วัคซีนที่ผู้ใหญ่ไม่ควรมองข้าม
อัพเดทล่าสุด: 8 ก.ค. 2026

วัคซีนที่ผู้ใหญ่ไม่ควรมองข้าม
เวลาพูดถึง “วัคซีน” หลายคนมักนึกถึงเด็กเล็ก สมุดวัคซีน หรือเข็มฉีดยาในวัยเรียน แต่ในความเป็นจริง วัคซีนไม่ใช่เรื่องของเด็กเท่านั้น ผู้ใหญ่ก็ต้องการวัคซีนเช่นกัน
เหตุผลสำคัญคือ เมื่ออายุมากขึ้น ภูมิคุ้มกันของร่างกายจะค่อย ๆ ลดลง โรคบางชนิดที่เคยดูเหมือนเป็นเพียงไข้หวัดธรรมดา อาจกลายเป็นการติดเชื้อรุนแรงจนต้องนอนโรงพยาบาลได้ โดยเฉพาะในผู้สูงอายุ ผู้ป่วยเบา หวาน โรคหัวใจ โรคปอด โรคไต ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ หญิงตั้งครรภ์ หรือผู้ที่อยู่ใกล้ชิดคนจำนวนมากอีกประเด็นหนึ่งที่มักถูกลืมคือ วัคซีนบางชนิดที่เคยฉีดตอนเด็ก ภูมิคุ้มกันอาจลดลงเมื่อเวลาผ่านไป บางชนิดต้องกระตุ้นซ้ำ บางชนิดเพิ่งมีคำแนะนำให้ฉีดเมื่อเข้าสู่วัยผู้ใหญ่ และบางชนิดควรฉีดตามความเสี่ยง เช่น การทำงาน การเดินทาง โรคประจำตัว หรือแผนการตั้งครรภ์
ดังนั้น การดูแลสุขภาพผู้ใหญ่จึงไม่ควรมีเพียงการตรวจเลือด วัดความดัน หรือคัดกรองโรคเรื้อรังเท่านั้น แต่ควรรวมถึงการทบทวนว่า “วัคซีนของเรายังครบและเหมาะกับวัยหรือไม่” เพราะวัคซีนที่เหมาะสมในวันนี้ อาจช่วยลดความเสี่ยงของโรครุนแรงในอนาคตได้มากกว่าที่หลายคนคิด
ทำไมผู้ใหญ่ยังต้องฉีดวัคซีน
ผู้ใหญ่จำนวนมากไม่ได้ป่วยเพราะไม่มีทางป้องกัน แต่ป่วยเพราะไม่รู้ว่ามีวัคซีนที่ช่วยลดความเสี่ยงได้ วัคซีนในผู้ใหญ่มีเป้าหมายหลายด้าน ได้แก่
และความเสี่ยงเฉพาะบุคคล
1. วัคซีนไข้หวัดใหญ่: วัคซีนพื้นฐานที่ควรทบทวนทุกปีไข้หวัดใหญ่ไม่ใช่แค่หวัดธรรมดาในคนทั่วไป ไข้หวัดใหญ่อาจทำให้มีไข้สูง ปวดเมื่อย อ่อนเพลีย ไอ เจ็บคอ และต้องหยุดงานหลายวัน แต่ในผู้สูงอายุ ผู้ป่วยโรคหัวใจ โรคปอด เบาหวาน โรคไต หญิงตั้งครรภ์ หรือผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ ไข้หวัดใหญ่อาจทำให้เกิดปอดอักเสบ หอบเหนื่อย โรคประจำตัวกำเริบ และต้องนอนโรงพยาบาลได้วัคซีนไข้หวัดใหญ่จึงเป็นวัคซีนที่ผู้ใหญ่ควรพิจารณาฉีดเป็นประจำทุกปี เพราะเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่มีการเปลี่ยนแปลงสายพันธุ์อยู่เสมอ วัคซีนจึงต้องปรับให้เหมาะกับฤดูกาล ใครควรให้ความสำคัญเป็นพิเศษ
2. วัคซีนโควิด-19: ยังมีบทบาทในผู้ใหญ่ โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงแม้สถานการณ์โควิด-19 จะเปลี่ยนไปจากช่วงแรกของการระบาด แต่โรคนี้ยังไม่ได้หายไป และในบางกลุ่มยังมีความเสี่ยงต่ออาการรุนแรง โดยเฉพาะผู้สูงอายุ ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่วัคซีนโควิด-19 รุ่นอัปเดตจึงยังมีบทบาทในการลดความเสี่ยงของอาการรุนแรง การนอนโรงพยาบาล และภาวะแทรกซ้อน โดยเฉพาะเมื่อภูมิคุ้มกันจากการติดเชื้อหรือวัคซีนเดิมลดลงตามเวลา ใครควรปรึกษาแพทย์เรื่องวัคซีนโควิด-19 เป็นพิเศษ
3. วัคซีนปอดอักเสบ หรือ Pneumococcal vaccine: สำคัญมากในผู้สูงอายุและผู้มีโรคประจำตัวเชื้อ pneumococcus สามารถทำให้เกิดโรคได้หลายแบบ เช่น ปอดอักเสบ หูชั้นกลางอักเสบ ไซนัสอักเสบ เยื่อหุ้มสมองอักเสบ และติดเชื้อในกระแสเลือดในผู้สูงอายุและผู้ที่มีโรคประจำตัว การติดเชื้อนี้อาจรุนแรงกว่าคนทั่วไป วัคซีนปอดอักเสบจึงเป็นหนึ่งในวัคซีนที่ ผู้ใหญ่ไม่ควรมองข้ามใครควรพิจารณา
4. วัคซีนงูสวัด: ป้องกันโรคที่อาจทิ้งอาการปวดเส้นประสาทยาวนานงูสวัดเกิดจากไวรัส varicella-zoster ซึ่งเป็นไวรัสเดียวกับอีสุกอีใส หลังจากเคยเป็นอีสุกอีใสแล้ว ไวรัสสามารถหลบอยู่ในปมประสาท และกลับมาก่อโรคอีกครั้งเมื่อภูมิคุ้มกันลดลงหลายคนคิดว่างูสวัดเป็นแค่ผื่นและตุ่มน้ แต่ในความเป็นจริง ภาวะแทรกซ้อนที่น่ากังวลคือ "อาการปวดเส้นประสาทหลังงูสวัด" หรือ postherpetic neuralgia ซึ่งอาจปวดแสบปวดร้อนอยู่นานหลายเดือนหรือหลายปี
โดยเฉพาะในผู้สูงอายุ ใครควรพิจารณา
5. วัคซีนบาดทะยัก คอตีบ ไอกรน: เข็มกระตุ้นที่หลายคนลืมหลายคนเคยฉีดวัคซีนบาดทะยักตอนเด็ก หรือฉีดเมื่อเกิดบาดแผล แต่เมื่อโตเป็นผู้ใหญ่กลับไม่แน่ใจว่าภูมิคุ้มกันยังเพียงพอหรือไม่
วัคซีนกลุ่มนี้มีความสำคัญเพราะป้องกันโรคที่อาจรุนแรงได้ เช่น
6. วัคซีนไวรัสตับอักเสบบี: ป้องกันโรคตับเรื้อรังและมะเร็งตับไวรัสตับอักเสบบีเป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญของตับอักเสบเรื้อรัง ตับแข็ง และมะเร็งตับ การติดเชื้ออาจเกิดจากเลือด สารคัดหลั่ง เพศสัมพันธ์ การใช้เข็มร่วมกัน หรือการถ่ายทอดจากแม่สู่ลูหลายคนติดเชื้อโดยไม่รู้ตัว เพราะระยะแรกอาจไม่มีอาการชัดเจน การตรวจเลือดเพื่อดูสถานะไวรัสตับอักเสบบีและภูมิคุ้มกันจึงมีความสำคัญ โดยเฉพาะก่อนตัดสินใจฉีดวัคซีน ใครควรพิจารณา
7. วัคซีนไวรัสตับอักเสบเอ: สำคัญในนักเดินทางและผู้มีโรคตับไวรัสตับอักเสบเอติดต่อผ่านอาหารและน้ำที่ปนเปื้อน ทำให้เกิดตับอักเสบเฉียบพลัน ผู้ป่วยมักมีไข้ อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร คลื่นไส้ ปวดท้อง ปัสสาวะเข้ม ตัวเหลือง ตาเหลือง คนส่วนใหญ่อาจหายได้ แต่ในผู้ใหญ่ โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคตับเรื้อรัง หากติดเชื้อไวรัสตับอักเสบเอ อาจมีอาการ รุนแรงกว่าคนทั่วไป ใครควรพิจารณา
8. วัคซีน HPV: ไม่ใช่แค่เรื่องของผู้หญิงHPV หรือ human papillomavirus เป็นไวรัสที่สัมพันธ์กับมะเร็งหลายชนิด เช่น มะเร็งปากมดลูก มะเร็งทวาร
หนัก มะเร็งช่องปากและลำคอบางชนิด รวมถึงหูดหงอนไก่หลายคนเข้าใจว่าวัคซีน HPV เป็นวัคซีนสำหรับเด็กผู้หญิงเท่านั้น แต่ความจริงแล้วผู้ชายก็ได้รับประโยชน์เช่นกัน โดยเฉพาะในแง่การลดความเสี่ยงของโรคที่เกี่ยวข้องกับ HPV และลดการแพร่เชื้อ ใครควรพิจารณา
9. วัคซีน RSV: วัคซีนที่ผู้สูงอายุและผู้มีโรคประจำตัวควรรู้จัก RSV หรือ respiratory syncytial virus เป็นไวรัสทางเดินหายใจที่หลายคนคุ้นในเด็กเล็ก แต่ในผู้สูงอายุและผู้มีโรคประจำตัว RSV อาจทำให้เกิดหลอดลมอักเสบ ปอดอักเสบ หอบเหนื่อย และต้องนอนโรงพยาบาลได้ ใครควรพิจารณา
10. วัคซีน MMR และอีสุกอีใส: ผู้ใหญ่บางคนยังต้องทบทวนผู้ใหญ่บางคนอาจไม่แน่ใจว่าเคยเป็นหัด คางทูม หัดเยอรมัน หรืออีสุกอีใสมาก่อนหรือไม่ และไม่แน่ใจว่าเคยได้รับวัคซีนครบหรือไม่ในสถานการณ์ที่มีการเดินทางระหว่างประเทศมากขึ้น และบางพื้นที่ยังมีการระบาดเป็นครั้งคราว การทบทวนวัคซีนกลุ่มนี้จึงมีความสำคัญ โดยเฉพาะในคนที่ไม่มีหลักฐานภูมิคุ้มกัน ใครควรพิจารณา
ผู้ใหญ่ทุกคนควรทบทวนประวัติวัคซีนเป็นระยะ แต่กลุ่มต่อไปนี้ควรให้ความสำคัญเป็นพิเศษ
สำหรับผู้ที่มีโรคประจำตัว การวางแผนวัคซีนอาจสำคัญมากกว่าคนทั่วไป เช่น
คำถามที่พบบ่อย
1. ผู้ใหญ่จำเป็นต้องฉีดวัคซีนจริงหรือไม่ จำเป็นในหลายกรณี เพราะภูมิคุ้มกันจากวัคซีนบางชนิดลดลงตามเวลา และผู้ใหญ่มีความเสี่ยงต่อโรครุนแรง
มากขึ้นเมื่ออายุมากขึ้นหรือมีโรคประจำตัว วัคซีนช่วยลดโอกาสป่วยรุนแรง ลดภาวะแทรกซ้อน และลดการนอนโรงพยาบาลได้
2. ถ้าจำไม่ได้ว่าเคยฉีดวัคซีนอะไรมาแล้ว ควรทำอย่างไร
ควรนำประวัติเดิมที่มีมาให้แพทย์ดู หากไม่มีประวัติ แพทย์อาจพิจารณาตรวจเลือดดูภูมิคุ้มกันบางชนิด หรือวางแผนฉีดวัคซีนใหม่ตามความเหมาะสม
3. วัคซีนผู้ใหญ่ต้องฉีดทุกตัวหรือไม่
ไม่จำเป็นทุกคน วัคซีนบางชนิดแนะนำตามอายุ บางชนิดแนะนำตามโรคประจำตัว บางชนิดแนะนำตามอาชีพการเดินทาง หรือความเสี่ยงเฉพาะบุคคล จึงควรปรึกษาแพทย์เพื่อเลือกให้เหมาะสม
4. วัคซีนไข้หวัดใหญ่ต้องฉีดทุกปีไหม
โดยทั่วไปควรฉีดทุกปี เพราะสายพันธุ์ของไวรัสไข้หวัดใหญ่เปลี่ยนแปลงได้ และภูมิคุ้มกันจากวัคซีนลดลงตามเวลา โดยเฉพาะผู้สูงอายุ ผู้มีโรคประจำตัว และผู้ที่อยู่ใกล้ชิดคนจำนวนมากควรให้ความสำคัญเป็นพิเศษ
5. เคยเป็นงูสวัดแล้ว ยังควรฉีดวัคซีนงูสวัดไหม
ในหลายแนวทาง ผู้ที่เคยเป็นงูสวัดแล้วก็ยังอาจได้รับประโยชน์จากวัคซีนงูสวัด เพื่อลดโอกาสเป็นซ้ำและลดภาวะแทรกซ้อน แต่ควรปรึกษาแพทย์เรื่องช่วงเวลาที่เหมาะสมหลังหายจากโรค
6. วัคซีนหลายชนิดฉีดพร้อมกันได้ไหม
บางชนิดสามารถฉีดในวันเดียวกันได้ แต่บางกรณีอาจต้องเว้นระยะ ขึ้นกับชนิดวัคซีน สุขภาพผู้ป่วย และประวัติวัคซีนเดิม ควรให้แพทย์หรือพยาบาลช่วยจัดตารางให้เหมาะสม
7. คนมีโรคประจำตัวฉีดวัคซีนได้ไหม
ส่วนใหญ่ฉีดได้ และหลายกรณียิ่งควรฉีด เพราะมีความเสี่ยงต่อโรครุนแรงมากกว่าคนทั่วไป แต่ชนิดวัคซีนและช่วงเวลาควรได้รับการประเมินโดยแพทย์ โดยเฉพาะผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำหรือใช้ยากดภูมิคุ้มกัน
วัคซีนสำหรับผู้ใหญ่ไม่ใช่เรื่องไกลตัว และไม่ใช่เรื่องที่ควรรอจนป่วยแล้วค่อยคิดถึงเมื่ออายุมากขึ้น ภูมิคุ้มกันลดลง โรคประจำตัวเพิ่มขึ้น และรูปแบบการใช้ชีวิตทำให้เราพบเจอเชื้อโรคมากขึ้นวัคซีนจึงเป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญของการป้องกันโรค ไม่แพ้การตรวจสุขภาพ การออกกำลังกาย การควบคุมอาหาร และการนอนหลับให้เพียงพอ
วัคซีนที่ผู้ใหญ่ควรทบทวน ได้แก่ ไข้หวัดใหญ่ โควิด-19 ปอดอักเสบ งูสวัด บาดทะยัก คอตีบ ไอกรน ไวรัสตับ อักเสบบี ไวรัสตับอักเสบเอ HPV RSV และวัคซีนอื่นตามประวัติและความเสี่ยง
สิ่งสำคัญที่สุดไม่ใช่การฉีดวัคซีนให้มากที่สุด แต่คือการฉีดวัคซีนที่เหมาะสมกับเรา ในเวลาที่เหมาะสม และปลอดภัยที่สุดหากไม่แน่ใจว่าตนเองควรได้รับวัคซีนอะไรบ้าง การปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจประวัติและวางแผนวัคซีนรายบุคคลคือจุดเริ่มต้นที่ดีที่สุดของการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน
สอบถามข้อมูลและนัดหมาย
โรงพยาบาลเซเปี้ยนซ์ Move Better : Live Better
โทร. 02-111-3703
เวลาพูดถึง “วัคซีน” หลายคนมักนึกถึงเด็กเล็ก สมุดวัคซีน หรือเข็มฉีดยาในวัยเรียน แต่ในความเป็นจริง วัคซีนไม่ใช่เรื่องของเด็กเท่านั้น ผู้ใหญ่ก็ต้องการวัคซีนเช่นกัน
เหตุผลสำคัญคือ เมื่ออายุมากขึ้น ภูมิคุ้มกันของร่างกายจะค่อย ๆ ลดลง โรคบางชนิดที่เคยดูเหมือนเป็นเพียงไข้หวัดธรรมดา อาจกลายเป็นการติดเชื้อรุนแรงจนต้องนอนโรงพยาบาลได้ โดยเฉพาะในผู้สูงอายุ ผู้ป่วยเบา หวาน โรคหัวใจ โรคปอด โรคไต ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ หญิงตั้งครรภ์ หรือผู้ที่อยู่ใกล้ชิดคนจำนวนมากอีกประเด็นหนึ่งที่มักถูกลืมคือ วัคซีนบางชนิดที่เคยฉีดตอนเด็ก ภูมิคุ้มกันอาจลดลงเมื่อเวลาผ่านไป บางชนิดต้องกระตุ้นซ้ำ บางชนิดเพิ่งมีคำแนะนำให้ฉีดเมื่อเข้าสู่วัยผู้ใหญ่ และบางชนิดควรฉีดตามความเสี่ยง เช่น การทำงาน การเดินทาง โรคประจำตัว หรือแผนการตั้งครรภ์
ดังนั้น การดูแลสุขภาพผู้ใหญ่จึงไม่ควรมีเพียงการตรวจเลือด วัดความดัน หรือคัดกรองโรคเรื้อรังเท่านั้น แต่ควรรวมถึงการทบทวนว่า “วัคซีนของเรายังครบและเหมาะกับวัยหรือไม่” เพราะวัคซีนที่เหมาะสมในวันนี้ อาจช่วยลดความเสี่ยงของโรครุนแรงในอนาคตได้มากกว่าที่หลายคนคิด
ทำไมผู้ใหญ่ยังต้องฉีดวัคซีน
ผู้ใหญ่จำนวนมากไม่ได้ป่วยเพราะไม่มีทางป้องกัน แต่ป่วยเพราะไม่รู้ว่ามีวัคซีนที่ช่วยลดความเสี่ยงได้ วัคซีนในผู้ใหญ่มีเป้าหมายหลายด้าน ได้แก่
- ลดโอกาสติดเชื้อบางชนิด
- ลดความรุนแรงของโรคหากติดเชื้อ
- ลดโอกาสนอนโรงพยาบาล
- ลดภาวะแทรกซ้อน เช่น ปอดอักเสบ งูสวัดปวดเส้นประสาทเรื้อรัง ตับอักเสบเรื้อรัง หรือมะเร็งบางชนิด
- ปกป้องคนรอบตัว โดยเฉพาะเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่
- เตรียมความพร้อมก่อนเดินทาง ทำงานในพื้นที่เสี่ยง หรือวางแผนตั้งครรภ์
- คนอายุ 30 ปีที่สุขภาพแข็งแรง
- คนอายุ 45 ปีที่เป็นเบาหวาน
- คนอายุ 55 ปีที่เคยเป็นงูสวัด
- คนอายุ 70 ปีที่มีโรคหัวใจ
- และหญิงตั้งครรภ์
และความเสี่ยงเฉพาะบุคคล
1. วัคซีนไข้หวัดใหญ่: วัคซีนพื้นฐานที่ควรทบทวนทุกปีไข้หวัดใหญ่ไม่ใช่แค่หวัดธรรมดาในคนทั่วไป ไข้หวัดใหญ่อาจทำให้มีไข้สูง ปวดเมื่อย อ่อนเพลีย ไอ เจ็บคอ และต้องหยุดงานหลายวัน แต่ในผู้สูงอายุ ผู้ป่วยโรคหัวใจ โรคปอด เบาหวาน โรคไต หญิงตั้งครรภ์ หรือผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ ไข้หวัดใหญ่อาจทำให้เกิดปอดอักเสบ หอบเหนื่อย โรคประจำตัวกำเริบ และต้องนอนโรงพยาบาลได้วัคซีนไข้หวัดใหญ่จึงเป็นวัคซีนที่ผู้ใหญ่ควรพิจารณาฉีดเป็นประจำทุกปี เพราะเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่มีการเปลี่ยนแปลงสายพันธุ์อยู่เสมอ วัคซีนจึงต้องปรับให้เหมาะกับฤดูกาล ใครควรให้ความสำคัญเป็นพิเศษ
- ผู้สูงอายุ
- ผู้มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน โรคหัวใจ โรคปอด โรคไต
- หญิงตั้งครรภ์
- บุคลากรทางการแพทย์
- ผู้ที่อยู่ใกล้ชิดเด็กเล็กหรือผู้สูงอายุ
- ผู้ที่ทำงานพบปะคนจำนวนมาก
2. วัคซีนโควิด-19: ยังมีบทบาทในผู้ใหญ่ โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงแม้สถานการณ์โควิด-19 จะเปลี่ยนไปจากช่วงแรกของการระบาด แต่โรคนี้ยังไม่ได้หายไป และในบางกลุ่มยังมีความเสี่ยงต่ออาการรุนแรง โดยเฉพาะผู้สูงอายุ ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่วัคซีนโควิด-19 รุ่นอัปเดตจึงยังมีบทบาทในการลดความเสี่ยงของอาการรุนแรง การนอนโรงพยาบาล และภาวะแทรกซ้อน โดยเฉพาะเมื่อภูมิคุ้มกันจากการติดเชื้อหรือวัคซีนเดิมลดลงตามเวลา ใครควรปรึกษาแพทย์เรื่องวัคซีนโควิด-19 เป็นพิเศษ
- ผู้สูงอายุ
- ผู้ป่วยโรคหัวใจ โรคปอด เบาหวาน โรคไต โรคตับ
- ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่
- ผู้ที่ใช้ยากดภูมิคุ้มกัน
- หญิงตั้งครรภ์ หรือผู้ที่วางแผนตั้งครรภ์
- ผู้ที่ทำงานใกล้ชิดผู้ป่วยหรือคนจำนวนมาก
3. วัคซีนปอดอักเสบ หรือ Pneumococcal vaccine: สำคัญมากในผู้สูงอายุและผู้มีโรคประจำตัวเชื้อ pneumococcus สามารถทำให้เกิดโรคได้หลายแบบ เช่น ปอดอักเสบ หูชั้นกลางอักเสบ ไซนัสอักเสบ เยื่อหุ้มสมองอักเสบ และติดเชื้อในกระแสเลือดในผู้สูงอายุและผู้ที่มีโรคประจำตัว การติดเชื้อนี้อาจรุนแรงกว่าคนทั่วไป วัคซีนปอดอักเสบจึงเป็นหนึ่งในวัคซีนที่ ผู้ใหญ่ไม่ควรมองข้ามใครควรพิจารณา
- ผู้สูงอายุ
- ผู้ที่มีโรคปอดเรื้อรัง เช่น COPD หรือหอบหืดรุนแรง
- ผู้ป่วยโรคหัวใจ เบาหวาน โรคไตเรื้อรัง โรคตับเรื้อรัง
- ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่
- ผู้ที่ไม่มีม้าม หรือม้ามทำงานผิดปกติ
- ผู้สูบบุหรี่
- ผู้ที่เคยติดเชื้อ pneumococcus รุนแรง
4. วัคซีนงูสวัด: ป้องกันโรคที่อาจทิ้งอาการปวดเส้นประสาทยาวนานงูสวัดเกิดจากไวรัส varicella-zoster ซึ่งเป็นไวรัสเดียวกับอีสุกอีใส หลังจากเคยเป็นอีสุกอีใสแล้ว ไวรัสสามารถหลบอยู่ในปมประสาท และกลับมาก่อโรคอีกครั้งเมื่อภูมิคุ้มกันลดลงหลายคนคิดว่างูสวัดเป็นแค่ผื่นและตุ่มน้ แต่ในความเป็นจริง ภาวะแทรกซ้อนที่น่ากังวลคือ "อาการปวดเส้นประสาทหลังงูสวัด" หรือ postherpetic neuralgia ซึ่งอาจปวดแสบปวดร้อนอยู่นานหลายเดือนหรือหลายปี
โดยเฉพาะในผู้สูงอายุ ใครควรพิจารณา
- ผู้ใหญ่อายุ 50 ปีขึ้นไป
- ผู้ที่เคยเป็นงูสวัดมาก่อน
- ผู้ที่มีโรคเรื้อรัง
- ผู้ที่ภูมิคุ้มกันต่ำบางกลุ่ม ตั้งแต่อายุ 19 ปีขึ้นไป ตามข้อบ่งชี้แพทย์
5. วัคซีนบาดทะยัก คอตีบ ไอกรน: เข็มกระตุ้นที่หลายคนลืมหลายคนเคยฉีดวัคซีนบาดทะยักตอนเด็ก หรือฉีดเมื่อเกิดบาดแผล แต่เมื่อโตเป็นผู้ใหญ่กลับไม่แน่ใจว่าภูมิคุ้มกันยังเพียงพอหรือไม่
วัคซีนกลุ่มนี้มีความสำคัญเพราะป้องกันโรคที่อาจรุนแรงได้ เช่น
- บาดทะยัก จากเชื้อที่เข้าสู่ร่างกายผ่านบาดแผล โดยเฉพาะแผลสกปรก แผลลึก หรือแผลจากของมีคม
- คอตีบ ซึ่งแม้พบน้อยลงแต่ยังเป็นโรครุนแรง
- ไอกรน ซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อทารก โดยเฉพาะทารกที่ยังรับวัคซีนไม่ครบ
6. วัคซีนไวรัสตับอักเสบบี: ป้องกันโรคตับเรื้อรังและมะเร็งตับไวรัสตับอักเสบบีเป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญของตับอักเสบเรื้อรัง ตับแข็ง และมะเร็งตับ การติดเชื้ออาจเกิดจากเลือด สารคัดหลั่ง เพศสัมพันธ์ การใช้เข็มร่วมกัน หรือการถ่ายทอดจากแม่สู่ลูหลายคนติดเชื้อโดยไม่รู้ตัว เพราะระยะแรกอาจไม่มีอาการชัดเจน การตรวจเลือดเพื่อดูสถานะไวรัสตับอักเสบบีและภูมิคุ้มกันจึงมีความสำคัญ โดยเฉพาะก่อนตัดสินใจฉีดวัคซีน ใครควรพิจารณา
- ผู้ใหญ่ที่ไม่เคยได้รับวัคซีนหรือไม่ทราบประวัติ
- ผู้ที่มีคู่นอนหลายคน หรือมีความเสี่ยงทางเพศสัมพันธ์
- บุคลากรทางการแพทย์
- ผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง หรือผู้ที่ต้องฟอกไต
- ผู้ป่วยโรคตับเรื้อรัง
- ผู้ที่อยู่ร่วมบ้านกับผู้ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบี
- ผู้ที่เดินทางหรือทำงานในพื้นที่เสี่ยง
- ผู้ที่มีเบาหวานหรือโรคเรื้อรังบางกลุ่ม ตามการประเมินแพทย์
7. วัคซีนไวรัสตับอักเสบเอ: สำคัญในนักเดินทางและผู้มีโรคตับไวรัสตับอักเสบเอติดต่อผ่านอาหารและน้ำที่ปนเปื้อน ทำให้เกิดตับอักเสบเฉียบพลัน ผู้ป่วยมักมีไข้ อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร คลื่นไส้ ปวดท้อง ปัสสาวะเข้ม ตัวเหลือง ตาเหลือง คนส่วนใหญ่อาจหายได้ แต่ในผู้ใหญ่ โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคตับเรื้อรัง หากติดเชื้อไวรัสตับอักเสบเอ อาจมีอาการ รุนแรงกว่าคนทั่วไป ใครควรพิจารณา
- ผู้ที่ไม่เคยมีภูมิคุ้มกันและต้องการป้องกันโรค
- ผู้เดินทางไปพื้นที่ที่มีความเสี่ยง
- ผู้ป่วยโรคตับเรื้อรัง
- ผู้ชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชาย
- ผู้ที่ใช้สารเสพติด
- ผู้ที่มีความเสี่ยงจากอาชีพหรือการสัมผัสเชื้อ
8. วัคซีน HPV: ไม่ใช่แค่เรื่องของผู้หญิงHPV หรือ human papillomavirus เป็นไวรัสที่สัมพันธ์กับมะเร็งหลายชนิด เช่น มะเร็งปากมดลูก มะเร็งทวาร
หนัก มะเร็งช่องปากและลำคอบางชนิด รวมถึงหูดหงอนไก่หลายคนเข้าใจว่าวัคซีน HPV เป็นวัคซีนสำหรับเด็กผู้หญิงเท่านั้น แต่ความจริงแล้วผู้ชายก็ได้รับประโยชน์เช่นกัน โดยเฉพาะในแง่การลดความเสี่ยงของโรคที่เกี่ยวข้องกับ HPV และลดการแพร่เชื้อ ใครควรพิจารณา
- ผู้ที่ยังไม่เคยได้รับวัคซีน HPV มาก่อน
- วัยรุ่นและผู้ใหญ่วัยต้น ตามคำแนะนำแพทย์
- ผู้ใหญ่อายุ 27–45 ปีบางราย อาจพิจารณาแบบรายบุคคลตามความเสี่ยงและประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ
- ผู้ที่มีคู่นอนใหม่ หรือมีความเสี่ยงต่อการได้รับเชื้อ HPV
9. วัคซีน RSV: วัคซีนที่ผู้สูงอายุและผู้มีโรคประจำตัวควรรู้จัก RSV หรือ respiratory syncytial virus เป็นไวรัสทางเดินหายใจที่หลายคนคุ้นในเด็กเล็ก แต่ในผู้สูงอายุและผู้มีโรคประจำตัว RSV อาจทำให้เกิดหลอดลมอักเสบ ปอดอักเสบ หอบเหนื่อย และต้องนอนโรงพยาบาลได้ ใครควรพิจารณา
- ผู้สูงอายุ โดยเฉพาะอายุ 75 ปีขึ้นไป
- ผู้ใหญ่อายุ 50–74 ปีที่มีความเสี่ยงสูงต่อ RSV รุนแรง เช่น โรคหัวใจ โรคปอด เบาหวาน โรคไต ภาวะภูมิคุ้มกันต่ หรืออยู่ในสถานดูแลระยะยาว
- ผู้ที่มีโรคประจำตัวหลายอย่างร่วมกัน
10. วัคซีน MMR และอีสุกอีใส: ผู้ใหญ่บางคนยังต้องทบทวนผู้ใหญ่บางคนอาจไม่แน่ใจว่าเคยเป็นหัด คางทูม หัดเยอรมัน หรืออีสุกอีใสมาก่อนหรือไม่ และไม่แน่ใจว่าเคยได้รับวัคซีนครบหรือไม่ในสถานการณ์ที่มีการเดินทางระหว่างประเทศมากขึ้น และบางพื้นที่ยังมีการระบาดเป็นครั้งคราว การทบทวนวัคซีนกลุ่มนี้จึงมีความสำคัญ โดยเฉพาะในคนที่ไม่มีหลักฐานภูมิคุ้มกัน ใครควรพิจารณา
- ผู้ที่ไม่ทราบประวัติวัคซีน
- ผู้ที่ไม่เคยติดเชื้อมาก่อน
- ผู้ที่จะเดินทางไปต่างประเทศ
- บุคลากรทางการแพทย์
- ผู้ที่อยู่ใกล้ชิดผู้มีภูมิคุ้มกันต่
- ผู้หญิงวัยเจริญพันธุ์ที่วางแผนตั้งครรภ์ ควรตรวจและปรึกษาแพทย์ก่อน เพราะวัคซีนบางชนิดเป็นวัคซีนเชื้อ
ผู้ใหญ่ทุกคนควรทบทวนประวัติวัคซีนเป็นระยะ แต่กลุ่มต่อไปนี้ควรให้ความสำคัญเป็นพิเศษ
- อายุ 50 ปีขึ้นไป
- ผู้สูงอายุ
- ผู้ป่วยเบาหวาน โรคหัวใจ โรคปอด โรคไต โรคตับ
- ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ หรือใช้ยากดภูมิคุ้มกัน
- ผู้ป่วยมะเร็ง หรือผู้ที่ได้รับเคมีบำบัด
- ผู้ที่ไม่มีม้าม หรือม้ามทำงานผิดปกติ
- หญิงตั้งครรภ์ หรือผู้วางแผนตั้งครรภ์
- บุคลากรทางการแพทย์
- ผู้ดูแลเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ หรือผู้ป่วยเรื้อรัง
- ผู้ที่เดินทางต่างประเทศ
- ผู้ที่ทำงานพบปะคนจำนวนมาก
- ผู้ที่ไม่ทราบประวัติวัคซีนเดิม
- เคยแพ้วัคซีนหรือส่วนประกอบของวัคซีนอย่างรุนแรง
- กำลังตั้งครรภ์ หรือวางแผนตั้งครรภ์
- มีภูมิคุ้มกันต่
- ใช้ยากดภูมิคุ้มกัน สเตียรอยด์ขนาดสูง ยาชีววัตถุ หรือเคมีบำบัด
- เพิ่งได้รับวัคซีนชนิดอื่น
- มีไข้หรือเจ็บป่วยเฉียบพลัน
- มีโรคเลือด หรือใช้ยาละลายลิ่มเลือด
- เคยมีอาการไม่พึงประสงค์รุนแรงจากวัคซีนมาก่อน
สำหรับผู้ที่มีโรคประจำตัว การวางแผนวัคซีนอาจสำคัญมากกว่าคนทั่วไป เช่น
- ผู้ป่วยเบาหวานควรป้องกันไข้หวัดใหญ่ ปอดอักเสบ และไวรัสตับอักเสบบีตามข้อบ่งชี้* ผู้ป่วยโรคปอดควรลดความเสี่ยงการติดเชื้อทางเดินหายใจ
- ผู้ป่วยโรคหัวใจควรลดโอกาสที่การติดเชื้อจะกระตุ้นให้โรคกำเริบ
- ผู้สูงอายุควรป้องกันโรคที่อาจทำให้ต้องนอนโรงพยาบาล
- ผู้ที่ใช้ยากดภูมิคุ้มกันควรวางแผนวัคซีนก่อนเริ่มยา หากทำได้
คำถามที่พบบ่อย
1. ผู้ใหญ่จำเป็นต้องฉีดวัคซีนจริงหรือไม่ จำเป็นในหลายกรณี เพราะภูมิคุ้มกันจากวัคซีนบางชนิดลดลงตามเวลา และผู้ใหญ่มีความเสี่ยงต่อโรครุนแรง
มากขึ้นเมื่ออายุมากขึ้นหรือมีโรคประจำตัว วัคซีนช่วยลดโอกาสป่วยรุนแรง ลดภาวะแทรกซ้อน และลดการนอนโรงพยาบาลได้
2. ถ้าจำไม่ได้ว่าเคยฉีดวัคซีนอะไรมาแล้ว ควรทำอย่างไร
ควรนำประวัติเดิมที่มีมาให้แพทย์ดู หากไม่มีประวัติ แพทย์อาจพิจารณาตรวจเลือดดูภูมิคุ้มกันบางชนิด หรือวางแผนฉีดวัคซีนใหม่ตามความเหมาะสม
3. วัคซีนผู้ใหญ่ต้องฉีดทุกตัวหรือไม่
ไม่จำเป็นทุกคน วัคซีนบางชนิดแนะนำตามอายุ บางชนิดแนะนำตามโรคประจำตัว บางชนิดแนะนำตามอาชีพการเดินทาง หรือความเสี่ยงเฉพาะบุคคล จึงควรปรึกษาแพทย์เพื่อเลือกให้เหมาะสม
4. วัคซีนไข้หวัดใหญ่ต้องฉีดทุกปีไหม
โดยทั่วไปควรฉีดทุกปี เพราะสายพันธุ์ของไวรัสไข้หวัดใหญ่เปลี่ยนแปลงได้ และภูมิคุ้มกันจากวัคซีนลดลงตามเวลา โดยเฉพาะผู้สูงอายุ ผู้มีโรคประจำตัว และผู้ที่อยู่ใกล้ชิดคนจำนวนมากควรให้ความสำคัญเป็นพิเศษ
5. เคยเป็นงูสวัดแล้ว ยังควรฉีดวัคซีนงูสวัดไหม
ในหลายแนวทาง ผู้ที่เคยเป็นงูสวัดแล้วก็ยังอาจได้รับประโยชน์จากวัคซีนงูสวัด เพื่อลดโอกาสเป็นซ้ำและลดภาวะแทรกซ้อน แต่ควรปรึกษาแพทย์เรื่องช่วงเวลาที่เหมาะสมหลังหายจากโรค
6. วัคซีนหลายชนิดฉีดพร้อมกันได้ไหม
บางชนิดสามารถฉีดในวันเดียวกันได้ แต่บางกรณีอาจต้องเว้นระยะ ขึ้นกับชนิดวัคซีน สุขภาพผู้ป่วย และประวัติวัคซีนเดิม ควรให้แพทย์หรือพยาบาลช่วยจัดตารางให้เหมาะสม
7. คนมีโรคประจำตัวฉีดวัคซีนได้ไหม
ส่วนใหญ่ฉีดได้ และหลายกรณียิ่งควรฉีด เพราะมีความเสี่ยงต่อโรครุนแรงมากกว่าคนทั่วไป แต่ชนิดวัคซีนและช่วงเวลาควรได้รับการประเมินโดยแพทย์ โดยเฉพาะผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำหรือใช้ยากดภูมิคุ้มกัน
วัคซีนสำหรับผู้ใหญ่ไม่ใช่เรื่องไกลตัว และไม่ใช่เรื่องที่ควรรอจนป่วยแล้วค่อยคิดถึงเมื่ออายุมากขึ้น ภูมิคุ้มกันลดลง โรคประจำตัวเพิ่มขึ้น และรูปแบบการใช้ชีวิตทำให้เราพบเจอเชื้อโรคมากขึ้นวัคซีนจึงเป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญของการป้องกันโรค ไม่แพ้การตรวจสุขภาพ การออกกำลังกาย การควบคุมอาหาร และการนอนหลับให้เพียงพอ
วัคซีนที่ผู้ใหญ่ควรทบทวน ได้แก่ ไข้หวัดใหญ่ โควิด-19 ปอดอักเสบ งูสวัด บาดทะยัก คอตีบ ไอกรน ไวรัสตับ อักเสบบี ไวรัสตับอักเสบเอ HPV RSV และวัคซีนอื่นตามประวัติและความเสี่ยง
สิ่งสำคัญที่สุดไม่ใช่การฉีดวัคซีนให้มากที่สุด แต่คือการฉีดวัคซีนที่เหมาะสมกับเรา ในเวลาที่เหมาะสม และปลอดภัยที่สุดหากไม่แน่ใจว่าตนเองควรได้รับวัคซีนอะไรบ้าง การปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจประวัติและวางแผนวัคซีนรายบุคคลคือจุดเริ่มต้นที่ดีที่สุดของการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน
สอบถามข้อมูลและนัดหมาย
โรงพยาบาลเซเปี้ยนซ์ Move Better : Live Better
โทร. 02-111-3703
บทความที่เกี่ยวข้อง
รู้ทันสัญญาณที่แสดงถึงอาการปวดคอรุนแรงที่ต้องระวัง พร้อมข้อมูลเฉพาะทางในการดูแลและป้องกันปัญหาสุขภาพที่อาจตามมา
24 มี.ค. 2025
อาการเสพติดสารระงับปวดเกิดจากการใช้ยาระงับปวดที่ไม่เหมาะสม เป็นปัญหาที่พบบ่อย เซเปี้ยนซ์ใช้เทคนิคที่ผสมผสานเพื่อรักษาอาการปวดโดยไม่เสี่ยงกับการเสพติด
25 มี.ค. 2025
อาการเจ็บหน้าอกเป็นอาการที่ทำให้หลายคนกังวลทันทีว่า “จะเป็นโรคหัวใจหรือเปล่า” แต่ในชีวิตจริง อาการเจ็บหรือแสบร้อนกลางอกไม่ได้เกิดจากหัวใจเสมอไป
8 ก.ค. 2026


