ท้องเสียในเด็ก อาการอย่างไรเสี่ยงขาดน้ำ
อัพเดทล่าสุด: 15 ก.ค. 2026

ท้องเสียในเด็ก อาการอย่างไรเสี่ยงขาดน้ำ
เมื่อลูกท้องเสีย ถ่ายเหลวหลายครั้ง หรืออาเจียนร่วมด้วย สิ่งที่พ่อแม่มักกังวลทันทีคือ “จะขาดน้ำไหม” และ“ต้องรีบไปโรงพยาบาลหรือยัง” เพราะเด็กเล็กไม่เหมือนผู้ใหญ่ ร่างกายมีน้ำเป็นสัดส่วนมากกว่า สูญเสียน้ำได้เร็วกว่า และบางครั้งอาการเปลี่ยนจากดูยังพอไหวเป็นอ่อนเพลียมากได้ภายในเวลาไม่นาน
ท้องเสียในเด็กส่วนใหญ่เกิดจากการติดเชื้อในทางเดินอาหาร โดยเฉพาะเชื้อไวรัส เช่น rotavirus, norovirus หรือไวรัสอื่น ๆ เด็กอาจมีถ่ายเหลว อาเจียน ไข้ ปวดท้อง เบื่ออาหาร หรือร้องกวนร่วมด้วย หลายรายดีขึ้นได้เองภายในไม่กี่วัน แต่สิ่งที่ต้องเฝ้าระวังมากที่สุดไม่ใช่จำนวนครั้งของการถ่ายเพียงอย่างเดียว แต่คือ “ภาวะขาดน้ำ” และ “สัญญาณที่บอกว่าอาจไม่ใช่ท้องเสียธรรมดา”
แนวทาง NICE จากสหราชอาณาจักรระบุว่า โรคกระเพาะและลำไส้อักเสบในเด็กเล็กมักทำให้ท้องเสียประมาณ5–7 วัน และส่วนใหญ่จะหยุดภายใน 2 สัปดาห์ ส่วนอาเจียนมักอยู่ 1–2 วัน และส่วนใหญ่หยุดภายใน 3 วัน แต่หากมีสัญญาณขาดน้ อาการรุนแรง หรือมีอาการที่ชี้ไปยังโรคอื่น ต้องได้รับการประเมินเร็วขึ้น ไม่ควรรอดูอาการเพียงเพราะคิดว่า “เดี๋ยวก็คงหายเอง”
ท้องเสียในเด็กคืออะไร และทำไมเด็กจึงขาดน้ำง่าย
ท้องเสียมักหมายถึงการถ่ายเหลวหรือถ่ายเป็นน้ำมากกว่าปกติ บางครั้งอาจถ่ายบ่อย ถ่ายมีกลิ่นเปรี้ยว ปวดท้อง บิดท้อง หรือมีอาเจียนร่วมด้วย ในเด็กเล็ก การแยกว่าถ่ายเหลวผิดปกติหรือไม่ควรเทียบกับลักษณะอุจจาระเดิมของเด็ก เพราะเด็กบางคน โดยเฉพาะทารกที่กินนมแม่ อาจถ่ายนิ่มหรือถ่ายบ่อยอยู่แล้วโดยไม่ได้ป่วย
สิ่งที่ทำให้ท้องเสียในเด็กน่ากังวลคือ เมื่อถ่ายเหลวหรืออาเจียน ร่างกายไม่ได้สูญเสียแค่น้ แต่สูญเสียเกลือแร่สำคัญ เช่น โซเดียม โพแทสเซียม และไบคาร์บอเนตด้วย หากเด็กดื่มน้ำหรือนมได้น้อยลงพร้อมกับถ่ายมากขึ้นร่างกายจะเริ่มขาดน้ เด็กอาจปากแห้ง ปัสสาวะน้อย ตาโหล ซึม หรือในรายรุนแรงอาจมีมือเท้าเย็น ชีพจรเร็วหายใจเร็ว และความดันต่ำ
Royal Children’s Hospital Melbourne แบ่งความรุนแรงของภาวะขาดน้ำในเด็กเป็นระดับเล็กน้อย ปานกลางและรุนแรง โดยภาวะขาดน้ำรุนแรงอาจมีระดับความรู้สึกตัวลดลง หัวใจเต้นเร็ว หายใจเร็วหรือหายใจลึกผิดปกติ ผิวซีดลาย มือเท้าเย็น และความดันต่ ซึ่งเป็นภาวะที่ต้องได้รับการรักษาในโรงพยาบาลทันที
อาการแบบไหนบอกว่าเริ่มเสี่ยงขาดน้ำ
สัญญาณเริ่มต้นที่พ่อแม่สังเกตได้คือ เด็กกระหายน้ำมากกว่าปกติ ดื่มน้ำหรือดูดนมถี่ขึ้น ปากและลิ้นแห้งน้ำลายน้อย ร้องไห้แล้วน้ำตาน้อยลง ปัสสาวะน้อยลง สีปัสสาวะเข้มขึ้น หรือผ้าอ้อมแห้งนานกว่าปกติ เด็กบางคนจะหงุดหงิด งอแงมากกว่าปกติ เหนื่อยง่าย หรือไม่ค่อยอยากเล่นถ้าเด็กยังรู้สึกตัวดี ดื่มน้ำได้ ปัสสาวะยังมีอยู่ และไม่มีอาการอ่อนเพลียมาก อาจเป็นภาวะขาดน้ำเล็กน้อยหรือ
ยังไม่มีภาวะขาดน้ำชัดเจน แต่ต้องเริ่มให้สารน้ำอย่างเหมาะสมทันที ไม่ควรรอให้เด็กดูซึมก่อน เพราะเมื่อเด็กเริ่มซึม แปลว่าการขาดน้ำอาจมากขึ้นแล้ว
NICE แนะนำให้ถามและสังเกตว่าเด็กดูป่วยหรือแย่ลงหรือไม่ ตอบสนองเปลี่ยนไปหรือไม่ เช่น หงุดหงิดมากหรือซึมลง ปัสสาวะลดลง ผิวซีดหรือเป็นลาย และมือเท้าเย็น เพราะสิ่งเหล่านี้เป็นสัญญาณสำคัญของdehydration และอาจพัฒนาไปสู่ shock ได้หากปล่อยไว้
อาการแบบไหนถือว่าเสี่ยงขาดน้ำมากและควรรีบพบแพทย์
หากเด็กดื่มน้ำหรือดูดนมไม่ได้ อาเจียนทุกครั้งที่ดื่ม ถ่ายเป็นน้ำจำนวนมาก ปัสสาวะน้อยมากหรือไม่ปัสสาวะหลายชั่วโมง ปากแห้งมาก ตาโหล กระหม่อมบุ๋มในทารก ร้องไห้ไม่มีน้ำตา ซึมผิดปกติ ปลุกยาก มือเท้าเย็น ตัวลาย หายใจเร็ว หรือดูอ่อนแรงมาก ควรพามาพบแพทย์ทันที
องค์การอนามัยโลกใช้เกณฑ์ประเมินภาวะขาดน้ำในเด็กที่มีท้องเสียโดยดูสภาพทั่วไป ตาโหล ความสามารถในการดื่มน้ และการคืนตัวของผิวหนังหลังหยิกเบาๆ โดยเด็กที่ซึมหรือหมดสติ ตาโหล ดื่มไม่ได้หรือดื่มได้น้อย และ skin pinch คืนตัวช้ามาก ถือเป็นกลุ่มที่เข้าข่ายขาดน้ำรุนแรงและต้องให้สารน้ำอย่างเร่งด่วน
สิ่งสำคัญคือภาวะขาดน้ำในเด็กไม่ได้ประเมินจากจำนวนครั้งของการถ่ายเพียงอย่างเดียว เด็กบางคนถ่ายเพียงไม่กี่ครั้งแต่กินไม่ได้และอาเจียนมากก็ขาดน้ำได้ ขณะที่เด็กบางคนถ่ายหลายครั้งแต่ยังดื่มเกลือแร่ได้ดี ปัสสาวะดี และยังร่าเริง อาจยังไม่ขาดน้ำรุนแรง ดังนั้นควรดู “ภาพรวมของเด็ก” เสมอ
เด็กกลุ่มไหนต้องระวังเป็นพิเศษ
เด็กอายุน้อยกว่า 1 ปี โดยเฉพาะอายุน้อยกว่า 6 เดือน เป็นกลุ่มที่ต้องระวังมาก เพราะร่างกายเล็ก สูญเสียน้ำได้เร็ว และยังบอกอาการเองไม่ได้ ทารกที่คลอดน้ำหนักน้อย เด็กที่ถ่ายเหลวมากกว่า 5 ครั้งใน 24 ชั่วโมง เด็กที่อาเจียนมากกว่า 2 ครั้งใน 24 ชั่วโมง เด็กที่ดื่มน้ำหรือนมไม่ได้ เด็กที่หยุดกินนมแม่ระหว่างป่วย และเด็กที่มีภาวะโภชนาการไม่ดี ล้วนเป็นกลุ่มเสี่ยงต่อการขาดน้ำมากขึ้นตามแนวทาง
เด็กที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคไต โรคหัวใจ โรคเมตาบอลิก ภูมิคุ้มกันบกพร่อง หรือเด็กที่กินยาบางชนิดอยู่ ควรได้รับคำแนะนำจากแพทย์เร็วขึ้น เพราะการสูญเสียน้ำและเกลือแร่อาจกระทบต่อร่างกายมากกว่าเด็กทั่วไปนอกจากนี้ เด็กที่มีไข้สูงร่วมกับท้องเสียและอาเจียนมากจะสูญเสียน้ำเพิ่มจากทั้งทางลำไส้ การอาเจียน และการระเหยจากร่างกายขณะมีไข้
เกลือแร่ ORS สำคัญกว่าน้ำหวาน น้ำผลไม้ หรือเครื่องดื่มกีฬา
เมื่อเด็กท้องเสีย หลายบ้านพยายามให้ดื่มน้ำมาก ๆ ซึ่งถือว่าเจตนาดี แต่การดื่มน้ำเปล่าอย่างเดียวในเด็กที่สูญเสียเกลือแร่มากอาจไม่เพียงพอ ทางเลือกที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการป้องกันและรักษาภาวะขาดน้ำระดับเล็กน้อยถึงปานกลางคือสารละลายเกลือแร่ชนิด ORS เพราะมีสัดส่วนของน้ น้ำตาล และเกลือแร่ที่ช่วยให้ลำไส้ดูดซึมน้ำกลับเข้าสู่ร่างกายได้ดี
CDC แนะนำว่าเด็กที่ไม่มีภาวะขาดน้ำชัดเจนควรได้รับน้ำเพิ่มและกินอาหารตามวัยต่อไป ส่วนเด็กที่มีภาวะขาดน้ำเล็กน้อยถึงปานกลางควรได้รับ ORS เพื่อทดแทนสารน้ โดยอาจให้ปริมาณน้อย ๆ เช่น 5 มิลลิลิตรหรือหนึ่ง ช้อนชาบ่อย ๆ แล้วค่อยเพิ่มปริมาณตามที่เด็กทนได้ โดยเฉพาะในเด็กที่อาเจียนง่าย
น้ำผลไม้ น้ำอัดลม น้ำหวาน หรือเครื่องดื่มกีฬามักมีน้ำตาลสูงและมีเกลือแร่ไม่เหมาะสมสำหรับเด็กท้องเสียบางครั้งอาจทำให้ถ่ายเหลวมากขึ้นจากน้ำตาลที่ดึงน้ำเข้าสู่ลำไส้ NICE จึงแนะนำให้หลีกเลี่ยงน้ำผลไม้และเครื่องดื่มอัดลมในเด็กที่มีกระเพาะลำไส้อักเสบ โดยเฉพาะเด็กที่เสี่ยงขาดน้ำ

ควรให้ ORS อย่างไรเมื่อลูกอาเจียนร่วมด้วย
ถ้าเด็กอาเจียน อย่ารีบให้ดื่มทีละมาก ๆ เพราะกระเพาะที่กำลังระคายเคืองอาจรับไม่ไหวและอาเจียนซ้ วิธีที่ดีกว่าคือพักสั้นๆ แล้วเริ่มให้ ORS ทีละน้อยแต่บ่อย เช่น ใช้ช้อน ไซริงค์ หรือแก้วเล็กๆ จิบทีละนิด ทุก 1–2 นาทีเมื่อเด็กเริ่มรับได้จึงค่อยเพิ่มปริมาณ
CDC ระบุว่าในเด็กที่มีภาวะขาดน้ำเล็กน้อยถึงปานกลาง การให้ ORS 50–100 มิลลิลิตรต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัมในช่วง 2–4 ชั่วโมงแรกเป็นแนวทางที่ใช้ทดแทนสารน้ำที่ขาด และยังควรให้เพิ่มเพื่อชดเชยการถ่ายเหลวหรืออาเจียนที่ยังเกิดขึ้นต่อเนื่อง
ถ้าเด็กอาเจียนเป็นครั้งคราวแต่ยังค่อยๆ จิบ ORS ได้ ยังสามารถเฝ้าดูอาการใกล้ชิดได้ แต่ถ้าอาเจียนทุกครั้งที่ดื่ม ดื่มไม่ได้เลย หรือมีอาการซึม ปัสสาวะน้อย มือเท้าเย็นร่วมด้วย ควรพามาพบแพทย์ เพราะอาจจำเป็นต้องให้น้ำทางสายยางให้อาหารหรือให้น้ำเกลือทางหลอดเลือดตามความรุนแรง
ต้องหยุดนมหรือหยุดอาหารไหม
โดยทั่วไปไม่ควรงดอาหารนานโดยไม่จำเป็น เด็กที่ท้องเสียควรได้รับสารน้ำเพียงพอและกลับมากินอาหารตามวัยให้เร็วเมื่ออาการอาเจียนดีขึ้น เด็กที่กินนมแม่ควรให้กินนมแม่ต่อ เพราะนมแม่ช่วยให้สารน้ พลังงาน และภูมิคุ้มกัน เด็กที่กินนมผสมมักไม่จำเป็นต้องเจือจางนมเอง ยกเว้นแพทย์แนะนำเป็นรายกรณี
NICE แนะนำให้เด็กที่ไม่มีภาวะขาดน้ำชัดเจนกินนมแม่และนมตามเดิม ดื่มน้ำเพิ่มอย่างเหมาะสม และหลังจาก rehydration แล้วควรกลับมากินนมและอาหารตามวัย รวมถึงหลีกเลี่ยงน้ำผลไม้และเครื่องดื่มอัดลมจนกว่าท้องเสียจะหยุด
อาหารที่เหมาะสมในช่วงเริ่มดีขึ้นควรเป็นอาหารย่อยง่าย เช่น ข้าวต้ม โจ๊ก กล้วย ขนมปัง ซุป หรืออาหารอ่อนตามวัย แต่ไม่จำเป็นต้องจำกัดเหลือเพียงอาหารจืดไม่กี่อย่างนานเกินไป หากเด็กเริ่มกินได้ ควรค่อยๆ ให้กลับสู่มื้ออาหารปกติ เพื่อช่วยให้ลำไส้ฟื้นตัวและลดโอกาสน้ำหนักลด
เมื่อไรต้องสงสัยว่าไม่ใช่ท้องเสียธรรมดา
ท้องเสียในเด็กไม่ได้เกิดจากไวรัสเสมอไป บางครั้งอาจเป็นการติดเชื้อแบคทีเรีย พยาธิ อาหารเป็นพิษ ไส้ติ่งอักเสบ ลำไส้กลืนกัน หรือโรคอื่นที่ต้องรักษาเฉพาะ ควรพาเด็กพบแพทย์หากมีไข้สูงมาก ซึม ปวดท้องรุนแรงหรือปวดเฉพาะจุด ท้องอืดมาก อาเจียนสีเขียว มีเลือดหรือมูกเลือดในอุจจาระ ถ่ายดำผิดปกติ คอแข็ง ผื่นกดไม่จาง หรือมีภาวะขาดน้ำร่วมด้วย
NICE ระบุว่าอาการที่ควรคิดถึงโรคอื่นนอกเหนือจาก gastroenteritis ได้แก่ ไข้สูงตามช่วงอายุ หายใจเร็วหรือหายใจลำบาก ระดับความรู้สึกตัวเปลี่ยน คอแข็ง กระหม่อมโป่ง ผื่นกดไม่จาง อุจจาระมีเลือดหรือมูก อาเจียนสีเขียว ปวดท้องรุนแรงเฉพาะที่ ท้องอืด หรือมี rebound tenderness
ถ้าเด็กมีอุจจาระเป็นเลือดหรือมูกเลือด ไม่ควรซื้อยาหยุดถ่ายหรือยาปฏิชีวนะกินเอง เพราะบางโรคต้องตรวจเพิ่มเติม และการใช้ยาผิดอาจทำให้อาการซับซ้อนขึ้น แพทย์จะพิจารณาว่าจำเป็นต้องตรวจอุจจาระ ตรวจเลือด
ให้น้ำเกลือ หรือใช้ยาฆ่าเชื้อหรือไม่
ยาหยุดถ่ายใช้ได้ไหมในเด็กโดยทั่วไปไม่แนะนำให้ใช้ยาหยุดถ่ายในเด็กโดยไม่ปรึกษาแพทย์ เพราะการถ่ายเป็นกลไกหนึ่งที่ช่วยขับเชื้อ
และสารพิษออกจากลำไส้ ยาบางชนิดอาจทำให้ลำไส้เคลื่อนไหวน้อยลง เพิ่มความเสี่ยงท้องอืด ซึม หรือเกิดผลข้างเคียง โดยเฉพาะในเด็กเล็ก
NICE ระบุชัดเจนว่าไม่ควรใช้ antidiarrhoeal medications ในเด็กที่มีกระเพาะและลำไส้อักเสบ ส่วนยาปฏิชีวนะก็ไม่ควรใช้เป็นประจำในเด็กท้องเสียทั่วไป ยกเว้นมีข้อบ่งชี้เฉพาะ เช่น สงสัยติดเชื้อในกระแสเลือดภูมิคุ้มกันบกพร่องบางกรณี หรือการติดเชื้อบางชนิดที่แพทย์วินิจฉัยแล้วว่าจำเป็นต้องใช้ยา
โรตาไวรัสกับท้องเสียรุนแรงในเด็ก
Rotavirus เป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญของท้องเสียรุนแรงในทารกและเด็กเล็ก เด็กมักมีถ่ายเป็นน้ อาเจียน ไข้ปวดท้อง เบื่ออาหาร และอาจขาดน้ำได้เร็ว CDC ระบุว่า rotavirus มักทำให้เกิดถ่ายเป็นน้ำอย่างรุนแรงและอาเจียนในทารกและเด็กเล็ก เด็กบางรายอาจขาดน้ำจนต้องนอนโรงพยาบาล และการให้วัคซีน rotavirus เป็น วิธีสำคัญในการป้องกันโรครุนแรง
แม้เด็กที่ได้รับวัคซีนแล้วยังอาจท้องเสียจากเชื้ออื่นได้ แต่โดยภาพรวมวัคซีนช่วยลดความรุนแรงของโรค rotavirus และลดโอกาสต้องนอนโรงพยาบาล สิ่งนี้สำคัญมาก เพราะเป้าหมายของวัคซีนหลายชนิดไม่ได้แปลว่าจะไม่ป่วยเลย 100 เปอร์เซ็นต์ แต่ช่วยลดโอกาสป่วยหนัก ลดภาวะแทรกซ้อน และลดความเสี่ยงจากการขาดน้ำรุนแรง
ดูแลที่บ้านได้เมื่อไร
เด็กที่ถ่ายเหลวแต่ยังร่าเริงพอสมควร ดื่มน้ำหรือ ORS ได้ ไม่มีอาเจียนมาก ปัสสาวะยังปกติ ไม่มีเลือดในอุจจาระ ไม่มีไข้สูงมาก ไม่มีปวดท้องรุนแรง และไม่มีอาการซึมหรือมือเท้าเย็น อาจดูแลที่บ้านอย่างใกล้ชิดได้ในช่วงแรก โดยเน้น ORS อาหารตามวัย นมแม่หรือนมเดิมตามเหมาะสม และการสังเกตอาการ
แต่การดูแลที่บ้านต้องมี “แผนเฝ้าระวัง” ไม่ใช่เพียงปล่อยให้ถ่ายไปเรื่อย ๆ พ่อแม่ควรจดจำนวนครั้งที่ถ่ายจำนวนครั้งที่อาเจียน ปริมาณน้ำหรือ ORS ที่ดื่มได้ จำนวนครั้งที่ปัสสาวะ อุณหภูมิ และพฤติกรรมของเด็ก หากเด็กเริ่มซึมลง ดื่มได้น้อยลง ปัสสาวะน้อยลง หรือถ่ายมากขึ้นอย่างรวดเร็ว ควรเปลี่ยนจากการดูแลที่บ้านเป็นการพบแพทย์ทันที

โรงพยาบาลต้องทำอะไรบ้างเมื่อเด็กเสี่ยงขาดน้ำ
เมื่อเด็กมาพบแพทย์ แพทย์จะประเมินระดับความรุนแรงของภาวะขาดน้ ดูสัญญาณชีพ น้ำหนักตัว ความรู้สึกตัว สีผิว มือเท้า ปริมาณปัสสาวะ ตาโหล เยื่อบุปาก ความยืดหยุ่นของผิวหนัง และอาการร่วมอื่นๆ หากเป็นภาวะขาดน้ำเล็กน้อยถึงปานกลาง เด็กจำนวนมากสามารถรักษาด้วย ORS ภายใต้การสังเกตอาการได้ แต่ถ้าขาดน้ำรุนแรง ช็อก ดื่มไม่ได้ หรืออาเจียนต่อเนื่อง อาจต้องให้น้ำเกลือทางหลอดเลือด
Royal Children’s Hospital Melbourne ระบุว่าเด็กที่ขาดน้ำเล็กน้อยถึงปานกลางควรได้รับการให้สารน้ำทางปากหรือทางสายให้อาหารเป็นหลักหากทำได้ ส่วนการให้น้ำเกลือทางหลอดเลือดจำเป็นในเด็กที่ขาดน้ำรุนแรงหรือไม่สามารถรับสารน้ำทางปากหรือทางสายได้

คำถามที่พ่อแม่ถามบ่อย
การดูแลที่ถูกต้องไม่ใช่การหยุดถ่ายให้เร็วที่สุด แต่คือการป้องกันและรักษาภาวะขาดน้ ให้ ORS อย่างถูกวิธีให้นมแม่หรือนมตามเหมาะสม กลับมากินอาหารตามวัยเมื่อเริ่มดีขึ้น หลีกเลี่ยงน้ำหวาน น้ำอัดลม ยาหยุดถ่ายและยาปฏิชีวนะโดยไม่จำเป็น
หากพ่อแม่ลังเลว่าลูกยังดูแลที่บ้านได้หรือควรมาโรงพยาบาล ให้ดูจากสัญญาณขาดน้ำและสภาพทั่วไปของเด็กเป็นหลัก เพราะเด็กที่ขาดน้ำอาจเปลี่ยนอาการได้เร็ว การพบแพทย์ตั้งแต่เริ่มมีสัญญาณเตือนมักช่วยให้รักษาได้ง่ายกว่า ปลอดภัยกว่า และลดโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อน
Sapiens Hospital
Move Bette:Live Better
โทร. 02-111-3703
เอกสารอ้างอิง
National Institute for Health and Care Excellence. Diarrhoea and vomiting caused by gastroenteritis in under 5s: diagnosis and management. NICE Clinical Guideline CG84.
Royal Children’s Hospital Melbourne. Clinical Practice Guidelines: Dehydration. Last updated April 2026.
Centers for Disease Control and Prevention. Managing Acute Gastroenteritis Among Children:
Oral Rehydration, Maintenance, and Nutritional Therapy. MMWR Recommendations and Reports.
World Health Organization. Pocket Book of Hospital Care for Children: Diarrhoea, assessment and
treatment of dehydration. Centers for Disease Control and Prevention. About Rotavirus. 2024.
เมื่อลูกท้องเสีย ถ่ายเหลวหลายครั้ง หรืออาเจียนร่วมด้วย สิ่งที่พ่อแม่มักกังวลทันทีคือ “จะขาดน้ำไหม” และ“ต้องรีบไปโรงพยาบาลหรือยัง” เพราะเด็กเล็กไม่เหมือนผู้ใหญ่ ร่างกายมีน้ำเป็นสัดส่วนมากกว่า สูญเสียน้ำได้เร็วกว่า และบางครั้งอาการเปลี่ยนจากดูยังพอไหวเป็นอ่อนเพลียมากได้ภายในเวลาไม่นาน
ท้องเสียในเด็กส่วนใหญ่เกิดจากการติดเชื้อในทางเดินอาหาร โดยเฉพาะเชื้อไวรัส เช่น rotavirus, norovirus หรือไวรัสอื่น ๆ เด็กอาจมีถ่ายเหลว อาเจียน ไข้ ปวดท้อง เบื่ออาหาร หรือร้องกวนร่วมด้วย หลายรายดีขึ้นได้เองภายในไม่กี่วัน แต่สิ่งที่ต้องเฝ้าระวังมากที่สุดไม่ใช่จำนวนครั้งของการถ่ายเพียงอย่างเดียว แต่คือ “ภาวะขาดน้ำ” และ “สัญญาณที่บอกว่าอาจไม่ใช่ท้องเสียธรรมดา”
แนวทาง NICE จากสหราชอาณาจักรระบุว่า โรคกระเพาะและลำไส้อักเสบในเด็กเล็กมักทำให้ท้องเสียประมาณ5–7 วัน และส่วนใหญ่จะหยุดภายใน 2 สัปดาห์ ส่วนอาเจียนมักอยู่ 1–2 วัน และส่วนใหญ่หยุดภายใน 3 วัน แต่หากมีสัญญาณขาดน้ อาการรุนแรง หรือมีอาการที่ชี้ไปยังโรคอื่น ต้องได้รับการประเมินเร็วขึ้น ไม่ควรรอดูอาการเพียงเพราะคิดว่า “เดี๋ยวก็คงหายเอง”
ท้องเสียในเด็กคืออะไร และทำไมเด็กจึงขาดน้ำง่าย
ท้องเสียมักหมายถึงการถ่ายเหลวหรือถ่ายเป็นน้ำมากกว่าปกติ บางครั้งอาจถ่ายบ่อย ถ่ายมีกลิ่นเปรี้ยว ปวดท้อง บิดท้อง หรือมีอาเจียนร่วมด้วย ในเด็กเล็ก การแยกว่าถ่ายเหลวผิดปกติหรือไม่ควรเทียบกับลักษณะอุจจาระเดิมของเด็ก เพราะเด็กบางคน โดยเฉพาะทารกที่กินนมแม่ อาจถ่ายนิ่มหรือถ่ายบ่อยอยู่แล้วโดยไม่ได้ป่วย
สิ่งที่ทำให้ท้องเสียในเด็กน่ากังวลคือ เมื่อถ่ายเหลวหรืออาเจียน ร่างกายไม่ได้สูญเสียแค่น้ แต่สูญเสียเกลือแร่สำคัญ เช่น โซเดียม โพแทสเซียม และไบคาร์บอเนตด้วย หากเด็กดื่มน้ำหรือนมได้น้อยลงพร้อมกับถ่ายมากขึ้นร่างกายจะเริ่มขาดน้ เด็กอาจปากแห้ง ปัสสาวะน้อย ตาโหล ซึม หรือในรายรุนแรงอาจมีมือเท้าเย็น ชีพจรเร็วหายใจเร็ว และความดันต่ำ
Royal Children’s Hospital Melbourne แบ่งความรุนแรงของภาวะขาดน้ำในเด็กเป็นระดับเล็กน้อย ปานกลางและรุนแรง โดยภาวะขาดน้ำรุนแรงอาจมีระดับความรู้สึกตัวลดลง หัวใจเต้นเร็ว หายใจเร็วหรือหายใจลึกผิดปกติ ผิวซีดลาย มือเท้าเย็น และความดันต่ ซึ่งเป็นภาวะที่ต้องได้รับการรักษาในโรงพยาบาลทันที
อาการแบบไหนบอกว่าเริ่มเสี่ยงขาดน้ำ
สัญญาณเริ่มต้นที่พ่อแม่สังเกตได้คือ เด็กกระหายน้ำมากกว่าปกติ ดื่มน้ำหรือดูดนมถี่ขึ้น ปากและลิ้นแห้งน้ำลายน้อย ร้องไห้แล้วน้ำตาน้อยลง ปัสสาวะน้อยลง สีปัสสาวะเข้มขึ้น หรือผ้าอ้อมแห้งนานกว่าปกติ เด็กบางคนจะหงุดหงิด งอแงมากกว่าปกติ เหนื่อยง่าย หรือไม่ค่อยอยากเล่นถ้าเด็กยังรู้สึกตัวดี ดื่มน้ำได้ ปัสสาวะยังมีอยู่ และไม่มีอาการอ่อนเพลียมาก อาจเป็นภาวะขาดน้ำเล็กน้อยหรือ
ยังไม่มีภาวะขาดน้ำชัดเจน แต่ต้องเริ่มให้สารน้ำอย่างเหมาะสมทันที ไม่ควรรอให้เด็กดูซึมก่อน เพราะเมื่อเด็กเริ่มซึม แปลว่าการขาดน้ำอาจมากขึ้นแล้ว
NICE แนะนำให้ถามและสังเกตว่าเด็กดูป่วยหรือแย่ลงหรือไม่ ตอบสนองเปลี่ยนไปหรือไม่ เช่น หงุดหงิดมากหรือซึมลง ปัสสาวะลดลง ผิวซีดหรือเป็นลาย และมือเท้าเย็น เพราะสิ่งเหล่านี้เป็นสัญญาณสำคัญของdehydration และอาจพัฒนาไปสู่ shock ได้หากปล่อยไว้
อาการแบบไหนถือว่าเสี่ยงขาดน้ำมากและควรรีบพบแพทย์
หากเด็กดื่มน้ำหรือดูดนมไม่ได้ อาเจียนทุกครั้งที่ดื่ม ถ่ายเป็นน้ำจำนวนมาก ปัสสาวะน้อยมากหรือไม่ปัสสาวะหลายชั่วโมง ปากแห้งมาก ตาโหล กระหม่อมบุ๋มในทารก ร้องไห้ไม่มีน้ำตา ซึมผิดปกติ ปลุกยาก มือเท้าเย็น ตัวลาย หายใจเร็ว หรือดูอ่อนแรงมาก ควรพามาพบแพทย์ทันที
องค์การอนามัยโลกใช้เกณฑ์ประเมินภาวะขาดน้ำในเด็กที่มีท้องเสียโดยดูสภาพทั่วไป ตาโหล ความสามารถในการดื่มน้ และการคืนตัวของผิวหนังหลังหยิกเบาๆ โดยเด็กที่ซึมหรือหมดสติ ตาโหล ดื่มไม่ได้หรือดื่มได้น้อย และ skin pinch คืนตัวช้ามาก ถือเป็นกลุ่มที่เข้าข่ายขาดน้ำรุนแรงและต้องให้สารน้ำอย่างเร่งด่วน
สิ่งสำคัญคือภาวะขาดน้ำในเด็กไม่ได้ประเมินจากจำนวนครั้งของการถ่ายเพียงอย่างเดียว เด็กบางคนถ่ายเพียงไม่กี่ครั้งแต่กินไม่ได้และอาเจียนมากก็ขาดน้ำได้ ขณะที่เด็กบางคนถ่ายหลายครั้งแต่ยังดื่มเกลือแร่ได้ดี ปัสสาวะดี และยังร่าเริง อาจยังไม่ขาดน้ำรุนแรง ดังนั้นควรดู “ภาพรวมของเด็ก” เสมอ
เด็กกลุ่มไหนต้องระวังเป็นพิเศษ
เด็กอายุน้อยกว่า 1 ปี โดยเฉพาะอายุน้อยกว่า 6 เดือน เป็นกลุ่มที่ต้องระวังมาก เพราะร่างกายเล็ก สูญเสียน้ำได้เร็ว และยังบอกอาการเองไม่ได้ ทารกที่คลอดน้ำหนักน้อย เด็กที่ถ่ายเหลวมากกว่า 5 ครั้งใน 24 ชั่วโมง เด็กที่อาเจียนมากกว่า 2 ครั้งใน 24 ชั่วโมง เด็กที่ดื่มน้ำหรือนมไม่ได้ เด็กที่หยุดกินนมแม่ระหว่างป่วย และเด็กที่มีภาวะโภชนาการไม่ดี ล้วนเป็นกลุ่มเสี่ยงต่อการขาดน้ำมากขึ้นตามแนวทาง
เด็กที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคไต โรคหัวใจ โรคเมตาบอลิก ภูมิคุ้มกันบกพร่อง หรือเด็กที่กินยาบางชนิดอยู่ ควรได้รับคำแนะนำจากแพทย์เร็วขึ้น เพราะการสูญเสียน้ำและเกลือแร่อาจกระทบต่อร่างกายมากกว่าเด็กทั่วไปนอกจากนี้ เด็กที่มีไข้สูงร่วมกับท้องเสียและอาเจียนมากจะสูญเสียน้ำเพิ่มจากทั้งทางลำไส้ การอาเจียน และการระเหยจากร่างกายขณะมีไข้
เกลือแร่ ORS สำคัญกว่าน้ำหวาน น้ำผลไม้ หรือเครื่องดื่มกีฬา
เมื่อเด็กท้องเสีย หลายบ้านพยายามให้ดื่มน้ำมาก ๆ ซึ่งถือว่าเจตนาดี แต่การดื่มน้ำเปล่าอย่างเดียวในเด็กที่สูญเสียเกลือแร่มากอาจไม่เพียงพอ ทางเลือกที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการป้องกันและรักษาภาวะขาดน้ำระดับเล็กน้อยถึงปานกลางคือสารละลายเกลือแร่ชนิด ORS เพราะมีสัดส่วนของน้ น้ำตาล และเกลือแร่ที่ช่วยให้ลำไส้ดูดซึมน้ำกลับเข้าสู่ร่างกายได้ดี
CDC แนะนำว่าเด็กที่ไม่มีภาวะขาดน้ำชัดเจนควรได้รับน้ำเพิ่มและกินอาหารตามวัยต่อไป ส่วนเด็กที่มีภาวะขาดน้ำเล็กน้อยถึงปานกลางควรได้รับ ORS เพื่อทดแทนสารน้ โดยอาจให้ปริมาณน้อย ๆ เช่น 5 มิลลิลิตรหรือหนึ่ง ช้อนชาบ่อย ๆ แล้วค่อยเพิ่มปริมาณตามที่เด็กทนได้ โดยเฉพาะในเด็กที่อาเจียนง่าย
น้ำผลไม้ น้ำอัดลม น้ำหวาน หรือเครื่องดื่มกีฬามักมีน้ำตาลสูงและมีเกลือแร่ไม่เหมาะสมสำหรับเด็กท้องเสียบางครั้งอาจทำให้ถ่ายเหลวมากขึ้นจากน้ำตาลที่ดึงน้ำเข้าสู่ลำไส้ NICE จึงแนะนำให้หลีกเลี่ยงน้ำผลไม้และเครื่องดื่มอัดลมในเด็กที่มีกระเพาะลำไส้อักเสบ โดยเฉพาะเด็กที่เสี่ยงขาดน้ำ

ควรให้ ORS อย่างไรเมื่อลูกอาเจียนร่วมด้วย
ถ้าเด็กอาเจียน อย่ารีบให้ดื่มทีละมาก ๆ เพราะกระเพาะที่กำลังระคายเคืองอาจรับไม่ไหวและอาเจียนซ้ วิธีที่ดีกว่าคือพักสั้นๆ แล้วเริ่มให้ ORS ทีละน้อยแต่บ่อย เช่น ใช้ช้อน ไซริงค์ หรือแก้วเล็กๆ จิบทีละนิด ทุก 1–2 นาทีเมื่อเด็กเริ่มรับได้จึงค่อยเพิ่มปริมาณ
CDC ระบุว่าในเด็กที่มีภาวะขาดน้ำเล็กน้อยถึงปานกลาง การให้ ORS 50–100 มิลลิลิตรต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัมในช่วง 2–4 ชั่วโมงแรกเป็นแนวทางที่ใช้ทดแทนสารน้ำที่ขาด และยังควรให้เพิ่มเพื่อชดเชยการถ่ายเหลวหรืออาเจียนที่ยังเกิดขึ้นต่อเนื่อง
ถ้าเด็กอาเจียนเป็นครั้งคราวแต่ยังค่อยๆ จิบ ORS ได้ ยังสามารถเฝ้าดูอาการใกล้ชิดได้ แต่ถ้าอาเจียนทุกครั้งที่ดื่ม ดื่มไม่ได้เลย หรือมีอาการซึม ปัสสาวะน้อย มือเท้าเย็นร่วมด้วย ควรพามาพบแพทย์ เพราะอาจจำเป็นต้องให้น้ำทางสายยางให้อาหารหรือให้น้ำเกลือทางหลอดเลือดตามความรุนแรง
ต้องหยุดนมหรือหยุดอาหารไหม
โดยทั่วไปไม่ควรงดอาหารนานโดยไม่จำเป็น เด็กที่ท้องเสียควรได้รับสารน้ำเพียงพอและกลับมากินอาหารตามวัยให้เร็วเมื่ออาการอาเจียนดีขึ้น เด็กที่กินนมแม่ควรให้กินนมแม่ต่อ เพราะนมแม่ช่วยให้สารน้ พลังงาน และภูมิคุ้มกัน เด็กที่กินนมผสมมักไม่จำเป็นต้องเจือจางนมเอง ยกเว้นแพทย์แนะนำเป็นรายกรณี
NICE แนะนำให้เด็กที่ไม่มีภาวะขาดน้ำชัดเจนกินนมแม่และนมตามเดิม ดื่มน้ำเพิ่มอย่างเหมาะสม และหลังจาก rehydration แล้วควรกลับมากินนมและอาหารตามวัย รวมถึงหลีกเลี่ยงน้ำผลไม้และเครื่องดื่มอัดลมจนกว่าท้องเสียจะหยุด
อาหารที่เหมาะสมในช่วงเริ่มดีขึ้นควรเป็นอาหารย่อยง่าย เช่น ข้าวต้ม โจ๊ก กล้วย ขนมปัง ซุป หรืออาหารอ่อนตามวัย แต่ไม่จำเป็นต้องจำกัดเหลือเพียงอาหารจืดไม่กี่อย่างนานเกินไป หากเด็กเริ่มกินได้ ควรค่อยๆ ให้กลับสู่มื้ออาหารปกติ เพื่อช่วยให้ลำไส้ฟื้นตัวและลดโอกาสน้ำหนักลด
เมื่อไรต้องสงสัยว่าไม่ใช่ท้องเสียธรรมดา
ท้องเสียในเด็กไม่ได้เกิดจากไวรัสเสมอไป บางครั้งอาจเป็นการติดเชื้อแบคทีเรีย พยาธิ อาหารเป็นพิษ ไส้ติ่งอักเสบ ลำไส้กลืนกัน หรือโรคอื่นที่ต้องรักษาเฉพาะ ควรพาเด็กพบแพทย์หากมีไข้สูงมาก ซึม ปวดท้องรุนแรงหรือปวดเฉพาะจุด ท้องอืดมาก อาเจียนสีเขียว มีเลือดหรือมูกเลือดในอุจจาระ ถ่ายดำผิดปกติ คอแข็ง ผื่นกดไม่จาง หรือมีภาวะขาดน้ำร่วมด้วย
NICE ระบุว่าอาการที่ควรคิดถึงโรคอื่นนอกเหนือจาก gastroenteritis ได้แก่ ไข้สูงตามช่วงอายุ หายใจเร็วหรือหายใจลำบาก ระดับความรู้สึกตัวเปลี่ยน คอแข็ง กระหม่อมโป่ง ผื่นกดไม่จาง อุจจาระมีเลือดหรือมูก อาเจียนสีเขียว ปวดท้องรุนแรงเฉพาะที่ ท้องอืด หรือมี rebound tenderness
ถ้าเด็กมีอุจจาระเป็นเลือดหรือมูกเลือด ไม่ควรซื้อยาหยุดถ่ายหรือยาปฏิชีวนะกินเอง เพราะบางโรคต้องตรวจเพิ่มเติม และการใช้ยาผิดอาจทำให้อาการซับซ้อนขึ้น แพทย์จะพิจารณาว่าจำเป็นต้องตรวจอุจจาระ ตรวจเลือด
ให้น้ำเกลือ หรือใช้ยาฆ่าเชื้อหรือไม่
ยาหยุดถ่ายใช้ได้ไหมในเด็กโดยทั่วไปไม่แนะนำให้ใช้ยาหยุดถ่ายในเด็กโดยไม่ปรึกษาแพทย์ เพราะการถ่ายเป็นกลไกหนึ่งที่ช่วยขับเชื้อ
และสารพิษออกจากลำไส้ ยาบางชนิดอาจทำให้ลำไส้เคลื่อนไหวน้อยลง เพิ่มความเสี่ยงท้องอืด ซึม หรือเกิดผลข้างเคียง โดยเฉพาะในเด็กเล็ก
NICE ระบุชัดเจนว่าไม่ควรใช้ antidiarrhoeal medications ในเด็กที่มีกระเพาะและลำไส้อักเสบ ส่วนยาปฏิชีวนะก็ไม่ควรใช้เป็นประจำในเด็กท้องเสียทั่วไป ยกเว้นมีข้อบ่งชี้เฉพาะ เช่น สงสัยติดเชื้อในกระแสเลือดภูมิคุ้มกันบกพร่องบางกรณี หรือการติดเชื้อบางชนิดที่แพทย์วินิจฉัยแล้วว่าจำเป็นต้องใช้ยา
โรตาไวรัสกับท้องเสียรุนแรงในเด็ก
Rotavirus เป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญของท้องเสียรุนแรงในทารกและเด็กเล็ก เด็กมักมีถ่ายเป็นน้ อาเจียน ไข้ปวดท้อง เบื่ออาหาร และอาจขาดน้ำได้เร็ว CDC ระบุว่า rotavirus มักทำให้เกิดถ่ายเป็นน้ำอย่างรุนแรงและอาเจียนในทารกและเด็กเล็ก เด็กบางรายอาจขาดน้ำจนต้องนอนโรงพยาบาล และการให้วัคซีน rotavirus เป็น วิธีสำคัญในการป้องกันโรครุนแรง
แม้เด็กที่ได้รับวัคซีนแล้วยังอาจท้องเสียจากเชื้ออื่นได้ แต่โดยภาพรวมวัคซีนช่วยลดความรุนแรงของโรค rotavirus และลดโอกาสต้องนอนโรงพยาบาล สิ่งนี้สำคัญมาก เพราะเป้าหมายของวัคซีนหลายชนิดไม่ได้แปลว่าจะไม่ป่วยเลย 100 เปอร์เซ็นต์ แต่ช่วยลดโอกาสป่วยหนัก ลดภาวะแทรกซ้อน และลดความเสี่ยงจากการขาดน้ำรุนแรง
ดูแลที่บ้านได้เมื่อไร
เด็กที่ถ่ายเหลวแต่ยังร่าเริงพอสมควร ดื่มน้ำหรือ ORS ได้ ไม่มีอาเจียนมาก ปัสสาวะยังปกติ ไม่มีเลือดในอุจจาระ ไม่มีไข้สูงมาก ไม่มีปวดท้องรุนแรง และไม่มีอาการซึมหรือมือเท้าเย็น อาจดูแลที่บ้านอย่างใกล้ชิดได้ในช่วงแรก โดยเน้น ORS อาหารตามวัย นมแม่หรือนมเดิมตามเหมาะสม และการสังเกตอาการ
แต่การดูแลที่บ้านต้องมี “แผนเฝ้าระวัง” ไม่ใช่เพียงปล่อยให้ถ่ายไปเรื่อย ๆ พ่อแม่ควรจดจำนวนครั้งที่ถ่ายจำนวนครั้งที่อาเจียน ปริมาณน้ำหรือ ORS ที่ดื่มได้ จำนวนครั้งที่ปัสสาวะ อุณหภูมิ และพฤติกรรมของเด็ก หากเด็กเริ่มซึมลง ดื่มได้น้อยลง ปัสสาวะน้อยลง หรือถ่ายมากขึ้นอย่างรวดเร็ว ควรเปลี่ยนจากการดูแลที่บ้านเป็นการพบแพทย์ทันที

โรงพยาบาลต้องทำอะไรบ้างเมื่อเด็กเสี่ยงขาดน้ำ
เมื่อเด็กมาพบแพทย์ แพทย์จะประเมินระดับความรุนแรงของภาวะขาดน้ ดูสัญญาณชีพ น้ำหนักตัว ความรู้สึกตัว สีผิว มือเท้า ปริมาณปัสสาวะ ตาโหล เยื่อบุปาก ความยืดหยุ่นของผิวหนัง และอาการร่วมอื่นๆ หากเป็นภาวะขาดน้ำเล็กน้อยถึงปานกลาง เด็กจำนวนมากสามารถรักษาด้วย ORS ภายใต้การสังเกตอาการได้ แต่ถ้าขาดน้ำรุนแรง ช็อก ดื่มไม่ได้ หรืออาเจียนต่อเนื่อง อาจต้องให้น้ำเกลือทางหลอดเลือด
Royal Children’s Hospital Melbourne ระบุว่าเด็กที่ขาดน้ำเล็กน้อยถึงปานกลางควรได้รับการให้สารน้ำทางปากหรือทางสายให้อาหารเป็นหลักหากทำได้ ส่วนการให้น้ำเกลือทางหลอดเลือดจำเป็นในเด็กที่ขาดน้ำรุนแรงหรือไม่สามารถรับสารน้ำทางปากหรือทางสายได้

คำถามที่พ่อแม่ถามบ่อย
- ลูกถ่ายเหลวหลายครั้ง แต่ยังเล่นได้ ต้องรีบไปโรงพยาบาลไหม
ถ้าเด็กยังดื่มน้ำหรือ ORS ได้ดี ปัสสาวะปกติ ไม่มีไข้สูง ไม่มีเลือดในอุจจาระ ไม่มีอาเจียนมาก และยังตอบสนองดี อาจดูแลที่บ้านพร้อมเฝ้าสังเกตได้ในระยะสั้น แต่ถ้าเด็กอายุน้อยกว่า 6 เดือน ถ่ายมาก อาเจียนร่วมด้วย หรือเริ่มดื่มได้น้อยลง ควรพบแพทย์เร็วขึ้น - ลูกอาเจียนหลังดื่ม ORS ทุกครั้งควรทำอย่างไร
ควรหยุดพักสั้น ๆ แล้วเริ่มใหม่ด้วยปริมาณน้อยมาก เช่น ทีละหนึ่งช้อนชา แต่ให้ถี่ขึ้น หากยังอาเจียนทุกครั้งดื่มไม่ได้เลย ปัสสาวะน้อยลง หรือซึมลง ควรพามาโรงพยาบาล เพราะอาจต้องให้สารน้ำภายใต้การดูแลของแพทย์ - มีเลือดในอุจจาระอันตรายไหม
อุจจาระมีเลือดหรือมูกเลือดไม่ควรมองข้าม เพราะอาจเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียบางชนิด ลำไส้อักเสบรุนแรง หรือโรคอื่นที่ต้องประเมินเพิ่มเติม ควรพบแพทย์ ไม่ควรซื้อยาหยุดถ่ายหรือยาปฏิชีวนะกินเอง - ต้องตรวจอุจจาระทุกครั้งไหม
ไม่จำเป็นเสมอไป เด็กที่ถ่ายเหลวเป็นน้ อาการไม่รุนแรง ไม่มีเลือด ไม่มีภาวะขาดน้ และอาการค่อยๆ ดีขึ้นมักไม่ต้องตรวจอุจจาระทุกคน แต่ถ้ามีเลือดหรือมูกในอุจจาระ สงสัยติดเชื้อรุนแรง ภูมิคุ้มกันบกพร่อง เพิ่งเดินทางต่างประเทศ หรือท้องเสียไม่ดีขึ้นหลายวัน แพทย์อาจพิจารณาตรวจตามความเหมาะสม NICE แนะนำให้ตรวจอุจจาระในกรณีบางอย่าง เช่น มีเลือดหรือมูกในอุจจาระ ภูมิคุ้มกันบกพร่อง สงสัยติดเชื้อรุนแรง หรือมีความไม่แน่ใจในการวินิจฉัย
การดูแลที่ถูกต้องไม่ใช่การหยุดถ่ายให้เร็วที่สุด แต่คือการป้องกันและรักษาภาวะขาดน้ ให้ ORS อย่างถูกวิธีให้นมแม่หรือนมตามเหมาะสม กลับมากินอาหารตามวัยเมื่อเริ่มดีขึ้น หลีกเลี่ยงน้ำหวาน น้ำอัดลม ยาหยุดถ่ายและยาปฏิชีวนะโดยไม่จำเป็น
หากพ่อแม่ลังเลว่าลูกยังดูแลที่บ้านได้หรือควรมาโรงพยาบาล ให้ดูจากสัญญาณขาดน้ำและสภาพทั่วไปของเด็กเป็นหลัก เพราะเด็กที่ขาดน้ำอาจเปลี่ยนอาการได้เร็ว การพบแพทย์ตั้งแต่เริ่มมีสัญญาณเตือนมักช่วยให้รักษาได้ง่ายกว่า ปลอดภัยกว่า และลดโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อน
Sapiens Hospital
Move Bette:Live Better
โทร. 02-111-3703
เอกสารอ้างอิง
National Institute for Health and Care Excellence. Diarrhoea and vomiting caused by gastroenteritis in under 5s: diagnosis and management. NICE Clinical Guideline CG84.
Royal Children’s Hospital Melbourne. Clinical Practice Guidelines: Dehydration. Last updated April 2026.
Centers for Disease Control and Prevention. Managing Acute Gastroenteritis Among Children:
Oral Rehydration, Maintenance, and Nutritional Therapy. MMWR Recommendations and Reports.
World Health Organization. Pocket Book of Hospital Care for Children: Diarrhoea, assessment and
treatment of dehydration. Centers for Disease Control and Prevention. About Rotavirus. 2024.
บทความที่เกี่ยวข้อง
ถ้าเด็กกินได้น้อยต่อเนื่อง น้ำหนักไม่ขึ้นหลายเดือน น้ำหนักตกเส้น ส่วนสูงชะลอ ซีด เหนื่อยง่าย ป่วยบ่อยท้องเสียหรืออาเจียนเรื้อรัง ถ่ายมัน ถ่ายมีกลิ่นเหม็นผิดปกติ มีเลือดในอุจจาระ ปวดท้องเรื้อรัง กลืนลำบากสำลักบ่อย ไอเวลาป้อนอาหาร
10 ก.ค. 2026
ภูมิแพ้จมูก เป็นโรคที่พบบ่อยในเด็ก เกิดจากเยื่อบุจมูกมีการอักเสบเมื่อสัมผัสสารก่อภูมิแพ้ เช่น ไรฝุ่น ฝุ่นบ้าน ขนสัตว์ เกสรดอกไม้ เชื้อรา หรือมลพิษในอากาศ อาการคลาสสิกคือ คัดจมูก น้ำมูกใส จาม คันจมูก และคันตา
10 ก.ค. 2026
“เด็กปวดขาไม่ควรดูจากคำว่าโตอย่างเดียว” แต่ต้องดูเวลาเกิดอาการ ตำแหน่งปวด ข้างที่ปวด การเดิน การบวมแดง ไข้ และผลกระทบต่อกิจกรรมของเด็กประกอบกัน
10 ก.ค. 2026


