขนาด และความลึกของฝี
- ทำความสะอาดผิวหนัง
- ฉีดยาชาเฉพาะที่
- เปิดแผลเล็ก ๆ บริเวณที่เหมาะสม
- ระบายหนองออก
- ล้างโพรงหนองตามความเหมาะสม
- อาจเก็บตัวอย่างหนองส่งเพาะเชื้อในบางราย
- ใส่ผ้าก๊อซหรือวัสดุช่วยระบายในบางกรณี
- ปิดแผลและนัดทำแผลหรือติดตามอาการ
ต้องกินยาปฏิชีวนะทุกคนไหม
ไม่จำเป็นทุกคน ในฝีขนาดเล็กและไม่ซับซ้อน ผู้ป่วยสุขภาพแข็งแรง ไม่มีไข้ ไม่มีรอยแดงลาม และได้รับการระบายหนองอย่างเหมาะสม บางรายอาจไม่จำเป็นต้องใช้ยาปฏิชีวนะ แต่ควรใช้ยาปฏิชีวนะร่วมด้วยในกรณีต่อไปนี้
- มีไข้ หนาวสั่น หรืออาการระบบ
- รอยแดงลามรอบแผลมาก
- มี cellulitis ร่วมด้วย
- ฝีหลายตำแหน่ง
- ฝีขนาดใหญ่
- เป็นตำแหน่งเสี่ยง เช่น ใบหน้า มือ รอบทวารหนัก อวัยวะเพศ
- ผู้ป่วยเบาหวาน
- ผู้มีภูมิคุ้มกันต่
- ผู้สูงอายุหรือมีโรคประจำตัวหลายอย่าง
- มีลิ้นหัวใจเทียมหรือความเสี่ยงเฉพาะบางอย่าง
- สงสัยเชื้อดื้อยา เช่น MRSA ตามปัจจัยเสี่ยงและพื้นที่
ทำไมไม่ควรบีบ เจาะ หรือกรีดฝีเอง
หลายคนพยายามบีบหนองออกเองเพราะคิดว่าจะทำให้หายเร็ว แต่การบีบหรือเจาะเองมีความเสี่ยงมากกว่าที่คิดอันตรายที่อาจเกิดขึ้น ได้แก่ หนองออกไม่หมด ทำให้กลับมาเป็นซ้ำ
- เชื้อกระจายลึกขึ้น
- แผลกว้างขึ้น
- เกิดแผลเป็นมากขึ้น
- เสี่ยงติดเชื้อเพิ่มจากอุปกรณ์ไม่สะอาด
- เลือดออก
- โดนเส้นเลือด เส้นประสาท หรือโครงสร้างสำคัญ
- ทำให้การรักษาภายหลังยากขึ้น
ฝีและหนองอันตรายแค่ไหน
ฝีเล็กๆ ที่รักษาเร็วและระบายหนองถูกวิธีมักหายได้ดี แต่ถ้าปล่อยไว้นานหรือรักษาไม่เหมาะสม อาจเกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น
- การติดเชื้อลามในผิวหนังและเนื้อเยื่อใต้ผิวหนัง
- ฝีลึก
- แผลเรื้อรัง
- เชื้อเข้าสู่กระแสเลือด
- กระดูกอักเสบ โดยเฉพาะแผลลึกที่เท้าหรือผู้ป่วยเบาหวาน
- เนื้อเยื่อตาย
- การติดเชื้อรุนแรง เช่น necrotizing fasciitis ซึ่งพบไม่บ่อยแต่เป็นภาวะฉุกเฉิน
ควรไปโรงพยาบาลทันที หากมีอาการต่อไปนี้
- ไข้สูง หนาวสั่น
- ปวดมากผิดปกติ หรือปวดมากกว่าแผลที่เห็นภายนอก
- รอยแดงลามเร็ว
- ผิวหนังเปลี่ยนเป็นม่วง ดำ หรือมีตุ่มน้ำพอง
- แผลมีกลิ่นเหม็นมาก
- มีหนองจำนวนมาก
- ซึม อ่อนเพลียมาก หน้ามืด
- หัวใจเต้นเร็ว หายใจเร็ว
- คลื่นไส้อาเจียนมาก
- เป็นแผลติดเชื้อในผู้ป่วยเบาหวานหรือภูมิคุ้มกันต่
- * แผลอยู่ที่เท้าในผู้ป่วยเบาหวาน
- * แผลอยู่ใกล้ตา มือ นิ้ว อวัยวะเพศ หรือรอบทวารหนัก
- * ขยับนิ้ว มือ เท้า หรือข้อแล้วปวดมาก
หลังระบายหนองแล้ว แผลยังต้องการการดูแลต่อเนื่อง เพราะโพรงฝีต้องค่อย ๆ หายจากด้านใน หากปิดแผลเร็วเกินไปทั้งที่ข้างในยังมีช่องว่าง อาจเกิดหนองซ้ำได้ แนวทางดูแลทั่วไป ได้แก่
- ทำแผลตามคำแนะนำแพทย์
- รักษาแผลให้สะอาดและแห้งตามช่วงเวลาที่แพทย์กำหนด
- ไม่แกะผ้าก๊อซหรือวัสดุระบายเองหากแพทย์ยังไม่อนุญาต
- รับประทานยาตามแพทย์สั่งให้ครบ
- ล้างมือก่อนและหลังสัมผัสแผล
- หลีกเลี่ยงการบีบหรือกดแผล
- สังเกตอาการแดง บวม ปวด หรือหนองเพิ่ม
- กลับมาตามนัดเพื่อประเมินว่าโพรงหนองยุบลงหรือไม่
ป้องกันฝีและแผลติดเชื้อได้อย่างไร
การป้องกันทำได้โดยลดโอกาสที่เชื้อจะเข้าสู่ผิวหนัง และดูแลโรคประจำตัวที่ทำให้ติดเชื้อง่าย คำแนะนำที่ช่วยได้ ได้แก่
- รักษาความสะอาดผิวหนัง
- ล้างแผลเล็ก ๆ ทันทีด้วยน้ำสะอาดหรือน้ำเกลือ
- ปิดแผลหากอยู่ในตำแหน่งเสียดสีหรือสกปรกง่าย
- ไม่แกะ เกา หรือบีบสิวและตุ่มอักเสบ
- ไม่ใช้ของมีคมร่วมกับผู้อื่น เช่น มีดโกน
- รักษาเชื้อราที่เท้าหรือผิวหนังแตก
- ควบคุมเบาหวานให้ดี
- รักษาท้องผูกหรือเหงื่ออับชื้นในบริเวณที่เกิดฝีซ้
- เปลี่ยนเสื้อผ้าและผ้าเช็ดตัวเป็นประจ
- หากเป็นฝีซ้ำบ่อย ควรพบแพทย์เพื่อตรวจหาปัจจัยเสี่ยง
คำถามที่พบบ่อย
- มีหนองแล้วกินยาอย่างเดียวได้ไหม
บางแผลอักเสบที่ยังไม่มีโพรงหนองอาจรักษาด้วยยาได้ แต่ถ้ามีหนองขังเป็นฝีชัดเจน การรักษาหลักมักต้องเปิดระบายหนอง ยาปฏิชีวนะอาจใช้ร่วมในบางกรณี เช่น มีไข้ แดงลาม เป็นเบาหวาน ภูมิคุ้มกันต่ หรือฝีอยู่ตำแหน่งเสี่ยง - ฝีเล็ก ๆ ประคบอุ่นได้ไหมฝีหรือตุ่มอักเสบขนาดเล็กมากที่ยังไม่มีอาการรุนแรง อาจประคบอุ่นและสังเกตอาการได้ แต่ห้ามบีบหรือเจาะเอง หากปวดมากขึ้น แดงลาม โตขึ้น หรือเริ่มมีหนอง ควรพบแพทย์
- ผ่าระบายหนองเจ็บไหม
แพทย์จะฉีดยาชาเฉพาะที่ก่อนเปิดระบายหนอง ระหว่างทำอาจรู้สึกตึงหรือกดดันบ้าง แต่โดยทั่วไปช่วยลดอาการปวดจากความดันของหนองได้มากหลัง - ระบายหนองแล้วต้องเย็บแผลไหม
หลายกรณีแผลระบายหนองจะไม่เย็บปิดแน่นทันที เพราะต้องเปิดทางให้หนองและของเหลวระบายออก และให้แผลค่อย ๆ หายจากด้านใน แพทย์จะพิจารณาวิธีปิดแผลตามขนาดและตำแหน่งของฝี - ฝีเป็นซ้ำบ่อยเกิดจากอะไร
อาจเกิดจากการเสียดสี เหงื่ออับชื้น รูขุมขนอักเสบ เบาหวาน ภูมิคุ้มกันต่ การติดเชื้อซ้ำจากผิวหนัง หรือโรคผิวหนังบางชนิด เช่น hidradenitis suppurativa หากเป็นซ้ำบ่อยควรพบแพทย์เพื่อประเมินสาเหตุ - หนองมีกลิ่นเหม็นอันตรายไหม
กลิ่นเหม็นอาจบ่งบอกการติดเชื้อที่มากขึ้นหรือมีเนื้อเยื่อตาย ควรพบแพทย์ โดยเฉพาะหากมีไข้ ปวดมาก แดงลาม หรือแผลอยู่ในผู้ป่วยเบาหวาน - แผลติดเชื้อแบบไหนต้องรีบไปโรงพยาบาล
ควรรีบไปโรงพยาบาลหากมีไข้สูง หนาวสั่น ปวดมากผิดปกติ รอยแดงลามเร็ว ผิวหนังสีม่วงหรือดำ หนองมากมีกลิ่นเหม็น ซึม หรือเป็นแผลติดเชื้อในผู้ป่วยเบาหวาน ภูมิคุ้มกันต่ หรือแผลอยู่บริเวณใบหน้า มือ นิ้ว อวัยวะเพศ หรือรอบทวารหนัก
สอบถามข้อมูลและนัดหมาย
โรงพยาบาลเซเปี้ยนซ์ Move Better : Live Better
โทร. 02-111-3703
เอกสารอ้างอิงทางวิชาการ
1. Stevens DL, Bisno AL, Chambers HF, et al. Practice Guidelines for the Diagnosis and Management of Skin and Soft Tissue Infections: 2014 Update by the Infectious Diseases Society of America. Clinical Infectious Diseases. 2014;59(2):e10–e52.
2. National Institute for Health and Care Excellence. Cellulitis and erysipelas: antimicrobial prescribing. NICE Guideline NG141. 2019.
3. Vermandere M, Aertgeerts B, Agoritsas T, et al. Antibiotics after incision and drainage for uncomplicated skin abscesses: a clinical practice guideline. BMJ. 2018;360:k243.
4. Ramakrishnan K, Salinas RC, Agudelo Higuita NI. Skin and Soft Tissue Infections. American Family Physician. 2015;92(6):474–483.
5. Wang W, Chen W, Liu Y, et al. Antibiotics for uncomplicated skin abscesses: systematic review and network meta-analysis. BMJ Open. 2018;8:e020991.
6. Pastorino A, Tavarez MM. Incision and Drainage. StatPearls Publishing. Updated 2023.
7. Raff AB, Kroshinsky D. Cellulitis: A Review. JAMA. 2016;316(3):325–337.
บทความที่เกี่ยวข้อง
ก้อนใต้ผิวหนังส่วนใหญ่ที่พบในชีวิตประจำวันมักเป็นก้อนธรรมดา เช่น ก้อนไขมันหรือซีสต์ และไม่ใช่มะเร็ง แต่คำว่า “ส่วนใหญ่” ไม่ได้แปลว่า “ทุกก้อน” เพราะก้อนบางชนิดอาจเป็นเนื้องอกที่ต้องตรวจเพิ่มเติม
8 ก.ค. 2026
ริดสีดวงทวาร คือภาวะที่หลอดเลือดและเนื้อเยื่อพยุงบริเวณทวารหนักบวม โป่งพอง หรือเลื่อนต่ำลง ทำให้เกิดอาการเลือดออก คัน เจ็บ มีก้อนยื่น หรือรู้สึกถ่ายไม่สุดในความเป็นจริง
8 ก.ค. 2026
"ไส้ติ่งอักเสบคืออะไร? ปวดท้องลักษณะไหนที่ควรสงสัยว่าเป็นไส้ติ่ง? ร่วมทำความเข้าใจสาเหตุของโรค สัญญาณเตือนที่ห้ามมองข้าม และเทคโนโลยีการผ่าตัดสมัยใหม่ที่ช่วยให้ฟื้นตัวไว เพื่อการดูแลสุขภาพที่ถูกต้องและทันท่วงที"
30 มิ.ย. 2026


